ถอดปมชีวิต ‘เด็กเหลือขอ’ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมฯ มทร.ธัญบุรี (3)

rmutt-083-678x1024

เผลอแปบเดียวผ่านไปแล้วถึงสองตอน สำหรับเรื่องราวของ ด.ช.กุลชาติ จุลเพ็ญ เด็กน้อยที่สู้ชีวิตฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการ จากเด็กบ้านแตกสาแหรกขาดเหตุเพราะพ่อกับแม่เลิกรากัน จนนำไปสู่การเป็นเด็กเหลือขอ ที่เรียกว่าชีวิตทำท่าจะดำดิ่งไปสู่ความมืดมิด แต่แล้ว 2 ปีแห่งการเป็นเด็กเร่ร่อนก็ต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง นั่นคือการได้กลับเข้าสู่อ้อมกอดของคุณแม่อีกครั้ง ช่วงเวลาดังกล่าวแม้จะทำให้ด.ช.กุลชาติดีใจ แต่ในขณะเดียวกันเขากลับมีความรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่แสนจะโหดร้ายที่สุดในชีวิต

“การใช้ชีวิตเป็นเด็กเร่ร่อนทำให้ผมมีอิสระนานถึง 2 ปี ไม่เคยมีใครมาบังคับเคี่ยวเข็ญ อยากจะไปไหนก็ไป อยากตื่นเมื่อไหร่ก็ได้ แต่พอแม่กลับมาก็ต้องพบกับ

การเปลี่ยนแปลงเพราะถูกบังคับเคี่ยวเข็ญให้ไปโรงเรียน ถูกตีให้ตื่นนอน บังคับให้อาบน้ำแปรงฟัน เรียกว่าทุกอย่างถูกบังคับหมด แล้ว 2 ปีของการเป็นเด็กเร่ร่อนผมอยากถ่ายทอดชีวิตในช่วงนั้นว่าการเป็นเด็กเร่ร่อนมันไม่ได้เจอคนดีตลอดเวลานะ มันมีคนหลอกเราให้ทำโน่นทำนี่ในทางที่ไม่ดีก็มี เราก็ต้องเอาตัวให้รอดจากคนพวกนี้ จึงทำให้ผมเป็นคนที่ไม่ไว้ใจใครเลย เคยมีคนเขาหลอกให้เราไปส่งยาแต่เพื่อนผมโดนจับได้ จึงต้องไปติดคุก เราถึงได้รู้ว่ามันไม่ดีเลย พอเราเจอเพื่อนก็เริ่มหวาดระแวงคิดว่าเขาปรารถนาดีจริงๆ หรือไม่ แต่เราจะกั้นเอาไว้ก่อน แล้วเด็กประเภทนี้จะดื้อ ไม่เชื่อฟัง พูดยังไงก็ไม่ฟังเพราะว่ากลัว กลัวว่าคนจะมาทำมิดีมิร้ายหรือหลอกอะไรเราอีก นี่คือกำแพงที่เด็กพวกนี้มีอยู่กับคนทั่วไป”

พอแม่กลับมาก็เหมือนกับว่าผมมีกำแพงอยู่ในใจแล้ว พอมาเจอคุณแม่บังคับให้ทำโน่นทำนี่เลยทำให้ผมกลายเป็นคนที่พูดไม่เชื่อฟัง ดื้อ แม่พูดๆ ก็ไม่ฟัง จนแม่ต้องใช้ไม้แข็งด้วยการใช้ไม้เรียว ดังคำสอนที่ว่า “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” ผมถึงโดนแม่ตีทุกวัน ไม่เคยมีวันไหนที่ไม่โดน ตั้งแต่ตีให้ไปโรงเรียน ตีให้ทำงาน แม่สั่งให้ทำอะไรผมรั้นตลอด จนผมเคยคิดจะหนีนะแต่ด้วยความที่แม่วิ่งไม่ทันจึงเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างนั่งซ้อนท้ายตามตัวกลับ พอจับได้ก็ลากตัวเข้าบ้านถอดเสื้อเฆี่ยนตี จากนั้นก็เอาน้ำเกลือราดเพื่อให้เกิดการหลาบจำ

ฟังคำบอกเล่าของ “ด.ช.กุลชาติ” ถึงบรรทัดนี้ เชื่อว่าหลายคนคงคิดไม่ต่างกันกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเด็กบ้านนอกคนนี้ ที่จะต้องเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะการใช้ชีวิตในอ้อมกอดของแม่หลังจากที่สองแม่ลูกมีอันต้องห่างไกลกันถึง 2 ปี เขาเล่าถึงภาพที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นว่า “เพราะความที่กลัวแม่ตี จึงทำให้ต้องคิดว่าแล้วจะทำยังไงดี จึงทำให้เกิดความคิดว่าต้องเรียนหนังสือสิ เรียกว่าเรียนรู้จากความเจ็บปวด ทีนี้พอไปเรียน เพื่อนๆ ก็เกิดความระแวงเพราะสภาพของเราตอนนั้นเคยเป็นเด็กเหลือขอมาก่อน ตอนนั้นก็คิดว่าจะทำยังไงดีจึงจะเรียนได้ ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงเพราะไม่ได้เรียนมาถึง 2 ปี แถมยัง

โดนบังคับให้มาเรียนยังไงก็ต้องเรียน ก็เลยดูต้นแบบในห้องเรียนว่าคนที่เขาเรียนนั้นเขาเรียนกันยังไง คนที่สอบได้ที่หนึ่งเขาเรียนยังไง ทำยังไง ทำการบ้านตอนไหน เรียกว่าเลียนแบบพฤติกรรมเขา แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือเราอยากให้เพื่อนรู้ว่าเราเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วนะ อยากมีเพื่อน คือจะทำยังไงให้เพื่อนๆ ยอมรับประการที่หนึ่ง เพราะถ้าเรายังเรียนไม่ได้เพื่อนๆ ก็คงไม่ยอมรับแน่ จึงต้องเรียนให้ดีจะได้มีเพื่อน จากเรียนได้ที่โหล่มาตลอดด้วยความที่ไม่ค่อยได้เรียนหนังสือ พอขึ้นป.5

ผมเริ่มตั้งใจเรียน และหันมาทำพฤติกรรมเลียนแบบคนเก่ง ปรากฏว่าสอบได้ที่ 5 ของห้อง แต่จริงๆ แล้วมันมีจุดหนึ่งที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนทำให้ผมตั้งใจเรียนขึ้นมา”

แทบไม่น่าเชื่อว่าจากชีวิตเด็กเหลือขอที่ถูกสังคมเมินหน้าหนี แต่เมื่อถูกการบังคับจากแม่บังเกิดเกล้าทำให้ชีวิตของเด็กน้อยคนนี้ได้รับการเปลี่ยนแปลงในเวลาต่อมา ถึงตรงนี้เขาเล่าต่อว่าด้วยความที่แม่ไม่มีความรู้ ดังนั้นเริ่มต้นเลยแม่จึงเอาความรู้ที่เคยไปทำอยู่ร้านอาหารมาทำเป็นกับข้าว เป็นข้าวผัดไข่ทำเป็นห่อๆ เอาไปขายตาม บ.ข.ส. ขณะเดียวกันแม่ก็ยังสอนให้เขาทำในหลายๆ อย่าง ส่วนจะเป็นเรื่องใดต้องติดตามกันต่อ

“แม่สอนให้ผมทำทุกอย่างอาจจะเป็นเพราะแม่ไม่ไว้ใจผม จึงไม่อยากให้เล็ดลอดสายตา แต่จะมอบหมายให้ทำนั่นทำนี่ทุกอย่าง เดี๋ยวบอกให้ไปซื้อข้าวให้หน่อย ไปซื้อถ่านหุงข้าว จึงทำให้ผมได้วิชาตั้งแต่การก่อไฟ หุงข้าวเป็นตั้งแต่อายุ 8-9 ขวบ พอทำเสร็จแม่ก็จะให้นำไปขาย ขายเสร็จก็จะบอกได้ค่าขนมไปกินที่โรงเรียน สอนผมให้รู้จักการทำงานหาเงิน” ฟังดูเหมือนชีวิตของแม่ลูกคู่นี้น่าจะเริ่มดีขึ้น แต่ใครจะเชื่อว่าวิบากกรรมแต่หนหลังไม่ได้สิ้นสุดอย่างที่คิด เพราะยังมีวิบากกรรมแต่หนหลังที่ยังคอยตามหลอกตามหลอน ส่วนจะเป็นเรื่องใด ต้องตามกันต่อในฉบับหน้า กั บชีวิตจริงที่เป็นยิ่งกว่านิยาย

“แทบไม่น่าเชื่อว่าจากชีวิตเด็กเหลือขอที่ถูกสังคมเมินหน้าหนี แต่เมื่อถูกการบังคับจากแม่บังเกิดเกล้าทำให้ชีวิตของเด็กน้อยคนนี้ได้รับการเปลี่ยนแปลงในเวลาต่อมา”

 

แสดงความคิดเห็น