
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เดินหน้ามาตรการประหยัดพลังงานเชิงรุกและแนวทางการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work From Home: WFH) อย่างเข้มข้น เพื่อขานรับนโยบายรัฐบาลในการลดใช้ทรัพยากรของประเทศ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าภายในอาคารด้วยการควบคุมการใช้เครื่องปรับอากาศและจำกัดชั้นจอดลิฟต์ ควบคู่กับการบริหารจัดการบุคลากรให้ปฏิบัติงานผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้ภารกิจของมหาวิทยาลัยดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม
รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มทร.ธัญบุรี เปิดเผยว่าเพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีในการประหยัดพลังงาน มหาวิทยาลัยได้กำหนดแนวทางให้ทุกหน่วยงานปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส พร้อมกำหนดเวลาเปิดปิดแอร์ในพื้นที่สำนักงานและห้องเรียนอย่างเคร่งครัด โดยช่วงเช้าเปิด 09.00 น. และปิด 12.00 น. จากนั้นจะปิดพักในช่วงเวลา 12.00 – 13.00 น. ก่อนจะเปิดอีกครั้งในเวลา 13.00 น. และปิดในเวลา 16.00 น. สำหรับห้องเรียนนั้นได้มอบหมายให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาตามความเหมาะสมเพื่อลดผลกระทบต่อการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังมีการจัดการเรื่องลิฟต์โดยสาร โดยอาคารที่มีลิฟต์ 2 ตัวให้สลับใช้งานวันละ 1 ตัว และกำหนดชั้นจอดรับ-ส่งเฉพาะชั้นที่จำเป็น เช่น ชั้น 3 และชั้น 6 เพื่อลดการใช้กระแสไฟฟ้า โดยขอความร่วมมือให้ผู้สัญจรระหว่างชั้น 1 และชั้น 2 ใช้บันไดแทน ซึ่งจะมีข้อยกเว้นสำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีความจำเป็นทางสุขภาพ อีกทั้งมีกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้ลิฟต์ เพื่อความปลอดภัยและคล่องตัว
ในด้านการบริหารจัดการบุคลากร รศ.ดร.สมหมาย ระบุว่า มหาวิทยาลัยส่งเสริมให้บุคลากรปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งเป็นหลัก โดยหัวหน้าหน่วยงานจะเป็นผู้มอบหมายงานและติดตามผลการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม สำหรับหน่วยงานที่มีภารกิจบริการประชาชนและนักศึกษา เช่น งานทะเบียนหรือระบบเทคนิคที่จำเป็น ให้จัดบุคลากรปฏิบัติงาน ณ สถานที่ตั้งเท่าที่จำเป็นเพื่อความสะดวกแก่ผู้รับบริการอย่างดีที่สุด นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือให้งดการเดินทางไปปฏิบัติงานในต่างประเทศเป็นการชั่วคราว เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนซึ่งมหาวิทยาลัยจะพิจารณาเป็นรายกรณี เพื่อให้สอดรับกับมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศ
อธิการบดี มทร.ธัญบุรี ยังกล่าวอีกด้วยว่า สำหรับการปรับเปลี่ยนวิถีการทำงานและใช้ชีวิตในครั้งนี้ ยอมรับว่ามีความเห็นใจและเข้าใจในความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้นกับบุคลากร นักศึกษา รวมถึงผู้มาติดต่อราชการที่ต้องปรับตัวกับระเบียบปฏิบัติที่เข้มงวดขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์พลังงานและความผันผวนของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม มทร.ธัญบุรี ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่มีบทบาทสำคัญต่อสังคมไทย จำเป็นต้องดำเนินบทบาทผู้นำในการสร้างการเปลี่ยนแปลงและร่วมรับผิดชอบต่อวิกฤตการณ์ทรัพยากร เพื่อให้ประเทศไทยก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปได้โดยมีผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาและมาตรฐานการทำงานน้อยที่สุด
ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยมุ่งเน้นที่เป้าหมายหลัก SDG 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ ในเป้าหมายย่อย 7.3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานภายในองค์กรให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป้าหมายหลัก SDG 12 แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน ในเป้าหมายย่อย 12.2 การบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน
เรื่อง/ภาพ/เผยแพร่ : ฝ่ายข่าว กองประชาสัมพันธ์ – สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มทร.ธัญบุรี