ชีวิตที่ครบทุกรสชาติ ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวฯอุตสาหการ มทร.ธัญบุรี

Binder1_Page_022-678x1024

เรานำเสนอเรื่องราวของอาจารย์นักสู้ชีวิตที่ชื่อ ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ และหัวหน้าฝ่ายพัฒนานักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหา วิทยาลัยราชมงคล ธัญบุรี จ.ปทุมธานี มาถึงสามตอนเต็มๆ ในแต่ละตอนมีเรื่องราวที่แฝงด้วยสาระชวนให้สนใจตลอด เชื่อว่าใครที่กำลังท้อแท้กับชีวิตหรือกำลังเผชิญกับปัญหา เมื่อได้อ่านเรื่องราวของชีวิตอาจารย์ท่านนี้แล้ว คงได้คำตอบหรือสิ่งดีๆ ที่จะน้อมนำมาปรับใช้กับชีวิตไม่มากก็น้อย

ฉบับที่แล้วเราจบลงที่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเด็กชายกุลชาติหลังจากที่ได้ประจักษ์ชัดในความรักของคุณแม่จากการกระทำในสิ่งที่คาดไม่ถึงนั่นคือการตักอุจจาระในบ่อเกรอะไปทิ้งเพียงเพื่อให้ลูกสามารถใช้ห้องน้ำได้จากเหตุส้วมเต็ม ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นกลายเป็นภาพแห่งความดีงามที่สร้างความประทับใจให้กับเด็กเหลือขออย่าง “ด.ช. กุลชาติ” อย่างที่ไม่เคยปรากฏเช่นนี้มาก่อน กระทั่งทำให้เด็กคนนี้บอกกับตัวเองว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองให้ได้ เช่นเดียวกับการเริ่มต้นชีวิตด้วยการช่วยแม่เก็บขยะขายเพื่อประทังชีวิตไปวันๆ “เรียกว่าเป็นการหาเช้ากินค่ำ พอผมไปเรียนแม่ก็จะไปเก็บขยะทุกวัน เลิกเรียนผมก็จะกลับมาช่วยแม่คัดแยกขยะ แล้วเอาไปขายช่วงประมาณ 6 โมงเย็นเกือบทุ่ม”

การเก็บขยะมันเหมือนการเสี่ยงโชค เราไม่รู้เลยว่าเปิดถังขยะจะไปเจออะไรบ้าง คนทิ้งอะไรลงไปบ้าง อาจเจอของดีหรือของไม่ดีก็ได้ หรือเปิดมาเจอหนอนเจอของสกปรกก็ถือเป็นเรื่องปกติ ตอนนั้นก็คิดได้กับแม่ว่าเราไปเก็บขยะกับแม่ทุกวัน ช่วยกันเข็นบางทีแม่ก็เข็นผมก็นั่งอยู่บนรถเข็น พอเราโตขึ้นเราก็ช่วยแม่เข็นบ้าง ก็ทำให้เราเกิดความรู้สึกว่าเอ๊ะผมไปเรียน ตอนเย็นกลับมาแม่ก็คัดแยก เอาไปขายได้วันละร้อยบาท ผมไปช่วยแม่เข็นมันก็ได้วันละร้อยเท่ากันเพราะอะไรรู้มั้ยก็มันไปทางเดียวกันไปด้วยกันเราไม่สามารถเพิ่มขยะได้ ฉะนั้น แม่ไปคนเดียวกับผมไปอีกคนมันไม่แตกต่างกันเลย แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่มันจะได้เงินเพิ่มขึ้นสักทีล่ะ

เพราะจากแนวความคิดที่เปลี่ยนนี่เองที่ทำให้ชีวิตของเด็กหนุ่มที่ชื่อกุลชาติต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อเขาตัดสินใจหาอาชีพเสริมเพื่อการเลี้ยงชีพด้วยการไปเป็นช่างทำประตูเหล็กดัดร้านข้างบ้าน เขาเล่าอย่างภาคภูมิใจว่า “เห็นข้างบ้านเขามีร้านทำประตูเหล็กดัดอยู่ แล้วมีช่างทำโอทีช่วงตอนกลางคืนเลยขอเข้าไปทำบ้าง ปรากฏว่าเถ้าแก่เขาเห็นมาช่วยจึงให้เป็นค่าขนม 10 บาท ทีนี้พอมีรายได้ก็อยากจะเป็นช่างอย่างพวกพี่ๆ เขาบ้าง เขาเลยแนะนำว่าเอ็งก็ต้องไปเรียนอย่างน้อย ม.3 ตอนนั้นเพิ่งเรียนจบชั้นป.6 เอง ตอนนั้นที่ไปเรียนต่อปวช.เพื่อจะเอาความรู้ด้านช่างไปทำเป็นรายได้เสริม เพราะว่าจันทร์ถึงศุกร์ผมต้องไปเรียน เสาร์-อาทิตย์ก็จะไปช่วยแม่เก็บขยะขาย พอปิดเทอมมีเวลาว่าง จันทร์ถึงศุกร์ก็ไปที่ร้านเหล็ดดัด แม่ก็จะไปเก็บขยะ เลิกงาน 5 โมงเย็นผมก็จะมาช่วยแม่คัดแยกขยะ

ถึงบรรทัดนี้ดร.กุลชาติถ่ายทอดถึงความรู้สึก ณ ขณะนั้นว่าเมื่อขยับหาอาชีพเสริมด้วยการไปเป็นช่างร้านประตูเหล็กดัด จึงทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกทางแต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องช่วยส่งน้องเรียนหนังสือด้วย ขณะเดียวกันเริ่มมองเห็นโอกาสหรือช่องทางในการทำมาหากินมากขึ้น “จบปวช.ปุ๊บเริ่มมีความคิดว่ามันไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กที่ร้านห้องแถวนี่ สามารถนำเอาวุฒิไปสมัครงานที่บริษัทได้ แต่จบแค่วุฒิปวช.เงินเดือนมันก็แค่ 4,000 บาท คงไม่พอใช้จึงตัดสินใจที่จะไปเรียนต่อปวส. พอดีโอกาสมันมาถึง เพราะมีโควตามาที่แผนกว่าให้ไปเรียนต่อได้ โดยไม่ต้องสอบที่สงขลา ที่ราชมงคลวิทยาเขตภาคใต้สงขลา ตอนนั้นคิดว่าเรียนต่อปวส.แค่ 2 ปี อย่างน้อยก็เพิ่มวุฒิเพื่อให้โอกาสกับเรา ตอนที่ผมเรียนต่อที่สงขลา ช่วงนั้นคุณแม่หนักมากเพราะต้องอยู่คนเดียว แถมคุณแม่ยังเป็นมะเร็งด้วย ช่วงนั้นคุณแม่รู้ตัวว่าไม่ไหวแน่จึงตัดสินใจมีแฟนใหม่อีกคน แล้วก็มีน้องชายอีกคน เท่ากับว่ามีน้องสาวแล้วยังมีน้องชายอีกคน พอเป็นมะเร็งปุ๊บแม่ก็ขึ้นมารักษาตัวที่กรุงเทพฯเพราะช่วงนั้นต้องฉายแสง ขณะที่ผมเองเริ่มมีรายได้เสริมจากครูในแผนก ที่หางานนอกให้ช่วยทำ”

ถึงจะป่วยทางกายแต่ด้วยความเป็นนักสู้ชีวิตนี่เอง ที่ทำให้เราอดทึ่งในความประเสริฐของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ไม่ได้ ตอนหนึ่งของการสนทนาดร.กุลชาติเล่าให้เราฟังถึงความประทับใจที่มีต่อคุณแม่อีกช่วงว่า ช่วงเสาร์- อาทิตย์ เป็นวันหยุดไม่มีใครคาดคิดเมื่อคุณแม่ตัดสินใจหนีออกจากโรงพยาบาลที่รักษาเพื่อกลับมาหาลูกๆ พร้อมกับนำขนม ผลไม้ที่คนนำมาเยี่ยมมาฝากลูกๆ นอกจากนี้ ยังเอาเงินมาให้อีก ผมก็ถามไปว่าแม่เอาเงินมาจากไหน แม่ก็บอกว่าแม่รับจ้างเฝ้าไข้ บางทีญาติคนป่วยเขาไม่มีเวลามาดู แม่บอกว่ากลัวลูกๆ ไม่มีเงินใช้

เรื่องราวของชีวิตดร.กุลชาติยังไม่จบแต่กำลังจะขยับสู่ความเข้มข้นให้ต้องติดตามกันต่อ เพราะสาระเรื่องราวในแต่ละช่วงแต่ละตอนต้องบอกว่ามีแง่มุมความคิดที่เป็นประโยชน์มากมาย เพียงแค่คุณหยุดและตั้งใจอ่านเนื้อหาในแต่ละตอนเท่านั้น แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า

“เรียกว่าเป็นการหาเช้ากินค่า”พอผมไปเรียนแม่ก็จะไปเก็บขยะทุกวัน เลิกเรียนผมก็จะกลับมาช่วยแม่คัดแยกขยะ แล้วเอาไปขายช่วงประมาณ 6 โมงเย็นเกือบทุ่ม”

แสดงความคิดเห็น