
ไม่ต้องเสี่ยงกับสารเคมีตกค้างอีกต่อไป มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่ระดับสากล หลังเปิดตัวนวัตกรรมสายพันธุ์ใหม่เพื่อสาธารณสุขไทย “ผลิตภัณฑ์สูตรสารผสมกำจัดยุงลายจากเดลตาเมทรินและพิเพอรีน (สารสกัดจากสะค้าน)” ผลงานสำคัญของนักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.ธัญบุรี ที่ดึงเอาสรรพคุณของสมุนไพรและเครื่องเทศพื้นบ้านไทยมาสยบภัยเงียบอย่างยุงลายได้อย่างเด็ดขาด ปลอดภัย ไร้สารตกค้าง แถมฟอร์มเจ๋งกวาดรางวัลระดับโลกมาแล้วถึง 3 รางวัลใหญ่ในปี 2026
ล่าสุดจับมือเดินหน้าเซ็นสัญญา Exclusive License กับ บริษัท โฟร์ทเคม เทรดดิ้ง จำกัด เพื่อการพัฒนานวัตกรรมสมุนไพรไทยเพื่อควบคุมพาหะนำโรค สร้างมูลค่าเพิ่มเชิงพาณิชย์จากหิ้งสู่ห้างด้วยมูลค่าสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีสูงถึง 2,000,000 บาท โดยเตรียมผลิตลุยตลาดทั้งในประเทศและส่งออก มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานราก
นับเป็นก้าวสำคัญของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.ธัญบุรี ในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีของประชาชน ยุติการแพร่ระบาดของโรคติดต่อนำโดยแมลง (เช่น ไข้เลือดออก) โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคเอกชน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
รศ.ดร.ณัฐชยา คำรังษี อาจารย์สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.ธัญบุรี เจ้าของไอเดียสุดเจ๋งนี้เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า อยากคิดค้นสิ่งใหม่ เพิ่มมูลค่าให้สมุนไพรไทย โดยสะค้านนั้นเป็นไม้เถาเลื้อยในวงศ์พริกไทย (Piperaceae) พบได้ในป่าดิบชื้น ซึ่งเถามีรสเผ็ดร้อน นิยมนำมาใช้เป็นเครื่องเทศเพื่อดับคาวและเพิ่มกลิ่นหอมในอาหารพื้นบ้าน เช่น แกงแค หรือเอาะหลาม รวมถึงเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ใช้ในการขับลมและบำรุงธาตุ นอกจากนั้นพบว่าสะค้านประกอบด้วยสารสำคัญ“พิเพอรีน” (Piperine) ที่มีประสิทธิภาพกำจัดแมลงได้ ดังนั้นจึงนำพืชดังกล่าวมาวิจัยและพัฒนาสูตรสารผสมร่วมกับเดลตาเมทรินในระดับห้องปฏิบัติการจนประสบความสำเร็จ
“Pain Point ใหญ่ในตอนนี้คือ ยุงลายเริ่มเกิดการต้านทานต่อสารกำจัดแมลง ทำให้บริษัทต่าง ๆ ต้องเพิ่มปริมาณสารเคมีในอัตราที่สูงขึ้น และต้องนำเข้าสารเคมีราคาสูงจากต่างประเทศทุกปี แต่นวัตกรรมที่ได้รับจากงานวิจัยในครั้งนี้ใช้สารสกัดจากพืชเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ที่สำคัญจากการทดสอบทางพิษวิทยาพบว่า สารออกฤทธิ์จากงานวิจัยนี้ไม่ส่งผลกระทบ (Side Effect) ต่อปลาม้าลายซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม” รศ.ดร.ณัฐชยา อธิบาย
นอกจากไม่มีผลกระทบต่อปลาชนิดดังกล่าวแล้ว ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผ่านการรับรองประสิทธิภาพจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) นอกจากนั้นวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีความซับซ้อน โดยนำผลิตภัณฑ์ผสมน้ำตามฉลากที่ระบุแล้วนำไปฉีดพ่นตามผนังบ้าน จะออกฤทธิ์ป้องกันและกำจัดยุงลายได้ยาวนานประมาณ 1 เดือน
ความล้ำของผลงานชิ้นนี้ การันตีด้วยการเดินสายกวาดรางวัลบนเวทีโลกในปี 2026 มาแล้วถึง 3 รางวัล ได้แก่ รางวัลนวัตกรรมเหรียญทองจากงาน World Invent Singapore2024, ITEX 2026 ที่สมาพันธรัฐมาเลเซีย รางวัล On-Stage Special Prize จากเกาหลีใต้ และรางวัล Special Prize จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช. / NRCT) โดยในปัจจุบันนี้ทีมวิจัยกำลังลุยเจรจากับต่างประเทศเพื่อจดอนุสิทธิบัตรและพัฒนาสูตรใหม่ (New Formulation) โกอินเตอร์เต็มตัว
ขณะที่ฝั่งภาคเอกชนอย่าง บริษัท โฟร์ทเคม เทรดดิ้ง จำกัด ผู้รับสิทธิ์และขอรับสิทธิบัตรเปิดเผยว่า บริษัทมองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญในการย่นระยะเวลาการวิจัย เพราะได้เทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบจากมหาวิทยาลัยมาต่อยอด ในรูปแบบ Exclusive License จะช่วยสร้างความมั่นใจและสร้างความต่างในตลาดได้เป็นอย่างดี สำหรับแผนการตลาดหลังจากนี้ เตรียมส่งสินค้าบุกทั้งหน้าร้านออฟไลน์และแพลตฟอร์มออนไลน์ทั่วประเทศ พร้อมกับศึกษาลู่ทางส่งออกทันที โดยบริษัทจะเป็นผู้ควบคุมการผลิตทุกล็อตให้ได้มาตรฐานสูงสุด เพื่อส่งต่อผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยถึงมือผู้บริโภค และพร้อมขยายกำลังการผลิตเพื่อรับซื้อวัตถุดิบสมุนไพร เป็นการสร้างรายได้หมุนเวียนกลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
ผลงานวิจัยนวัตกรรมนี้ยังสอดคล้องอย่างเด่นชัดกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ใน เป้าหมายที่ 3: การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-being) โดยเฉพาะเป้าหมายย่อย SDG 3.3 ในการยุติการแพร่ระบาดของโรคเขตร้อนที่ถูกละเลยและโรคติดต่อนำโดยแมลง เช่น ไข้เลือดออก และ เป้าหมายที่ 9: อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน (Industry, Innovation, and Infrastructure) ภายใต้เป้าหมายย่อย SDG 9.5 ที่มุ่งส่งเสริมการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของภาคอุตสาหกรรม ผ่านการบูรณาการความร่วมมือและการถ่ายทอดเทคโนโลยีมูลค่าสูงระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคเอกชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.ธัญบุรี โทร. 0-2549-4682 และเข้าชมรายละเอียดที่น่าสนใจที่ https://www.facebook.com/irdofrmutt
เรื่อง/เผยแพร่: ฝ่ายข่าว กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี
ภาพ: ฝ่ายผลิตและเผยแพร่ กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี