แรงบันดาลใจจาก ‘ตุง’ สู่งานศิลป์ ‘เชิดชูพลเมืองดี’

แรงบันดาลใจจาก ‘ตุง’ สู่งานศิลป์ ‘เชิดชูพลเมืองดี’

“ตุง” สัญลักษณ์แห่งความเชื่อความศรัทธาแต่ดั้งเดิมของชาวล้านนา ที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อเป็นเครื่องสักการะบูชาหรือประกอบพิธีกรรม ทั้งงานมงคลและอวมงคล รวมทั้งใช้ในการตกแต่งสถานที่ต่างๆ ขณะเดียวกันในอีกมุมหนึ่ง “ตุง” ยังกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดโครงการดังๆ อย่างเช่น “นิทรรศการศิลปะเชิดชูพลเมืองดี” ผลงานที่ถูกรังสรรค์ขึ้นโดย ผศ.ไกรสร ประเสริฐ อาจารย์สาขาวิชาศิลปะภาพพิมพ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ถือเป็นผลงานศิลปะกลางแจ้ง ที่จัดแสดงขึ้นบริเวณถนนธัญบุรี-วังน้อย (ข้างดูโฮม คลอง 7) อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

ในวันเปิดนิทรรศการเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ร.ศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ โดยกล่าวว่า หัวใจหลักของนิทรรศการคือ การนำเรื่องราวของพลเมืองดี ที่เสียสละช่วยเหลือผู้อื่นมาถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปกรรม เพื่อเป็นการยกย่องพลเมืองดี และให้ประชาชนรุ่นหลังได้ระลึกถึง โดยนำเรื่องราวของ นายประมวน สุวรรณโรจน์ พนักงานขับรถบรรทุก 6 ล้อพลเมืองดี ที่หยุดจอดช่วยรถกระบะซึ่งจอดเสียข้างทางบริเวณวงแหวนตะวันออกสายธัญบุรี ตัดวังน้อย ขณะผูกเชือกเตรียมลากจูงรถไปอู่ได้เกิดเหตุรถพ่วง 22 ล้อพุ่งเข้าชนท้าย จนเป็นเหตุให้นายประมวน ต้องเสียชีวิต จึงถูกยกย่องจากสื่อมวลชนและประชาชนให้เป็นพลเมืองดี จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่านิทรรศการนี้จะสะท้อนให้คนในสังคม ได้ตระหนักถึงคุณงามความดี เป็นตัวอย่างให้กับสังคมและคนในชาติ และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวสุวรรณโรจน์อีกครั้งหนึ่ง

ในขณะที่ผศ.ไกรสรกล่าวว่า การสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมในครั้งนี้ ได้นำแนวคิดประเพณีวัฒนธรรมของชาวล้านนาเกี่ยวกับตุงหรือธงที่ใช้ในงานอวมงคล เช่น กรณีของตุงแดง ซึ่งเป็นตุงประเภทหนึ่งที่ใช้ปักตามบริเวณเส้นทางต่างๆ เมื่อพบตุงแดงปักอยู่ แสดงว่าบริเวณนั้นได้มีการตายแบบไม่ธรรมดาหรือตายโหงเกิดขึ้น ซึ่งตามความเชื่อและพิธีกรรมที่ได้เล่าขานสืบทอดกันมา ถือว่าบริเวณนั้นอาถรรพ์ ถ้าไม่ปักตุงแดง วิญญาณของผู้ตายจะไม่สามารถไปสู่สุขคติภพภูมิที่ดีได้ จนกว่าจะมีบุคคลอื่นมาตายตรงนั้นแทนที่

“จากความเชื่อดังกล่าวจึงนำมาสู่นิทรรศการศิลปะเชิดชูพลเมืองดี โดยใช้ตุงแดงจำนวน 35 ชิ้นงานตามอายุของพลเมืองดี ซึ่งตุงแต่ละชิ้นงานมีขนาดความกว้าง 1.20 เมตร ยาว 4 เมตร และใช้เทคนิคการพิมพ์เพื่อให้เกิดลวดลาย ด้วยเทคนิคซิลก์สกรีน (Silk Screen) โดยเลือกเอารูปม้ามาพิมพ์ ตามปีนักษัตรของพลเมืองดีที่เกิดลงไปในตุง และภายในบริเวณนิทรรศการ ยังตกแต่งด้วยปราสาทตั้งศพ ซึ่งนำมาจากภาคเหนือของไทย เพื่อให้ความรู้สึกเศร้าโศกเสียใจ และเป็นการแสดงความเคารพแก่พลเมืองดีผู้นี้ ที่ได้เสียสละ ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ย้ำเตือนถึงความไม่ประมาทในการใช้ชีวิตบนท้องถนน” ผศ.ไกรสร กล่าว

เช่นเดียวกับน.ศ.บุษกร สิ่งไธสง น.ศ.ชั้นปีที่ 3 สาขาศิลปะภาพพิมพ์ ตัวแทนนักศึกษาที่ร่วมโครงการเผยว่าเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ด้านศิลปะ ที่สร้างสรรค์ผ่านมุมมองด้านวัฒนธรรมของชาวล้านนาที่เกี่ยวกับตุง จนนำมาสู่นิทรรศการ โดยการสร้างตุงจากพื้นผ้าสีแดงเข้ม เพิ่มความสวยงามและความหมายเกี่ยวกับพลเมืองดีลงไป เช่น การพิมพ์ภาพตามปีเกิดและจำนวนตุงตามอายุ ตนมีความภาคภูมิใจที่เป็นส่วนสำคัญในนิทรรศการนี้ ซึ่งใช้ระยะเวลาเตรียมงานกว่า 1 เดือน จนเกิดเป็นนิทรรศการกลางแจ้งที่หลายคนให้ความสนใจ

อีกมุมหนึ่งของ นางกัลยา สุวรรณโรจน์ ผู้เป็นมารดาของนายประมวน เผยความรู้สึกทั้งน้ำตาว่าเสมือนฝันร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อนึกถึง เพราะลูกชายเป็นคนจิตใจดี เรียกใช้ง่าย เป็นที่รักของญาติพี่น้องผองเพื่อน ณ วันนี้ ก็เริ่มจะทำใจได้ แต่ความรู้สึกและห่วงหาระหว่างแม่กับลูกยังมีอยู่เสมอ ขอขอบคุณมหาวิทยาลัย และท่านอาจารย์ไกรสร ที่เห็นคุณค่าในความดีของลูกชาย จนสามารถสร้างศิลปะขึ้นมาได้ แม้ความประมาทจากการหลับในของคนขับรถเทรลเลอร์ได้พรากชีวิตของลูกชายไปอย่างไม่หวนกลับ แต่คุณงามความดีของลูกชาย และเรื่องราวการยกย่องทางศิลปะนี้ ยังคงตราตรึงและอยู่ในใจของแม่และอีกหลายๆ คน ตลอดไป

นิทรรศการดังกล่าวนี้จะจัดแสดงถึง 30 พ.ค.58 ซึ่งเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน หลังจากนั้นจะนำภาพนิทรรศการไปจัดแสดงอีกครั้งในเดือนส.ค. ณ วังสวนผักกาด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.08-4123-2557 ทั้งนี้นิทรรศการได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหว ที่ศิลปะได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการย้ำเตือนให้เห็นคุณค่า คุณงามความดี และเป็นตัวบ่งชี้ถึงความไม่ประมาทในการใช้ชีวิต โดยศิลปินมืออาชีพอย่าง ผศ.ไกรสร ประเสริฐ

แรงบันดาลใจจาก ‘ตุง’ สู่งานศิลป์ ‘เชิดชูพลเมืองดี’

แรงบันดาลใจจาก ‘ตุง’ สู่งานศิลป์ ‘เชิดชูพลเมืองดี’

 

แสดงความคิดเห็น