ผลักดันมาตรฐานอาชีพ e-Commerce ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลสู่ “ประเทศไทย 4.0”

มทร.ธัญบุรี ร่วมกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพจับมือสมาคมวิชาชีพ
ผลักดันมาตรฐานอาชีพ e-Commerce ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลสู่ “ประเทศไทย 4.0” สาขาธุรกิจอีคอมเมิร์ซและเว็บไซต์

เหตุผลที่ต้องมีระบบคุณวุฒิวิชาชีพ

รายงานผลการสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ปี 2560 โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่า จำนวนผู้ประกอบการและมูลค่า e-Commerce เพิ่มขึ้นทุกปี ผลการสำรวจมูลค่า e-Commerce ของประเทศไทยตั้งแต่ปี 2557 จำนวน 2 ล้านล้านบาท (2,033,493.35 ล้านบาท) ปี 2558 จำนวน 2.245 ล้านล้านบาท (2,245,147.02 ล้านบาท) และปี 2559 จำนวน 2.560 ล้านล้านบาท (2,560,103.36 ล้านบาท) และอัตราการเติบโต จากปี 2557-2558 อัตราการเติบโตสูงถึงร้อยละ 10.41 และสูงอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2558-2559 ที่ร้อยละ 14.03 จากการคาดการณ์พบว่าในปี 2560 มูลค่า e-Commerce ในประเทศไทยจะมีมูลค่าประมาณ 2,812,592.03 ล้านบาท

จากข้อมูลดังที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าธุรกิจ e-Commerce โดยส่วนใหญ่จะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศสำหรับประเทศไทยแล้ว เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ถือเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ โดยมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญมาใช้ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปกระบวนการผลิต การดำเนินธุรกิจ การค้า การบริการ การศึกษา การสาธารณสุข การบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคม รวมทั้งการดำเนินงานตามนโยบายที่เชื่อมโยงและสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่ครอบคลุมถึงประเทศไทย 4.0 และนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล

หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลนั้น “คน” หรือ “ทุนมนุษย์” เป็นกุญแจสำคัญของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ธุรกิจ แต่ทำอย่างไรจึงจะสามารถพัฒนาคนให้กลายเป็นข้อได้เปรียบดังกล่าวได้ คำตอบคือ “สมรรถนะ” ซึ่งเป็นการใช้ความรู้ ทักษะ และความสามารถ รวมทั้งคุณลักษณะพึงประสงค์ต่างๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อการประกอบอาชีพ สามารถผลิตผลงานที่โดดเด่นมีประสิทธิภาพ
โจทย์ด้านสมรรถนะจึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับหลายมิติ ทั้งระดับบุคคล ระดับองค์กร ไปจนถึงระดับประเทศ รวมทั้งยังเชื่อมโยงไปจนถึงการจัดการศึกษาในสถาบันการศึกษาอีกด้วย ทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน เช่น มิติด้านทรัพยากรมนุษย์ ฝ่าย HR จะสามารถรับคนทำงานที่มีสมรรถนะสอดคล้องกับตำแหน่งงานที่ต้องการได้อย่างไร จะประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อให้รางวัลอย่างไร จะกำหนดเส้นทางความก้าวหน้าในสายงานอย่างไร จะพัฒนาคนอย่างไร จะรักษาคนดีคนเก่งไว้ได้อย่างไร มิติด้านบุคคล คนทำงานสามารถพิจารณาว่าถ้าต้องการเติบโตก้าวหน้าในสายอาชีพ จำเป็นต้องฝึกฝนความชำนาญ ความเชี่ยวชาญในด้านใดบ้าง มิติด้านการบริหารองค์กร จะเพิ่มผลิตภาพทรัพยากรมนุษย์เพื่อสร้างความได้เปรียบการแข่งขันจะต้องทำอย่างไรบ้าง ในระดับประเทศจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในบริบทของอาเซียนและสากลให้ยั่งยืนได้อย่างไร ส่วนด้านอุปทาน สถาบันการศึกษาซึ่งมีหน้าที่เตรียมคนเข้าสู่อาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการ ยกระดับสมรรถนะของคนในอาชีพ และส่งเสริมการคนทำงานแบบหลายทักษะ (multi-skill) เพื่อรองรับสมรรถนะของคนในศตวรรษที่ 21 สถาบันการศึกษาจะต้องผลิตคนที่มีสมรรถนะสอดคล้องกับโลกของอาชีพ (Hands-On) ได้อย่างแท้จริง ล้วนจำเป็นต้องอาศัยหลักคิดเชิงฐานสมรรถนะ (Competency-Based Approach) ทั้งสิ้น

จากการตระหนักถึงความจำเป็นและความสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนา กำลังคน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่พัฒนาระบบคุณวุฒิวิชาชีพอันเป็นกลไกสำคัญที่จะยกระดับความก้าวหน้าและอัตราผลผลิตของกำลังคนในประเทศไทย สถาบันฯ ได้ร่วมกับ กลุ่มอุตสาหกรรมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการระบุสมรรถนะที่อุตสาหกรรมต้องการเพื่อจัดทำ “มาตรฐานอาชีพ” อันหมายถึงการกำหนดระดับสมรรถนะของบุคคลในการประกอบอาชีพ อีกทั้งยังรับรองทักษะและความเชี่ยวชาญของบุคคลด้วยการสร้างมาตรฐานในการวัดสมรรถนะเพื่อที่จะรับรอง “คุณวุฒิวิชาชีพ” ซึ่งหมายความว่าการรับรองความรู้ความสามารถและทักษะของบุคคลในการทำงานตามมาตรฐานอาชีพนั้น โดยคุณวุฒิวิชาชีพนี้จะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อกำลังคนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นผู้ที่ ไม่มีคุณวุฒิการศึกษาระดับสูงแต่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพ

รู้จักกับระบบมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ

“มาตรฐานอาชีพ” หมายความว่า การกำหนดระดับสมรรถนะของบุคคลในการประกอบอาชีพ โครงการจัดทำมาตรฐานอาชีพ พร้อมทั้งพัฒนาระบบการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ

“ระบบคุณวุฒิวิชาชีพ” ถูกพัฒนาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อการรับรอง “สมรรถนะ” ของกำลังคนตามมาตรฐานอาชีพ เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม “ระบบคุณวุฒิวิชาชีพ” เป็นกระบวนการรับรอง เพื่อให้บุคคลได้รับการยอมรับใน ความรู้ ทักษะ ตลอดจนความสามารถ และได้รับ “คุณวุฒิวิชาชีพ” ที่สอดคล้องกับสมรรถนะประสบการณ์และความรู้ และ ใช้ระบบคุณวุฒิวิชาชีพในการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าในสายอาชีพของตนในอนาคต โดย “คุณวุฒิวิชาชีพ” สามารถเทียบเคียง และเชื่อมโยงกับระบบคุณวุฒิอื่นๆ ของประเทศได้

การพัฒนามาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาธุรกิจอีคอมเมิร์ซและเว็บไซต์

สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ได้จัดทำโครงการการพัฒนามาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และดิจิทัลคอนเทนต์ สาขาธุรกิจอีคอมเมิร์ซและเว็บไซต์ ขึ้นเพื่อยกระดับมาตรฐานสมรรถนะของกำลังคนในภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซและการบริการออนไลน์ เนื่องจากเล็งเห็นว่า มทร.ธัญบุรี มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนามาตรฐานอาชีพให้กับประเทศไทยมาหลากหลายสาขาวิชาชีพ และมีประสบการณ์ในการพัฒนายกระดับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้ก้าวสู่ตลาดออนไลน์ รวมทั้งการดำเนินโครงการต่างๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพที่พัฒนาขึ้นมีสมรรถนะอาชีพทั้งด้านความรู้ ทักษะการปฏิบัติ และคุณลักษณะพึงประสงค์ในการประกอบอาชีพ รวมทั้งสิ้น 25 หน่วยสมรรถนะ ประกอบด้วย บริหารจัดการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และการตลาดดิจิทัล บริหารจัดการเว็บไซต์ และพัฒนาระบบเว็บ โดยคุณวุฒิวิชาชีพที่ครอบคลุม 15 คุณวุฒิ 8 อาชีพ ได้แก่ ที่ปรึกษาด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (ชั้น 7) นักพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (ชั้น 4-5) นักการตลาดดิจิทัล (ชั้น 5-6) นักบริหารจัดการระบบบริการออนไลน์ (ชั้น 5-6) นักประเมินระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (ชั้น 5-6) นักบริหารระบบความมั่นคงปลอดภัยด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (ชั้น 6-7) นักพัฒนาและบริหารข้อมูลระบบเว็บไซต์ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (ชั้น 5-6) นักออกแบบเว็บไซต์ (ชั้น 4-5) โดยได้จัดระดับตามกรอบคุณวุฒิวิชาชีพแห่งชาติ 8 ชั้น เพื่อเป็นกรอบการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์รองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลตามยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0

สรุป

การพัฒนามาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และดิจิทัลคอนเทนต์ สาขาธุรกิจอีคอมเมิร์ซและเว็บไซต์ จึงเป็นการยกระดับการพัฒนาคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ให้มีสมรรถนะในการแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจและการบริการออนไลน์ได้อย่างยั่งยืน ในการพัฒนามาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาธุรกิจอีคอมเมิร์ซและเว็บไซต์นี้ จะใช้เป็นมาตรฐานในการประเมินเพื่อรับรองสมรรถนะบุคคลในกลุ่มอาชีพอีคอมเมิร์ซและบริการออนไลน์ และช่วยตอบโจทย์สำคัญด้านการพัฒนาสมรรถนะซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านทุนมนุษย์ของประเทศเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลสู่ “ประเทศไทย 4.0” ต่อไป

แสดงความคิดเห็น