

ชีวิตในมหาวิทยาลัยคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการ ‘ลองผิดลองถูก’ สกู๊ปข่าวนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จของ “ชมรม Startup มทร.ธัญบุรี” ที่เพิ่งโชว์ศักยภาพพาทีมเด็กบริหารธุรกิจคว้าชัยในเวทีระดับประเทศอย่าง ฮักแม่ HACKATHON ผ่านมุมมอง สุดเฉียบคมของ 2 แกนนำคนรุ่นใหม่
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกธุรกิจยุคใหม่ พลังของคนรุ่นใหม่กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เช่นเดียวกับเรื่องราวการเดินทางของ “ชมรม Startup มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี)” ที่สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าความฝันทางธุรกิจของนักศึกษาขยายตัวไปไกลกว่าตำราเรียน นำไปสู่การสร้างโอกาสและโมเดลธุรกิจที่จับต้องได้จริง ผ่านการจัดค่ายสุดเข้มข้นอย่าง “ปั้นไอเดีย พุ่งเป้าคว้าทุน!! (Ideation for Funding Bootcamp)” พื้นที่ทดลอง (Sandbox) ชิ้นสำคัญที่ชมรมตั้งใจเนรมิตขึ้นตลอด 3 วันเต็ม เพื่อติดอาวุธและบ่มเพาะทักษะความเป็นผู้ประกอบการด้านนวัตกรรม ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษากล้าก้าวออกไปคว้าทุนสนับสนุนจากแหล่งทุนภายนอกอย่างมีทิศทาง
กระบวนการเรียนรู้ในค่ายครั้งนี้ถูกออกแบบมาเป็นลำดับขั้นเพื่อเปลี่ยน “ความสงสัย” ให้กลายเป็น “โครงร่างธุรกิจ” ที่ชัดเจน เริ่มต้นด้วยการขุดค้นปัญหาที่แท้จริง (Pain Point) เพื่อให้มั่นใจว่าไอเดียที่คิดขึ้นจะตอบโจทย์สังคมและสร้างรายได้ได้จริง ก่อนจะนำมาเจียระไนให้คมชัดผ่านเครื่องมือ Lean Canvas พร้อมทดสอบแนวคิดกับกลุ่มเป้าหมาย และปิดท้ายด้วยไฮไลต์สำคัญคือการฝึกทักษะการนำเสนอ (Pitching) ต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นสร้างแรงกระเพื่อมอย่างยิ่งใหญ่ มีนักศึกษาเข้าร่วมกว่า 60 คนจากหลากหลายคณะ ทั้งคณะบริหารธุรกิจ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จนเกิดแผนธุรกิจรวมทั้งสิ้น 21 แผน และมีทีมที่กล้าส่งแนวคิดเข้าประกวดถึง 16 ทีม
เมื่อ “เมล็ดพันธุ์” ที่ได้รับการบ่มเพาะองค์ความรู้อย่างเข้มข้นเริ่มผลิดอกออกผล ความมุ่งมั่นจากค่ายปั้นไอเดียในวันนั้นจึงกลายเป็นใบเบิกทางสู่ชัยชนะบนเวทีระดับประเทศอย่าง “ฮักแม่ HACKATHON” โครงการที่มุ่งเน้นการสืบสานมรดกแม่แห่งแผ่นดินสู่เศรษฐกิจชุมชน โดยได้รับแรงผลักดันและประสบการณ์ตรงจากรุ่นพี่อย่าง นายนพรัตน์ ชื่นอารมณ์ อดีตประธานชมรม ร่วมกับทีมอาจารย์ที่ปรึกษา ที่มีองค์ความรู้ในการสร้างนวัตกรรมจนได้ทุนสนับสนุนจาก Ted Fund มาร่วมถ่ายทอดวิชา จนทำให้ มทร.ธัญบุรี สามารถประกาศศักยภาพติดโผ 21 ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบแรกระดับประเทศได้สำเร็จถึง 2 ทีม ได้แก่ ทีม “Pine Power” และทีม “ZANG SAVE” ซึ่งเป็นทีมที่คิดค้นนวัตกรรมหน้ากากอนามัยย่อยสลายได้ 100% จากตอซังข้าวเพื่อช่วยลดมลภาวะและป้องกันฝุ่น PM ให้แก่เกษตรกรในชุมชน
“การหาโอกาสให้กับตัวเองได้ลองอะไรใหม่ ๆ ถึงแม้จะผิดพลาดแต่ไม่เคยขาดทุน” คือเสียงสะท้อนจาก นางสาววชิรญาณ์ ตั้งสิริเสถียร (หยก) กรรมการชมรม Startup และหนึ่งในหัวใจสำคัญของทีม ZANG SAVE นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะบริหารธุรกิจ ผู้พกพาความมุ่งมั่นและพร้อมเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ โดยเธอได้เปิดใจถึงแนวคิดและประสบการณ์ในเวทีระดับประเทศนี้ว่า เวทีฮักแม่แฮกกาธอน ได้น้อมนำ พระราชกรณียกิจและพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาประยุกต์ใช้ผ่านกระบวนการ นวัตกรรม เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ มาควบรวมกับแนวคิดธุรกิจ
ทีมของเราได้นำตอซังข้าวซึ่งเป็นขยะเกษตรกรรมมาผ่านกระบวนการเคมีที่ปลอดภัย เพื่อทำเป็นแผ่นกรองในหน้ากากอนามัยที่ช่วยป้องกันฝุ่น PM ให้เกษตรกรและชุมชน แถมยังสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ 100% ไม่ก่อให้เกิดขยะและมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
นางสาววชิรญาณ์ (หยก) กล่าวต่อไปว่า กิจกรรมนี้เปิดประสบการณ์ใหม่ภายใต้ความกดดันเรื่องเวลาที่จำกัด ตั้งแต่การระดมไอเดียไปจนถึงการเก็บตัว 3 วัน 2 คืน ซึ่งได้รับการโค้ชชิ่งอย่างใกล้ชิดจากเมนเทอร์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางช่วยอุดจุดอ่อนและชูจุดเด่นของสินค้า ส่วนวิธีรับมือกับความตื่นเต้นบนเวที Pitching ครั้งแรกคือการปรับมุมมองว่า ทุกคนที่มาไม่ได้มากดดัน แต่มาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองธุรกิจซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ความรู้จากคณะบริหารธุรกิจในชั้นปีที่ 1 ยิ่งช่วยให้การมองตลาดและการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าง่ายขึ้น โดยช่วงที่ท้าทายที่สุดคือการต้องฝึกบูสต์ตัวเองเพื่อพูดต่อหน้าคนจำนวนมากเพราะเดิมทีเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง แต่ช่วงที่สนุกที่สุดคือการได้ร่วมกันออกแบบไอเดียธุรกิจ และการได้เห็นแนวคิดใหม่ ๆ ของเพื่อนทีมอื่นเพื่อนำมาปรับใช้กับตัวเอง โดยในอนาคตเธอตั้งเป้าหมายอยากเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งจะนำแนวคิดผู้ประกอบการนี้มาประยุกต์ใช้
ในพาร์ทของชมรมและการต้อนรับสมาชิกใหม่ นางสาววชิรญาณ์ (หยก) อธิบายเพิ่มเติมว่า ชมรมเปิดมุมมองที่กว้างขึ้นมาก ผ่านโครงการที่ดึงวิทยากรเก่ง ๆ จากภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชนมาให้คำปรึกษา สำหรับคนไม่มีพื้นฐานธุรกิจเลยก็ไม่ต้องกังวล เพราะค่ายของชมรมจะเริ่มจากการปรับมายด์เซ็ตผู้ประกอบการก่อน แล้วจึงค่อยสอนเขียนแผนธุรกิจ ชมรม Startup พร้อมเป็นประตูบานแรกที่ช่วยพังความกลัวให้ทุกคน โดยเธอมีคุณคมสันต์ ลี เจ้าของ Flash Express เป็นไอดอลในดวงใจ จากการที่เขาเริ่มจากศูนย์ เป็นเด็กดอยที่ไม่มีต้นทุนชีวิตสูง แต่กล้ามองหาโอกาสจากสิ่งที่เป็นปัญหาจนเติบโตเป็นยูนิคอร์นได้
