สูตรสำเร็จคิดนอกกรอบอธิการบดี มทร. ธัญบุรี รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐจากจุดเล็กใน ‘ครอบครัว’ สู่ผู้นำองค์กร (3)

rmutt-news-14-678x1024

ผ่านไปสองตอนเต็มๆ กับเรื่องราวพลังแห่งรักและศรัทธาของผู้ชายธรรมดาที่ไม่ธรรมดาที่ชื่อ รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี โดยเฉพาะเรื่องของความรักที่เขามีต่อครอบครัวทั้งในสถานะของความเป็นลูกที่มีต่อคุณพ่อคุณแม่ และในสถานะของคนเป็นพ่อที่มีต่อบรรดาลูกๆ ในครอบครัว เรียกว่าแต่ละเรื่องราวที่เราได้ยินได้ฟังจากการถ่ายทอด ทำให้เราอดที่จะอิจฉาไม่ได้ โดยเฉพาะต่อประเด็นที่นำเอาเรื่องของธรรมะมาถ่ายทอดสู่ครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่น จนทำให้ครอบครัว “ปิ่นปฐมรัฐ” กลายเป็นครอบครัวที่ใฝ่ในธรรมเชื่อในเรื่องของบาปบุญคุณโทษไปโดยปริยาย

ดังเช่นที่ท่านอธิการบดีถ่ายทอดถึงความรู้สึกในตอนที่แล้วด้วยประโยคสั้นๆ ที่พูดถึงคุณแม่ว่า ผมยังจำคำที่แม่สอนไว้ว่า ไม่ได้ตักบาตรพระก็ตักบาตรคนก็ได้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะว่าเป็นอุบายหรืออะไรก็สุดแต่จะคิด แต่มันทำให้ผมมีจิตใจเอื้ออาทรกับคนรอบข้าง จนบางคนหาว่าผมใจดีเกิน

ไป และจะด้วยเหตุผลหรือเพราะอานิสงส์แห่งทานจากการทำบุญหรือไม่ แต่สำหรับอธิการบดีท่านนี้แล้วเขาเชื่ออย่างสนิทใจว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ครอบครัวของเขาประสบแต่ความสุข โดยเฉพาะกับบรรดาลูกๆที่ได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่ยังเด็ก ถึงตรงนี้เชื่อบรรดาคนที่เป็นคุณพ่อคุณแม่คงใคร่อยากจะรู้แล้วว่าเขามีวิธีการเช่นไร

“แรกเริ่มเลยเราจะปลูกฝังไว้ว่าจะไม่เอาเปรียบกัน คือจะไม่เอาเปรียบคนอื่นแล้วก็ไม่อยากได้ของคนอื่น เวลาลูกคิดจะไปเอาเปรียบเขาถ้าพ่อแม่สั่งสอนอบรมลูกก็จะไม่ทำแต่จะเป็นผู้ให้ เมื่อให้ไปนานๆ เขาก็จะติดในเรื่องของการทำความดี” ผมเห็นลูกผมเวลาไปเห็นคนขอทาน เขาจะรีบเอาเงินไปให้แล้วก็น้ำตาคลอบอกพ่อสงสารเขาจัง หรือไปเห็นคนตกทุกข์ได้ยากก็ยังหันมาบอกพ่อสงสารเขาจัง แม้แต่เมื่อเร็วๆ นี้มีคนมาสมัครสอบไม่ได้ ร้องห่มร้องไห้หน้าบ้าน ไอ้เราก็บอกว่าต้องไปดูในรายละเอียดก่อน แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งภรรยาและลูกคนเล็กหันมาบอกว่าพ่อถ้าพ่อช่วยคนได้เรียนก็ช่วยนะ มันกลายเป็นการซึมซับว่าพวกเขามีความเอื้ออาทร มีความสงสาร แล้วสิ่งต่างๆ เหล่านี้ผมคิดว่าถ้ามนุษย์มีอยู่ในใจมันจะทำให้สังคมรอบข้างเราดีมากขึ้น

ได้ยินได้ฟังถึงสิ่งดีๆ เหล่านี้เชื่อว่าคงทำให้ใครต่อใครหลายคนคงอยากจะรู้ต่อว่าถ้าเช่นนั้นในเรื่องของการปลูกฝังคุณธรรมในสิ่งดีๆเหล่านี้ เขามีรายละเอียดหรือวิธีอะไรกันต่อ โดยเฉพาะในเรื่องของกิจกรรมทางศาสนาที่ถือเป็นการบ่มเพาะจากวัยเด็กสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณภาพของสังคม ต่อประเด็นเรื่องนี้ “รศ.ดร.ประเสริฐ” ยังได้กล่าวต่อเพียงสั้นๆ ว่า ถ้าเราอยู่พร้อมหน้ากันที่บ้าน ถ้าไม่รู้จะไปที่ไหนก็จะชวนกันเข้าวัด ก่อนจะอรรถาธิบายต่อในรายละเอียดว่า “เวลาไปวัดกันผมมักจะนั่งพูดคุยกับพระเป็นส่วนใหญ่ ก็จะคุยไปเรื่อยทั้งเรื่องพระบ้าง อะไรบ้าง ลูกก็จะนั่งฟัง ทีแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่พักหลังๆ ก็จะเห็นเริ่มพกกล้องส่องพระกันแล้ว ไอ้คนโตคนเล็กก็เริ่มฟัง กลายเป็นว่าสิ่งที่ชวนไปวัดเขาก็อยากไป”

ผมมักจะไปวัดวังยายหุ่น ที่จ.สุพรรณบุรี เพราะผมสนิทกับท่านเจ้าอาวาส เวลาไปก็จะนั่งคุยกันสักครึ่งวัน อย่างน้อยๆ ก็ไปรับศีลรับพรจากพระแล้วเข้าไปพูดคุยทุกครั้งที่มีโอกาส เพราะโดยส่วนตัวผมชอบไปวัดอยู่แล้ว ภรรยากับลูกๆ ก็จะไปด้วยกัน ไม่มีคนไหนที่เข้าไปวัดแล้วเกิดความรำคาญหรือหงุดหงิด ไปก็เริ่มคล้ายๆ กันคือเริ่มขอพระ จนกลับกลายเป็นความนิยมที่เริ่มจากการสะสมโดยการขอหรือจากการเช่า จนเวลานี้ไปไหนมาไหนก็จะเริ่มเช่าเริ่มสะสม เหมือนผมตอนเล็กๆ จะตามคุณพ่อคุณแม่ไปวัด ก็เริ่มจากคุณพ่อคุณแม่เช่าพระ ผมก็จะเก็บ พอเริ่มมีตังค์ก็จะเริ่มเช่าเก็บอย่างหลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา ผมมีเยอะเพราะเก็บมาตั้งแต่เป็นนักเรียน ราวๆ ปี 2510, 2511 ตอนนั้นราคาองค์ละ 10 บาท หรือ 5 บาท พูดถึงหลวงพ่อน้อย ผมทันท่านนะเก็บมาประมาณ 10 กว่าองค์ สมัยนั้นถือเป็นพระพื้นเมืองราคาเล่นหาก็ไม่แพง ผมไล่เก็บสะสมไว้ทั้งเหรียญหน้าเสือ คอน้ำเต้า เห็นก็เริ่มเก็บจนมาวันนี้กลายเป็นของที่มีราคาไปแล้วตอนเด็กๆ เราไปวัดมักจะไปวิ่งเล่นไม่ได้ไปพูดคุยอะไรกัน ทั้งๆ ที่พ่อแม่ก็อยู่ในวัดแต่เราก็จะไปวิ่งเล่นเพราะมันเป็นลานกว้าง แต่เดี๋ยวนี้เด็กๆ ก็คงไม่ไปวิ่งเล่นกันแล้ว แต่ผมอยากให้เขาศึกษาประวัติแล้วก็ความสนุก ความเพลิดเพลินของการเป็นนักสะสม ผมเป็นห่วงนะทีแรกนึกไว้ว่าถ้าไม่มีใครสักคนเลยที่ชอบ สิ่งที่ผมสะสมมาทั้งหมดก็คงจะหายไปทั้งหมดอย่างน่าเสียดาย ก็พยายามหาทายาทในการสืบทอด ตอนนี้ก็รู้สึกว่าพวกเขาก็ชอบกัน

การสนทนาเริ่มเข้าสู่ความเป็นกันเองมากขึ้นเมื่อหัวข้อของการสนทนาวกกลับมาสู่เรื่องของครอบครัวอันเป็นที่รักของท่านอธิการบดี โดยเฉพาะเมื่อเราถามต่อถึงข้อคิดดีๆ ที่ให้กับบรรดาลูกๆ เรื่องนี้ รศ.ดร.ประเสริฐ ตอบไว้อย่างไร อดใจไว้รออ่านต่อในฉบับหน้านะครับ รับประกันว่ามีสาระน่าสนใจอย่างแน่นอน แล้วพบกันในตอนหน้า

“ไม่มีคนไหนที่เข้าไปวัดแล้วเกิดความรำคาญหรือหงุดหงิด ไปก็เริ่มคล้ายๆ กันคือเริ่มขอพระ จนกลับกลายเป็นความนิยมที่เริ่มจากการสะสมโดยการขอหรือจาก”การเช่า”

แสดงความคิดเห็น