ค่ายพุทธบุตร-พุทธธรรม คณะศิลปศาสตร์ มทร.ธัญบุรี

Binder1_Page_12-678x1024

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตธัญบุรี จ.ปทุมธานี จัดค่ายพุทธบุตรพุทธธรรม ที่วัดปัญญานันทาราม จ.ปทุมธานี มีพระอาจารย์สุพล ขันติวโร เลขานุการค่ายพุทธบุตรพุทธธรรม วัดปัญญานันทาราม จ.ปทุมธานี เป็นผู้อบรมนักศึกษา

ในการเข้าค่ายพุทธบุตรพุทธธรรมทั้ง 3 รุ่น ของนักศึกษาชั้นปี ที่ 1 คณะศิลปศาสตร์ ในเวลากลางวันแบ่งออกเป็น 3 กิจกรรม ได้แก่ 1.ให้รู้จักการใช้ชีวิตในวัด 2.มารยาทชาวพุทธ 3.การเจริญปัญญา และในเวลากลางคืนกับกิจกรรมมองสื่อมองธรรม

สำหรับนักศึกษาทุกคนจะได้ใช้ชีวิตในวัด ฝึกการเป็นชาวพุทธ ทุกวันนี้สังคมไทยมีแต่ความวุ่นวาย ยกตัวอย่างง่ายๆ วัยรุ่นไทยยึดในเรื่องของวัตถุนิยม เห็นเพื่อนมีอยากมีอยากได้ ในการเข้าร่วมโครงการนี้ เป็นการฉุกคิดหรือสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับวัยรุ่น มาปฏิบัติในสิ่งที่ดีสิ่งที่ถูกต้องมากขึ้น ซึ่งยึดหลักศีล 5 กำกับในเรื่องของความรัก 1.รักชีวิต 2.รักในทรัพย์ 3.รักในครอบครัว 4.รักในเกียรติ 5.รักสุขภาพไม่ทำร้ายกัน ถ้าสังคมไทยยึดหลักศีล 5 ความวุ่นวายในสังคมจะไม่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับในเรื่องของการรับน้องของรุ่นพี่ ควรใช้ความรักในการเข้าหาน้อง เป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของพี่ “โอบอุ้มด้วยธรรม” รุ่นพี่ไม่ใช่ผี อย่าทำให้น้องหวาดกลัว

นายฉลาด สว่างแจ้ง รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา คณะศิลปศาสตร์ เล่าว่า เนื่องจากในโลกปัจจุบันความเจริญทางด้านวัตถุ กระแสนิยมชาติตะวันตก ได้เข้ามาในสังคมวัยรุ่น บวกกับโลกแห่งเทคโนโลยีที่มีบทบาทอย่างมาก ยกตัวอย่างในโลกของโซเชี่ยลมีเดีย ในการโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กตนเอง โดยความคิด ที่โพสต์ลงไปเกิดจากอารมณ์ที่ไม่ได้รับการไตร่ตรอง สร้างความเดือดร้อนให้กับตนเองโดยที่ไม่รู้ตัว เพื่อเป็นการเตือนสติให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 เพื่อปลูกฝังให้นักศึกษามีคุณธรรมและจริยธรรม สร้างตระหนักและเห็นความสำคัญของการมีคุณธรรมและจริยธรรมในสังคม ตระหนักถึงกระบวนการคิดก่อนลงมือกระทำ โดยทุกอย่างล้วนเกิดมาจากการมีสติและสมาธิ

น.ส.วริยา อิ่มอุดม นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร รุ่นพี่ที่เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมนี้ เป็น 1 ในกิจกรรมรับน้องของคณะศิลปศาสตร์ ซึ่งตนเองเข้ามาช่วยงานในกิจกรรมนี้ ไม่ว่าจะในเรื่องของการปลุกน้องๆ ตักข้าวช่วยทางวัด และที่สำคัญยังได้คติธรรมจากพระอาจารย์ ในเรื่องของการปฏิบัติตัวต่อรุ่นน้อง ต้องมอบความรักและสิ่งดีๆ ให้กับรุ่นน้อง คอยให้กำลังใจในยามที่รุ่นน้องท้อแท้ ให้ความเมตตากรุณา โดยทางคณะศิลปศาสตร์จะอยู่กันเหมือนครอบครัว คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

นายนครินทร์ เชาวันกลาง นักศึกษาชั้น ปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร บอกว่า ไม่เคยเข้ามาปฏิบัติธรรมที่วัด แต่เคยไปบำเพ็ญประโยชน์ที่วัด เช่น ขัดห้องน้ำ กวาดลานวัด 2 คืนที่วัด ความสงบที่สัมผัสได้ ในการใช้ชีวิตประจำวัน ต้องมีสติ เพื่อความเติบโตในวันข้างหน้า สติ คือสิ่งที่สำคัญ คนเรามีทุกอย่างในโลกภายนอก ในเรื่องของปัจจัยสี่ที่ทำให้อยู่รอด สติเป็นตัวที่คอยเตือนใจของตัวเราเอง ต้องรู้จักผิดชอบชั่วดี

น.ส.ดวงกมล กุมแก้ว นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาการโรงแรม เล่าว่า นอนวัดเป็นครั้งแรก และได้ใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนจำนวนมาก รู้จักในเรื่องของการบริหารตนเอง บริหารเวลา ในเรื่องของการอาบน้ำตอนเช้า ต้องแบ่งปันเพื่อนที่อยู่ร่วมกัน ได้ฝึกสมาธิ และพระอาจารย์ยังแนะนำในเรื่องของการคิด คิดก่อนกระทำทุกครั้ง ถ้าทำอะไรก่อนคิดอาจจะเดือดร้อน เป็นกิจกรรมที่ดี ทำให้รู้จักอดทนและปรับตัวในเรื่องของการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น

“เป็นที่รู้กันว่า ทุกวันนี้ความมีคุณธรรมจริยธรรมในตัวเด็กไทย ลดค่าน้อยลง ไม่ว่าเกิดจากปัจจัยอะไรก็ตามแต่ ตัวบุคคลต้องรู้จักการระงับความต้องการในตัวของตนเอง สิ่งนั้นคือสติ สติเท่านั้นที่เป็นตัวควบคุมทุกอย่าง” น.ส.ดวงกมลระบุ

 

แสดงความคิดเห็น