
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ย้ำความสำเร็จการจัดการศึกษาในรูปแบบสหกิจศึกษา ส่งนักศึกษาสาขาวิศวกรรมวัสดุและพอลิเมอร์ พัฒนา ‘กาวชีวภาพจากกากถั่วเหลือง’ (Bio-based Adhesive from Soybean Meal) พลิกวัสดุเหลือทิ้งจากโรงงานอาหาร สู่กาวคุณภาพสูงที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ชูจุดเด่นลดการใช้สารเคมีกลุ่มฟอร์มาลดีไฮด์ ทนทานต่อเชื้อราและความชื้นได้ดีตามมาตรฐานสากล ตอบโจทย์โมเดลเศรษฐกิจ BCG ของประเทศไทย
รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มทร.ธัญบุรี เปิดเผยว่า ระยะเวลากว่า 25 ปี มหาวิทยาลัยมุ่งเน้นนโยบายยกระดับสหกิจศึกษาให้เป็นมากกว่าการฝึกงานทั่วไป แต่ต้องเป็นการร่วมวิจัยและพัฒนาเพื่อแก้โจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง ผลงานกาวชีวภาพจากกากถั่วเหลืองนี้เป็นความสำเร็จของ น.ส.สิริกัญญา ภูงามดี และ น.ส.สุภาวดี อินทร์กลิ่น นักศึกษาสาขาวิศวกรรมวัสดุ-พอลิเมอร์ ภาควิชาวิศวกรรมวัสดุและโลหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยมี ผศ.ดร.ภรวลัญช์ นันท์นานนท์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ซึ่งนักศึกษาได้เข้าไปปฏิบัติงานจริง ณ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) เพื่อพัฒนาแนวทางลดการใช้กาวสังเคราะห์ที่มีสารเคมีอันตรายในกระบวนการผลิตไม้
เบื้องหลังความสำเร็จนี้ ตัวแทนนักศึกษา ให้ข้อมูลว่า “ตนกับเพื่อนได้ศึกษาวิจัยเพื่อลบจุดอ่อนของกาวชีวภาพทั่วไปที่มักเสื่อมสภาพง่ายเมื่อถูกความชื้น โดยใช้กระบวนการสกัดโปรตีนจากกากถั่วเหลือง มาปรับปรุงคุณสมบัติทางเคมีด้วยการเชื่อมขวาง (Cross-linking) ร่วมกับสารชีวภาพต้านเชื้อรา และใช้กรดมาลิก (Malic Acid) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยึดติดและความแข็งแรงเชิงกล ทำให้ได้เนื้อกาวที่มีความเหนียวและทนทานสูง โดยผ่านการทดสอบด้วยเทคนิค FTIR และการทดสอบแรงเฉือนตามมาตรฐาน ASTM D905 ที่ยืนยันว่าสามารถนำไปใช้ทดแทนกาวสังเคราะห์ในระดับกึ่งอุตสาหกรรมไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
จากการประเมินผลโดยสถานประกอบการ พบว่าผลงานชิ้นนี้ได้รับคะแนนสูงกว่าร้อยละ 80 ในทุกด้าน โดยเฉพาะความสามารถในการวิเคราะห์เชิงวิศวกรรมและความคิดริเริ่มที่สามารถตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม และสนับสนุนแนวทางอุตสาหกรรมสีเขียวตาม ‘โมเดลเศรษฐกิจ BCG’ หรือการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy Model) อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นการนำทรัพยากรชีวภาพมาเพิ่มมูลค่า เน้นการหมุนเวียนวัสดุเหลือใช้ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความสำเร็จนี้จึงพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของนักศึกษา ที่มีความพร้อมในสร้างนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจริงเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
รศ.ดร.สมหมาย กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดการศึกษาในรูปแบบสหกิจศึกษา เป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้บัณฑิตปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรม โดยมหาวิทยาลัยมุ่งหวังที่จะเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างการเรียนการสอน งานวิจัย และสถานประกอบการเข้าด้วยกัน เพื่อนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยความสำเร็จของนวัตกรรมกาวชีวภาพชิ้นนี้เป็นอีกผลงานที่พัฒนานวัตกรรมที่เน้นการใช้งานจริง และมหาวิทยาลัยพร้อมเปิดรับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อต่อยอดผลงานวิจัยให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้างต่อไป
นวัตกรรมกาวชีวภาพนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่มุ่งเน้นการสร้างทักษะที่จำเป็นสำหรับการจ้างงานผ่านกระบวนการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริงในสถานประกอบการ ส่งเสริมวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของภาคอุตสาหกรรม ลดการเกิดของเสียด้วยการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อสร้างรูปแบบการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02 549 3480 หรือ https://www.facebook.com/engineeringrmutt/
เรื่อง/เผยแพร่ : ฝ่ายข่าว กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี
ภาพ : สำนักสหกิจศึกษา และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี