Yapox ผลิตภัณฑ์สมุนไพรพอกดูดพิษ ผลงานนักวิจัย มทร.ธัญบุรี

rmutt-news-11

Yapox ผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการปวดอักเสบจากตำรับยาสมุนไพรพอกดูดพิษ ผลงานของ ดร.กรวินท์วิชญ์ บุญพิสุทธินันท์ อาจารย์วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี การันตรีด้วยรางวัลชนะเลิศจากโครงการประกวดการพัฒนาภูมิปัญญาสู่นวัตกรรมฯ สำหรับกรุงเทพฯ และภาคกลางฝั่งตะวันออก จัดขึ้นโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา

ดร.กรวินท์วิชญ์ เจ้าของผลงาน เล่าว่า ตำรับยาพอกดูดพิษเป็นตำรับยาสมุนไพรไทยดั้งเดิม ที่แพทย์แผนไทยใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม โดยใช้พอกตามบริเวณข้อต่อกระดูกของร่างกาย เช่น ข้อเข่า ข้อเท้า ข้อไหล่ หรือบริเวณแนวกล้ามเนื้อ เพื่อลดอาการปวด บวม อักเสบ และมีการบันทึกผลการรักษาว่าลดอาการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ซึ่งตำรับยาพอกดูดพิษนี้มีที่มาจากการนำเอาเครื่องยาในพระคัมภีร์โรคนิทานคำฉันท์ 11 ซึ่งเป็นตำราที่ถูกบรรจุอยู่ในบทเรียนของหลักสูตรแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทยประยุกต์ มาทำการวิเคราะห์รสยา สรรพคุณของตัวยาและคัดเลือกตัวยาที่หาได้ง่ายตามท้องถิ่น   จากนั้นทำการตั้งเป็นยาตำรับโดยใช้พื้นฐานทางทฤษฎีของการแพทย์แผนไทย อันมีองค์ประกอบได้แก่ ตัวยาหลัก ตัวยารอง ตัวยาแต่งรสและตัวยาแต่งกลิ่น ซึ่งตัวยาในสูตรจะมีความแตกต่างกันแล้วแต่แพทย์ท่านใดจะเป็นผู้ตั้งตำรับ นอกจากนี้มีรายงานผลการวิจัยทางคลินิกของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไร่สะท้อน จังหวัดเพชรบุรี ที่ได้นำตำรับยาพอกดูดพิษมาปรับปรุงสูตรและทำการรักษาผู้ป่วยในกลุ่มปวดและอักเสบบริเวณหัวเข่า ข้อ และกล้ามเนื้อ พบว่าได้ผลการรักษาในผู้ป่วยดี สามารถลดการปวดและอักเสบ บวม แดง เทียบเท่ากับยาแผนปัจจุบัน เช่น methyl salicylate หรือ diclofinac และไม่พบอาการแพ้หรืออาการข้างเคียงใดๆ จึงแสดงให้เห็นว่าการใช้ตำรับยาพอกดูดพิษนั้นเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อการรักษาอาการปวดและอักเสบได้เป็นอย่างดี

โดยตำรับยาสมุนไพรพอกดูดพิษนี้ มีส่วนประกอบที่เป็นตัวยาหลักคือ ไพล มะขาม ส้มป่อย ย่านาง เท้ายายม่อม ชิงชี่ คนทา มะเดื่อชุมพร และสมุนไพรอื่นๆ อีกรวมทั้งหมด 25 ชนิด โดยรูปแบบการนำมาใช้แบบดั้งเดิมนั้น จะเป็นการนำเอาสมุนไพรทั้งหมดแช่กับสุราขาว 40 ดีกรี หมักทิ้งไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือนจึงนำเอามาใช้รักษาผู้ป่วยได้ วิธีการใช้ คือการเทตัวยาลงบนแผ่นสำลีแล้วนำมาปะ พอกบริเวณที่มีอาการปวด บวม อักเสบ และรอจนกว่าแผ่นสำลีนั้นแห้งลงแล้วจึงนำแผ่นสำลีออก จำนวนครั้งที่รักษาขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย ติดตามผลการรักษาโดยการสังเกตการของแพทย์และการสอบถามอาการของผู้ป่วย ซึ่งได้รับผลการรักษาที่ดีมาโดยตลอด ผู้ป่วยบางรายไม่สะดวกในการเดินทางมารับการรักษาโดยแพทย์ จึงมีความต้องการยาพอกดูดพิษกลับไปทำการรักษาด้วยตนเองแต่ทางโรงพยาบาลไม่สามารถที่จะทำการจ่ายยาได้ ทางคณะผู้จัดจึงทำการพัฒนารูปแบบของตำรับยาพอกดูดพิษ ทั้งในด้านของตัวยาที่ทำการพัฒนาเป็นสารสกัดในระดับอนุภาคนาโน คือทำการกักเก็บสารสกัดในนีโอโซม และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ใช้เพื่อลดปวดและอักเสบ

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ตำรับยาพอกดูดพิษนอกจากจะมีการพัฒนาเป็นสารสกัดในระดับอนุภาคนาโนแล้ว ยังมีการสร้างแบรนด์ในชื่อว่า YAPOX บรรจุในขวดสเปรย์แบบพ่นฝอย เพื่อให้มีความสะดวกต่อการนำมาใช้และได้ละอองยาที่เล็ก ทำให้ยาสามารถซึมเข้าสู่เซลล์ได้ดี และพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาพอกในรูปแบบเจลเพื่อใช้ทาตรงจุดบริเวณที่มีอาการ ซึ่งผลิตภัณฑ์ YAPOX ทั้งแบบสเปรย์และเจล นี้เป็นการพัฒนาต่อยอดจากภูมิปัญญาของไทยที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตำรับยาที่บันทึกไว้ในคัมภีร์ตำรายาสมุนไพรต่างๆ มีความน่าเชื่อถือระดับหนึ่ง ทั้งในด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ

สามารถนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์เป็นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนและเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยที่บรรพบุรุษได้สืบทอดกันมาให้คงอยู่ต่อไป ช่วยให้เกิดการพึ่งตนเองทางด้านยา ช่วยพัฒนาสังคม แก้ไขปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิต รวมทั้งเป็นพื้นฐานของการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากธรรมชาติของประเทศให้สู่ระบบอันเป็นสากลได้ ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ดร.กรวินท์วิชญ์ บุญพิสุทธินันท์ โทร.02-592-1999 ต่อ 1402 หรือ 088-2667266

ชลธิชา ศรีอุบล
กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี 02-549-4994

แสดงความคิดเห็น