

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มทร.ธัญบุรี นำทีมผู้บริหารและสถาบันวิจัยและพัฒนา เปิดบ้านต้อนรับ “NANOBEST JAPAN” ยักษ์ใหญ่แดนปลาดิบ ร่วมลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในองค์ความรู้ “เครื่องเติมอากาศและฟองอากาศขนาดเล็ก” ผลงานการันตีด้วยอนุสิทธิบัตรและสิทธิบัตรไทย ชูจุดเด่นนวัตกรรมไมโคร-นาโน พร้อมขับเคลื่อน 5 ภาคอุตสาหกรรมระดับนานาชาติ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยไทยสู่เวทีโลก โดย รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มทร.ธัญบุรี พร้อมคณะผู้บริหาร และ รศ.ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา ร่วมต้อนรับผู้แทนระดับสูงจากบริษัท NANOBEST JAPAN Co., Ltd. ประเทศญี่ปุ่น ในโอกาสเดินทางมาลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในองค์ความรู้ (Know-How License Agreement) โดยมี รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด เป็นผู้ลงนามฝ่ายมหาวิทยาลัย และ Mr. Takashi Umeki ผู้บริหารบริษัท NANOBEST JAPAN Co., Ltd. เป็นผู้ลงนามฝ่าย NANOBEST JAPAN พร้อมด้วย รศ.ดร.สรพงษ์ ภวสุปรีย์ รองอธิการบดีและนักวิจัยเจ้าของผลงาน คณะผู้บริหารและนักวิจัยร่วมเป็นสักขีพยาน
ความร่วมมือดังกล่าวมีสาระสำคัญเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการเตรียมฟองอากาศขนาดเล็กในน้ำและเครื่องเติมอากาศ ซึ่งเป็นผลงานประดิษฐ์คิดค้นของ รศ.ดร.สรพงษ์ ภวสุปรีย์ รองอธิการบดีและผู้ประดิษฐ์ผลงาน โดยมีรากฐานการพัฒนาต่อยอดจากองค์ความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดจาก Prof. Kiyoshi Yoshikawa มหาวิทยาลัยเกียวโต (Kyoto University) ประเทศญี่ปุ่น ควบคู่กับการสนับสนุนชุดเครื่องมือและระบบผลิตฟองอากาศนาโนระดับห้องปฏิบัติการภายใต้การผลักดันของ รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มทร.ธัญบุรี จนเกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี ผ่านกระบวนการทดลอง การสร้างต้นแบบ และการตีพิมพ์ผลงานในระดับนานาชาติ
ด้านทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการคุ้มครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งอนุสิทธิบัตรไทย เลขที่ 16850 เรื่อง “วิธีการเตรียมฟองอากาศขนาดเล็กในน้ำ” และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ไทย เลขที่ 113216 เรื่อง “เครื่องเติมอากาศในน้ำ” ทั้งนี้ รศ.ดร.สรพงษ์ ภวสุปรีย์ ได้ขยายความถึงจุดเด่นเชิงเทคนิคว่า หัวใจสำคัญของนวัตกรรมคือความสามารถในการเพิ่มปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำและการสร้างฟองอากาศขนาดเล็กระดับไมโคร–นาโน ซึ่งมีความเสถียรสูง กระจายตัวสม่ำเสมอ และคงอยู่ในน้ำได้ยาวนานกว่าฟองอากาศทั่วไปที่มักลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำและแตกตัวอย่างรวดเร็ว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายเทออกซิเจนและการทำปฏิกิริยาที่ผิวสัมผัสได้อย่างชัดเจน ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพที่พร้อมนำไปต่อยอดในเชิงปฏิบัติ
เทคโนโลยีดังกล่าวมีความพร้อมระดับสูงสำหรับการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงของภาคธุรกิจครอบคลุม 5 ด้าน ทั้งด้านเกษตรเพื่อเพิ่มออกซิเจนละลายน้ำและกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชและสัตว์น้ำ ด้านหลังการเก็บเกี่ยวในการช่วยยืดอายุความสดของผลิตผลทางการเกษตร ด้านบำบัดน้ำสำหรับการสนับสนุนการเติมอากาศและปรับปรุงคุณภาพน้ำ ด้านเครื่องสำอางในการต่อยอดผลิตภัณฑ์ฐานน้ำและกระบวนการผลิต และด้านสิ่งแวดล้อมในการเชื่อมโยงวัสดุขั้นสูงเข้ากับเทคโนโลยีสะอาด
ด้าน รศ.ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา สรุปทิ้งท้ายว่า การลงนามนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนงานวิจัยให้ก้าวออกสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ระดับนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม การที่บริษัทชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นให้ความเชื่อมั่นและเลือกใช้เทคโนโลยีของ มทร.ธัญบุรี ที่จะช่วยสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับสถาบัน ยกระดับมาตรฐานนวัตกรรมการจัดการน้ำของไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในระดับนานาชาติได้อย่างยั่งยืน
ผู้สนใจสามารถเข้าดูรายละเอียดทั้งหมดที่ https://prd.rmutt.ac.th/rmutt-mou-know-how-licensing-agreement/
เรื่อง: ฝ่ายข่าว กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี
ภาพ: ฝ่ายผลิตและเผยแพร่ กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี