‘เพชรราชมงคลธัญบุรี’ ตะลุยสิงคโปร์ เปิดโลกทัศน์นักศึกษายุคใหม่

C-140926035144_Page_1-678x1024

หากเอ่ยถึงประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียนแล้ว ต้องยอมรับว่าสาธารณรัฐสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีระเบียบวินัยดีเยี่ยม มองไปทางไหนก็เห็นแต่บ้านเมืองที่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียว สวยงามสะอาดตา พรั่งพร้อมด้วยความเจริญทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย จนนับได้ว่าเป็นประเทศที่มีคุณภาพดีที่สุดในเอเชีย

เมื่อมีโอกาสได้ไปเยือนสิงคโปร์ทำให้รับรู้ถึงเรื่องราวที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเป้าหมายที่สิงคโปร์ได้มุ่งมั่นพัฒนาความก้าวหน้าของประเทศให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกอย่างไม่ หยุดนิ่ง ทั้งที่เป็นประเทศขนาดเล็กมีพื้นที่เท่ากับเกาะ ภูเก็ตบ้านเรา หรือประมาณ 682.7 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 5 ล้านคน รัฐบาล สิงคโปร์เน้นสร้าง “คุณภาพคน” เป็นหลัก คือ การพุ่ง เป้าไปที่คุณภาพการศึกษาและความรู้ เพื่อเป็นพื้นฐานให้คนสิงคโปร์ทั้งชายและหญิงให้เป็นคน “เก่ง” ด้วยเหตุนี้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี จึงเลือกให้กลุ่มนักศึกษา “เพชร ราชมงคลธัญบุรี” ภายใต้โครงการเปิดโลกทัศน์นักศึกษาสู่สังคมยุคใหม่ ได้ไปเยือนสิงคโปร์ เพื่อสั่งสมประสบการณ์ชีวิต

‘เพชรราชมงคลธัญบุรี” คือ กลุ่มนักศึกษาที่ผ่านการคัดสรรจากการเป็นผู้ทำกิจกรรมเด่น และเสียสละเพื่อสังคมและส่วนรวม ประกอบด้วย นักศึกษาจากองค์การนักศึกษา สภานักศึกษา นักศึกษาโครงการภาษาอังกฤษ และนักศึกษาจากชมรมต่าง ๆ รวม 50 ชีวิต โดยมี ดร.วิสิทธิ์ ล้อธรรมจักร ผู้ช่วยอธิการบดี มทร.ธัญบุรี และ ผศ. สมพงษ์ อังศุภโชติ ผู้อำนวยการกองพัฒนานักศึกษา มทร.ธัญบุรี ฐานะหัวหน้าโครงการเพชรราชมงคล เป็นหัวหน้านำทีมไปท่องดินแดนเมอร์ไลออน ระหว่างวันที่ 8-11 กันยายนที่ผ่านมา

สถานที่แรกที่ได้ไปสัมผัสหลังเครื่องบินลงแตะผืนแผ่นดินสิงคโปร์นั่นก็คือ กรมผังเมือง หรือ Singapore City Callery ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมประวัติความเป็นมาของสิงคโปร์ตั้งแต่อดีตกาลถึงปัจจุบัน โดยบอกเล่าเรื่องราวการวางผังเมือง เพื่อจัดสรรที่ดินของประเทศ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือเน้นการรักษาและเพิ่มพื้นที่สีเขียว รวมถึงมีการบอกเล่าถึงโบราณสถานต่าง ๆ ตลอดจนมีการจำลองผังเมืองในอนาคตที่กำลังจะมีการก่อสร้างอีกด้วย

นอกจากนี้กลุ่มนักศึกษายังได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ภาษาและวัฒนธรรม กับนักศึกษาและอาจารย์ที่ นันยางโปลีเทคนิค (NANYANG POLYTECHNIC) ซึ่งเป็นวิทยาลัยที่จัดการศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ที่ผลิตกำลังคนระดับกลาง เพื่อสนอง ความต้องการด้านอุตสาหกรรมของประเทศ โดยเปิดสอนหลักสูตร ด้านบริหารธุรกิจ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี และการเดินเรือ รวมถึง จัดหลักสูตรระยะสั้นต่าง ๆ เพื่อพัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพด้วย

จากนั้นได้ศึกษาดูงานเกี่ยวกับการให้บริหารห้องสมุดสาธารณะ ที่ Nationnal Library of Singapore และศึกษาดูงานเกี่ยวกับการ บริหารจัดการน้ำโรงงานที่นำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ที่ NEWWATER ด้วย และสิ่งที่ทำให้บรรดาหนุ่ม ๆ สาว ๆ รู้สึกสนุกสนานและตื่นตาตื่นใจ เห็นจะเป็นที่ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ดินแดนมหาสนุกของเกาะเซนโตซ่า อาณาจักรความบันเทิงระดับโลกที่แรกและที่เดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า มทร.ธัญบุรี ต้องการให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารกับนักศึกษา และอาจารย์ชาวต่างชาติ ขณะเดียวกันก็ให้ศึกษาและเรียนรู้ภาษาวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจาก มทร.ธัญบุรี ตระหนักดีเรื่องเตรียมความพร้อมนักศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ และเห็นความสำคัญของการสร้างเครือข่ายกับผู้คนในประเทศอื่น โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคอาเซียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้บริบทที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ ซึ่งจะช่วยให้นักศึกษามีโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น จึงพานักศึกษากลุ่มนี้ไปศึกษาดูงานเพิ่มพูนความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ดีในต่างแดน ก่อนนำกลับมาเสนอแนะมหาวิทยาลัยและปรับปรุงใช้ในการดำเนินชีวิต

น้องเนส ปวเรศ ศรีเทพ ประธานสภานักศึกษา มทร.ธัญบุรี พูด ให้ฟังว่า การเดินทางไปสิงคโปร์ครั้งนี้ทำให้เห็นว่าสิงคโปร์กับไทยยังมีความแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ที่แม้สิงคโปร์จะไม่บังคับให้เด็กเรียนหนังสือแต่คุณภาพการศึกษาของเขาเป็นที่ 1 ในภูมิภาคอาเซียน เด็กแข่งขันกันเรียน ใครเรียนเก่งรัฐบาลมีรางวัลให้เป็นเงินสด แม้กระทั่งครูก็แข่งขันกันทำให้เด็กไม่เก่งหรือเรียนไม่ดีให้เก่งขึ้นมาได้ โดยที่ครูเสียสละเวลาของตัวเองมาสอนและฝึกฝนเด็กด้วยการสอนพิเศษเพิ่มเสริมให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ถือเป็นสิ่งที่น่ายกย่องมาก ก็ได้แต่หวังว่าอนาคตของเด็กไทยจะมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเทียบเทียม มีครูที่พร้อมเอาใจใส่ทุกคนอย่างเต็มที่อย่างนี้บ้าง

ขณะที่นายกองค์การนักศึกษา จักกฤษณ์ คงทอง บอกว่า แม้สิงคโปร์จะมีระบบริหารจัดการที่ดี ทั้งด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี แต่เราคงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับประเทศไทยได้ เพราะดูในความเป็นจริงแล้ว คนสิงคโปร์ค่อนข้างเครียดและต้องแข่งขันกับตนเองและผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อเรามีโอกาสได้ไปสัมผัสการใช้ชีวิตของชาวต่างชาติก็ควรเลือกนำแต่สิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์มาปรับปรุงใช้ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ของสังคมไทยให้มากที่สุด

ส่วน กานฑ์ พิษณุวัฒนา นายกสโมสรคณะเทคโนโลยีการ เกษตร บอกว่า ดีใจสุด ๆ ที่มหาวิทยาลัยเปิดโอกาสให้พวกเราได้มาศึกษาดูงานที่สิงคโปร์ ทุกอย่างที่ได้พบเห็นเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า ทำให้ได้ไอเดียใหม่ที่จะนำเสนอมหาวิทยาลัย เช่น ควรปรับปรุงทางเดินเท้าให้เหมาะสมและเป็นประโยชน์กับผู้ใช้อย่างแท้จริง รวมถึงจะนำเสนอให้มหาวิทยาลัยจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉินกรณีนักศึกษาและอาจารย์ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน เช่น ได้รับอุบัติเหตุ หรืออาการโรคประจำตัวกำเริบ เป็นต้น ซึ่งที่สังเกตจะเห็นว่าหน่วยงานต่าง ๆ และสถานศึกษาของสิงคโปร์จะมีศูนย์ช่วยเหลือพร้อมคู่มือเบื้องต้นไว้ทุกที่ ถือว่าดีและเป็นประโยชน์อย่างมาก

“สิ่งที่อยากฝากเป็นข้อคิดเตือนใจคนไทย คือ สิงคโปร์ไม่มีพื้นที่ทำการเกษตร สินค้าทุกอย่างต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้มีราคาแพงมาก ซึ่งผิดกับเมืองไทยที่มีที่ดินการเกษตรเหลือเฟือ ทำเกษตรกรรมได้เอง สินค้าก็ราคาถูก ดังนั้นเราทุกคนควรช่วยกันรณรงค์และปลูกฝังคนรุ่นใหม่ให้รักษาและหวงแหนผืนดินไทยที่ล้ำค่าเอาไว้ และใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่” คำพูดจากใจของนายกสโมสรคณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี

ความสำเร็จในการดำเนินชีวิตของคนทั้งหลายมาจากความรู้ ความสามารถ แต่ที่เหนือกว่านั้น คือ ประสบการณ์ที่จะนำมาเป็นบทเรียนในการพัฒนา การที่เยาวชนในวันนี้ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งที่แตกต่าง เชื่อแน่ว่าจะไม่สูญเปล่า.

แสดงความคิดเห็น