ขณะที่อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญอย่าง นางสาวณภัทร ศรีแย้ม (เชียร์) ประธานชมรม Startup คนปัจจุบัน ได้จุดประกายความคิดไว้อย่างเฉียบคมว่า “ความผิดพลาดคือต้นทุนของการเติบโต แต่ความไม่กล้าคือการขาดทุนตั้งแต่ยังไม่เริ่ม” พร้อมกับกล่าวถึงทิศทางของชมรมว่า ตั้งใจจะผลักดันให้ชมรมเป็นเหมือน Sandbox หรือพื้นที่ทดลองให้นักศึกษาได้ลองผิดลองถูก หากล้มก็พร้อมซัพพอร์ตให้ลุกขึ้นใหม่ โดยมี พี่แอ้ – นางสาวณัฐนันท์ คงเพ็ชรศักดิ์ จากกองพัฒนานักศึกษา คอยเป็นแรงผลักดันและซัพพอร์ตอยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังอย่างใกล้ชิด อบอุ่นในทุกกิจกรรม พร้อมทั้งมี ดร.กฤษฎา มูฮัมหมัด จากคณะบริหารธุรกิจ มาร่วมให้คำปรึกษาเชิงยุทธศาสตร์ธุรกิจอย่างเป็นกันเอง ส่วนตัวเธอตัดสินใจเข้าชมรมนี้ทันทีที่เจอในวันเปิดโลกกิจกรรม สำหรับประสบการณ์ในค่ายฮักแม่แฮกกาธอนทำให้ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับเพื่อนใหม่ต่างมหาวิทยาลัย และเปลี่ยนมุมมองว่าธุรกิจไม่จำเป็นต้องเป็นนวัตกรรมจ๋า ๆ เสมอไป แต่อาจเป็นการคิดนอกกรอบหรือการเปลี่ยนความคิดคนในชุมชนก็ได้
นางสาวณภัทร (เชียร์) กล่าวเสริมว่า ในค่ายนี้เธอทำหน้าที่วางแผนและออกแบบสไลด์พรีเซนต์เพราะส่วนตัวเป็นคนกลัวไมค์ ซึ่งเพื่อนในทีมก็น่ารักและช่วยซัพพอร์ตเรื่องการพูดอย่างดี โดยช่วงเวลาที่ประทับใจที่สุดคือคืนวันที่ 2 ของค่ายที่ทุกคนยอมอดนอนร่วมกันเตรียมตัวพรีเซนต์ รวมถึงคณะกรรมการที่ให้คำแนะนำอย่างซอฟต์และอบอุ่น ทำให้กล้าเปิดใจคุย สำหรับเป้าหมายในอนาคต เธอตั้งใจจะเดินทางไปทำงานและเก็บออมเงินทุนที่ประเทศออสเตรเลีย โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการนำทุนทรัพย์กลับมาต่อยอดด้านการลงทุนเพื่อสร้างอิสรภาพทางการเงิน และยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวให้สุขสบายอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้เธอวาดภาพของตนเองในอนาคต ให้เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ประสบความสำเร็จ พึ่งพาตัวเองได้ และสามารถดูแลคนที่รักได้อย่างดีที่สุด ซึ่งสิ่งนี้คือแรงผลักดันเดียวที่ทำลายทุกความกลัวและขับเคลื่อนชีวิตของเธอในปัจจุบัน
เชียร์ กล่าวเชิญชวนเพื่อน ๆ ทิ้งท้ายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจว่า หากเพื่อน ๆ มีไอเดียและอยากเปลี่ยนมันให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ ชมรม Startup พร้อมเป็นแรงซัพพอร์ต พาก้าวไปคว้าทุนสนับสนุนและหาโอกาสใหม่ทางธุรกิจ ส่วนประเด็นที่หลายคนกังวลว่าเรียนหนักอยู่แล้ว การทำชมรมจะเพิ่มภาระงาน มองว่าเป็นเรื่องของมุมมองความชอบ เพราะถึงแม้งานคณะจะค่อนข้างเยอะมาก ๆ แต่ถ้าเราสนุกและสนใจที่จะทำจริง ๆ กิจกรรมของชมรมก็ไม่ใช่ข้อจำกัดหรืออุปสรรคเลย
บทสรุปและจุดหมายต่อไปของชมรม Startup มทร.ธัญบุรี ภายใต้การนำของคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้ คือรากฐานที่พร้อมซัพพอร์ตให้นักศึกษาทุกคน ไม่ว่าจะมาจากคณะใดหรือไม่มีพื้นฐานธุรกิจเลยก็ตาม ได้มีโอกาสเข้ามาทดลอง ลงมือทำ และก้าวข้ามความกลัวเพื่อเปลี่ยนไอเดียสร้างสรรค์ให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ยั่งยืน พร้อมที่จะจับมือร่วมกันก้าวสู่เวทีการแข่งขันและคว้าทุนสนับสนุนทั้งในระดับชาติและระดับสากลต่อไปในอนาคต
เรื่อง: ฝ่ายข่าว กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี
ภาพ: ฝ่ายผลิตและเผยแพร่ กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี และชมรม Startup มทร.ธัญบุรี