ธัญบุรี โชว์นวัตกรรมระบบบริหารจัดการเพื่อการประหยัดพลังงานของระบบไฟถนนและไฟสาธารณะ

20150103-02

พลังงาน เป็นสิ่งที่มีค่าและมีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งพลังงานน้ำ พลังงานน้ำมัน พลังงานไฟฟ้า ซึ่งความต้องการใช้พลังงานมีอัตราเพิ่มมากขึ้นทุกปี ในขณะที่พลังงานต่างๆ มีราคาที่สูงขึ้นและกำลังเริ่มขาดแคลน หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามรณรงค์ให้ใช้พลังงานอย่างประหยัด รวมถึงสนับสนุนให้เกิดการพัฒนางานวิจัยที่ช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี หนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ที่ได้ทำโครงการวิจัย “การพัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อการประหยัดพลังงานของระบบไฟถนนและ ไฟสาธารณะ” จนประสบความสำเร็จ โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

อาจารย์จตุรพิธ เกราะแก้ว อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้ให้บริการไฟถนนสาธารณะสำหรับถนนของกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ภายใต้กรมส่งเสริมการปกครองส่วน ท้องถิ่น รวมไปถึงองค์การบริหารส่วนตำบล และองค์การบริหารส่วนจังหวัด ล้วนอยู่ภายใต้พื้นที่การให้บริการของ กฟภ. การให้บริการหน่วยงานดังกล่าวนำไปสู่ภาระค่าใช้จ่ายต่อปีที่สูงขึ้น เนื่องจากการขยายพื้นที่การบริการด้านสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น กฟภ.จึงตระหนักถึงการประหยัดพลังงานของการใช้พลังงานไฟถนนสาธารณะ โดยการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้า และความส่องสว่างของถนนในแต่ละพื้นที่ ในการกำกับดูแล จึงร่วมมือกับหลายมหาวิทยาลัย ในรูปแบบ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชน (Public Private Partnership : PPP) โดย ให้หน่วยงานภายนอกเป็นผู้ลงทุน กฟภ.จะทยอยจ่ายเงินลงทุนคืน จากผลประหยัดที่เกิดขึ้นจริง โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ไฟถนนและไฟสาธารณะจะต้องมีค่าความสว่างที่ได้มาตรฐานและคงคุณภาพความสว่าง เช่นเดิมหรือดีขึ้น

“เหตุผลสำคัญที่ต้องศึกษาวิจัยและคิดค้นนวัตกรรม เนื่องจากการทำงานของไฟถนนและไฟสาธารณะอาศัยสวิตช์แสงในการสั่งการ ให้ทำงาน ทำให้มีช่วงเวลาการทำงานในแต่ละวันไม่ตรงกัน อีกทั้งจำนวนหลอดที่ใช้การได้ในแต่ละช่วงเวลาอาจจะไม่เท่าเดิม ทำให้การคำนวณผลตอบแทนด้วยการดำเนินโครงการแบบ PPP จำเป็นต้องวิเคราะห์และหาแนวทางการตรวจวัดและพิสูจน์ผลการประหยัดพลังงาน สำหรับการจ่ายผลตอบแทนที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ กฟภ. ดังนั้น จึงได้การออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อการประหยัดพลังงานของระบบไฟ ถนนและไฟสาธารณะที่สามารถตอบสนองและแสดงผลการทำงานได้ในแบบเวลาจริง และได้รวบรวมนักวิจัยหลายท่านที่เกี่ยวข้องภายใน มทร.ธัญบุรี เข้าร่วมคิดค้นพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 1 ปี จนสัมฤทธิผล โดยครอบคลุมอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ทั้งโคมไฟถนนประเภทหลอด High Pressure Sodium (HPS) 250 วัตต์ และหลอดฟลูออเรสเซนต์ ให้สามารถตรวจสอบสถานะหลอดติด-ดับเป็นรายโคม รวมถึงควบคุมการเปิด-ปิดทั้งวงจร รวมถึงไฟถนนแบบ LED สามารถตรวจสอบสถานะหลอดติด-ดับเป็นรายโคม รวมถึงควบคุมการเปิดปิดทั้งวงจร การเปิด-ปิดเป็นรายโคม และการหรี่ไฟเป็นรายโคม” อาจารย์จตุรพิธ กล่าว

พื้นที่ สำหรับดำเนินโครงการ คือ เขตพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี สมุทรสาคร ราชบุรี และปทุมธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีโครงการติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดแล้ว โดยมีจำนวนกล่องควบคุมโคมไฟตามโครงการต้นแบบทั้งสิ้น 160 ชุด ตู้ควบคุมต้นวงจร 10 ตู้ คอมพิวเตอร์แม่ข่าย 1 เครื่อง กล่องควบคุมที่โคมไฟซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีหน้าที่ตรวจสอบสถานะ ควบคุมการเปิด-ปิด และการหรี่โคมไฟ ติดตั้งอยู่ที่โคมไฟแต่ละโคม และรับส่งข้อมูล สถานะโคมไฟ กับอุปกรณ์ DCU ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลทางไฟฟ้าของโคมไฟทั้งวงจรที่ถูกติดตั้งอยู่ตู้ควบ คุมต้นวงจร และดึงข้อมูลทางไฟฟ้าที่วัดได้จากมิเตอร์ จากนั้น DCU จะส่งข้อมูลทั้งหมดมายังการไฟฟ้าสำนักงานใหญ่ เพื่อจัดเก็บลงในระบบฐานข้อมูลผ่านทางระบบ 3G สำหรับประมวลผลและ แสดงผลให้กับผู้ใช้งานต่อไป โดยผู้ใช้งานสามารถดูผลได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและสมาร์ทโฟนต่างๆ ได้ และผู้ใช้สามารถสั่งเปิด-ปิด หรือหรี่โคมไฟจากคอมพิวเตอร์ PC ซึ่งคำสั่งเหล่านั้นจะถูกส่งผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไปยัง DCU และถูกส่งต่อไปยังกล่องควบคุมที่โคมไฟ

“การพัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อการประหยัดพลังงานของระบบไฟถนนและไฟสาธารณะนี้ นอกจากการวิเคราะห์และหาแนวทางการตรวจวัดพิสูจน์ผลการประหยัดพลังงานสำหรับ การจ่ายผลตอบแทนที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว ประโยชน์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง องค์ความรู้ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากโครงการวิจัยนี้ สามารถนำไปเพิ่มพูนทักษะ เพื่อสร้างความเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพให้กับนักศึกษา มทร.ธัญบุรี ในรายวิชาที่เกี่ยวข้องได้อีกด้วย” คณะผู้วิจัย กล่าว

นับเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ใช้ความรู้ในศาสตร์สาขาต่างๆ อย่างบูรณาการ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้เกิดขึ้น เพื่อประโยชน์ทางสังคมและเศรษฐกิจ ผู้สนใจสามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชา

แสดงความคิดเห็น