
สาขาวิชานวัตกรรมศิลปประดิษฐ์สร้างสรรค์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตและขยายโอกาสทางการศึกษา สู่การสร้างทักษะอาชีพในแดนควบคุม จัดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรมศิลปประดิษฐ์สร้างสรรค์ชุมชน เรื่อง “การประดิษฐ์ดอกมะลิ” ณ เรือนจำธัญบุรี มุ่งหวังใช้พลังแห่งศิลปะช่วยขัดเกลาจิตใจและสร้างรากฐานอาชีพที่มั่นคงให้แก่ผู้ต้องขังหญิงก่อนกลับคืนสู่สังคม กิจกรรมภายในโครงการเน้นการเรียนรู้แบบ Active Learning แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือการบรรยายทฤษฎีพื้นฐานด้านงานศิลปประดิษฐ์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และภาคปฏิบัติที่เข้มข้น โดยมีผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำธัญบุรีเข้าร่วมจำนวน 30 คน ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การสอนเทคนิคการเปลี่ยน “กระดาษทิชชู” ให้กลายเป็นดอกมะลิที่มีความอ่อนช้อยสวยงามเสมือนจริง รวมถึงการต่อยอดเทคนิคการเข้าช่อดอกไม้จันทน์ เพื่อถวายในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของสมเด็จพระพันปีหลวง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิจิตร สนหอม หัวหน้าสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของมหาวิทยาลัยในการบูรณาการการจัดการเรียนการสอน ควบคู่กับการบริการวิชาการแก่สังคม และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนเป็นการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในฐานะวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ นับเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ (Active Learning) และการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์นวัตกรรมชุมชนเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ สาขาวิชาได้นำทีมนักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชานวัตกรรมศิลปประดิษฐ์สร้างสรรค์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิชาชีพและศิลปประดิษฐ์ให้แก่ผู้ต้องขังหญิง เพื่อให้สามารถนำไปพัฒนาเป็นทักษะอาชีพและสร้างรายได้ในอนาคต โดยกิจกรรมเน้นการประดิษฐ์ดอกมะลิจากกระดาษทิชชู ซึ่งเป็นวัสดุที่หาได้ง่ายและมีต้นทุนต่ำ สามารถต่อยอดสู่การผลิตเชิงอาชีพได้จริง นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังมีความสำคัญในมิติของการเตรียมความพร้อมในการจัดทำดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2569 โดยเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และเรือนจำอำเภอธัญบุรี ในการร่วมกันฝึกทักษะและผลิตชิ้นงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผลงานที่จัดทำขึ้นมีความประณีต ถูกต้องตามแบบแผน และสมพระเกียรติ อันสะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ ในการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมกันสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทยในบริบทของพระราชพิธีอย่างสมบูรณ์และเหมาะสมที่สุด โครงการนี้จึงมิได้เป็นเพียงการพัฒนาทักษะอาชีพแก่ผู้ต้องขังเท่านั้น หากยังเป็นการสร้างคุณค่าเชิงสังคม วัฒนธรรม และจิตสำนึกสาธารณะ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับการปฏิบัติจริง และการมีส่วนร่วมในภารกิจสำคัญของชาติอย่างเป็นรูปธรรม
นางสาวปาริชาติ ลอยเลิศ ผู้ควบคุมการอบรม เรือนจำอำเภอธัญบุรี เล่าว่า โครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ควรได้รับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะอาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ การนำองค์ความรู้ด้านศิลปประดิษฐ์มาถ่ายทอดในครั้งนี้ ถือเป็นแนวทางที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ใช้วัสดุที่หาได้ง่าย และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพหรือสร้างรายได้ในอนาคตได้ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายในการสร้างโอกาสและลดการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขัง ขอชื่นชมคณะผู้จัดทำโครงการ คณาจารย์ และนักศึกษาสาขาวิชานวัตกรรมศิลปประดิษฐ์สร้างสรรค์ จาก มทร.ธัญบุรี ที่ได้นำองค์ความรู้จากการเรียนการสอนมาประยุกต์ใช้ในการบริการวิชาการแก่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม “ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการพัฒนาทักษะวิชาชีพของนักศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างคุณค่าและประโยชน์ให้แก่สังคมโดยรวม
นางสาวสุภนิดา ทัพพลา นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขานวัตกรรมศิลปประดิษฐ์สร้างสรรค์ ประธานนักศึกษาโครงการ เล่าว่า รู้สึกประทับใจที่ได้นำวิชาชีพและทักษะที่เรียนมาประยุกต์ใช้ในการสอนผู้ต้องขัง สร้างทักษะฝีมือและช่วยให้ผู้ต้องขังสามารถกลับสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ โครงการนี้ยังเป็นโอกาสได้เรียนรู้กระบวนการจัดเตรียมงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การทดลองประดิษฐ์ดอกไม้หลากหลายรูปแบบ การวางแผนงาน ไปจนถึงการเตรียมวัสดุอุปกรณ์ สำหรับการเตรียมงานครั้งนี้ ใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนในการทดลองและวางแผน เพื่อให้การถ่ายทอดความรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีนักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชานวัตกรรมศิลปะสร้างสรรค์ จำนวน 9 คน และบุคลากรอีก 4 คน รวมทั้งสิ้น 13 คน ร่วมเป็นวิทยากรในการให้ความรู้และฝึกปฏิบัติในครั้งนี้ด้วย ‘ดีใจที่เห็นผู้ต้องขังสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้จริงตามที่ได้รับการถ่ายทอด’
ผู้ต้องขังรายหนึ่ง ซึ่งขอสงวนนาม เล่าว่า ตอนที่อยู่ข้างนอกเรือนจำ เคยรับจ้างทำดอกไม้จากโรงงานประสบการณ์เดิมนี้ทำให้มีความเข้าใจและทักษะพื้นฐานในการประดิษฐ์ดอกไม้เป็นอย่างดี มองว่าการเข้าอบรมครั้งนี้คือโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้เมื่อออกจากเรือนจำ “รู้สึกดีค่ะ กับการได้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ถ้ามีโอกาสได้ออกไป หนูอยากนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอด ให้ลูกหลานทำเหมือนกัน เป็นการสร้างอาชีพให้กับครอบครัว”
ภารกิจของ สาขาวิชานวัตกรรมศิลปประดิษฐ์สร้างสรรค์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่เรายังมุ่งเน้นการบริการวิชาการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โครงการประดิษฐ์ดอกมะลิในครั้งนี้ คือการนำนวัตกรรมด้านคหกรรมศาสตร์มาใช้เป็นเครื่องมือในการเยียวยาและสร้างโอกาส ต้องการให้ผู้เข้าร่วมโครงการค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง เพื่อที่วันหนึ่งเมื่อพวกเขาพ้นภาระการควบคุม ทักษะเหล่านี้จะเป็นวิชาติดตัวที่ช่วยให้พวกเขายืนหยัดในสังคมได้อย่างมีเกียรติและมีรายได้ที่สุจริตโครงการดังกล่าวสะท้อนบทบาทของสถาบันการศึกษาในการเป็น “สะพานเชื่อมโอกาส” ระหว่างองค์ความรู้และสังคม ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะการส่งเสริม “ทักษะอาชีพ” ที่นำไปใช้ได้จริง อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน
การเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
SDG เป้าหมายหลัก
SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education)
ส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการเข้าถึงการศึกษาที่เท่าเทียม
เป้าหมายย่อยที่เกี่ยวข้อง
SDG 4.3: สร้างหลักประกันให้ผู้หญิงและผู้ชายทุกคนเข้าถึงการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาที่มีคุณภาพในราคาที่สามารถจ่ายได้
SDG 4.4: เพิ่มจำนวนเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีทักษะที่จำเป็นสำหรับการจ้างงาน การมีงานที่มีคุณค่า และการเป็นผู้ประกอบการ
SDG เป้าหมายเสริม
SDG 10: ลดความเหลื่อมล้ำ (Reduced Inequalities)
SDG 10.2: ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของทุกคน
เรื่อง/ภาพ/เผยแพร่ : ฝ่ายผลิตและเผยแพร่ กองประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี