สมการความคิด(นอกกรอบ) รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ สานฝันตั้ง ‘ชมรมพระเครื่อง มทร.ธัญบุรี (1)’

rmutt-news-02-678x1024

ความจริงเรื่องของแขกรับเชิญที่จะนำเสนอในฉบับนี้ หลายคนอาจจะบอกว่าคุ้นหน้าตาราวกับเคยนำเสนอเรื่องราวกันมาแล้ว ก็ต้องขอแอ่นอกรับแบบไม่ปฏิเสธว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพียงแต่ครั้งนั้นเป็นการนำเสนอถึงเรื่องราวของการเป็นเซียนพระนักการศึกษา และในฐานะของรองอธิการบดี แถมพ่วงด้วยตำแหน่งคณบดีคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี แต่การกลับมาของแขกรับเชิญคนสำคัญคนนี้ เขามาพร้อมกับฐานะทางสังคมใหม่ในฐานะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.) หรือถ้าจะเรียกกันประสาชาวบ้านว่า ผู้นำองค์กรก็คงจะไม่ผิดนักและที่สำคัญยังมีเรื่องราวบางช่วงบางตอนของชีวิตผู้ชายคนนี้ที่น่าสนใจเป็นพิเศษ สำหรับ รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ แขกรับเชิญคนสำคัญในฉบับนี้

ทันทีที่ได้เจอหน้า ณ ห้องทำงานในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี สิ่งที่แรกที่ต้องทักทายจะเป็นเรื่องอื่นไปไม่ได้นอกจากเรื่องของความเป็นนักสะสมพระที่ดูเหมือนว่าจะเป็นชีวิตและจิตใจของท่านอธิการบดีไปซะแล้ว และที่เหนืออื่นใดนั่นคือความคิดที่ท่านเคยบอกกับเราว่าอยากจะตั้ง “ชมรมพระเครื่อง” ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ต่างหากที่เป็นประเด็นของการสนทนาที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งทันทีที่ถูกตั้งเป็นคำถามแรกของการสนทนาพูดคุย

“ผมยังคิดอยู่ครับ จริงๆ แล้วอาจารย์ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีหลายท่านที่เป็นนักสะสม พอทราบว่าผมเองชอบก็มีการพูดคุยกันครับ ส่วนตัวผมอยากเห็นว่าการที่อาจารย์ที่มีความรู้และสนใจในพระพุทธศาสนามากขึ้น อยากจะใช้ชมรมพระเครื่องเป็นเวทีของการแชร์ความรู้ แชร์เรื่องพุทธคุณแล้วก็แชร์ในเรื่องของประสบการณ์ต่างๆ จึงคิดอยากจะตั้งชมรมพระเครื่องของ มทร.ธัญบุรี” แค่เกริ่นนำเชื่อว่าคงทำให้ใครต่อใครอดใจไม่ไหวอยากจะรู้ต่อในรายละเอียดถึงความคืบหน้าของโครงการที่ว่านี้

“กำลังดำเนินการอยู่ เมื่อเสร็จแล้วจะเป็นสิ่งหนึ่งที่เราใช้เป็นเวทีในการสนทนาเหมือนกับสภากาแฟได้สนทนามีเวทีกัน โดยส่วนตัวผมมองว่ามหาวิทยาลัยคงไม่ได้มีภารกิจเพียงอย่างเดียวคือสอนนักศึกษาหรือเป็นนักวิชาการอย่างเดียว แต่มันควรจะมีเวทีที่สามารถส่งเสริมความสัมพันธ์กันในกลุ่มของครูอาจารย์ แล้วโดยเฉพาะในสิ่งที่คนเขาชอบกัน ผมว่าพระเครื่องเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากที่สุดเพราะทุกบ้านจะชอบหรือไม่ชอบก็ต้องมีพระ โดยเฉพาะชาวไทยพุทธต้องมีเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ บางคนจะใช้ในสิ่งที่ตัวเองศรัทธา บางคนจะสะสมเช่าหาหรือเช่าเพื่อใช้ แล้วอาจจะมีการจำหน่ายในวงหรือนอกวงก็มี ซึ่งปรากฏว่าสิ่งที่ผมพูดมาในมทร.ธัญบุรีมีครบหมด ทั้งหาหรือไม่หา ผมว่ามันเป็นเรื่องที่มีความสัมพันธ์อย่างหนึ่ง อีกส่วนหนึ่ง นอกจากจะคุยได้ทั้งวันแล้วยังมีในเรื่องของความผูกพัน ดีกว่าที่เราจะมานั่งคุยกันแต่เรื่องงานๆ กันอย่างเดียว”

ผมว่าวันนี้ถ้าได้ศึกษาในเรื่องพระพุทธคุณแล้วก็ประวัติของหลวงพ่อหรือพระในอดีตก็จะรู้ว่าท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบนะครับ ผมเห็นว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ที่ท่านปฏิบัติ ความศักดิ์สิทธิ์หรือพุทธคุณก็เกิดขึ้นในสิ่งที่ทำขึ้นมาในองค์จำลองแทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผมว่าวันนี้วงการพระเครื่องไม่ได้เชื่อเฉพาะคนไทยเท่านั้นนะ ชาวมาเลเซียหรือชาวสิงคโปร์ก็เริ่มเข้ามาสนใจในพุทธคุณ ผมเองก็ยอมรับว่าเป็นคนที่เชื่อในพุทธศาสนาแล้วก็พุทธคุณ จะว่างมงายก็ได้นะ

ส่วนสถานที่ในการจัดตั้งชมรมพระเครื่องจะเป็นที่ไหน ท่านอธิการบดี มทร.ขยายความต่อว่า เท่าที่คิดไว้น่าจะเป็นโซนอาคารของคณะใดคณะหนึ่ง อาจจะเป็นที่คณะวิศวะก็ได้ “อย่างคณะวิศวะท่านรองฯ หรือท่านอื่นๆ เขาก็ชอบเรื่องพระ เอาเป็นว่าทำเลที่ตั้งต้องอยู่ในมหาวิทยาลัยนี่แหละครับอาจจะมีสักห้อง ใครที่ว่างเว้นจากการเรียนการสอนก็มานั่งพูดคุยเจรจา หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ส่วนชื่อที่คิดไว้อาจจะเป็น “ชมรมพระเครื่อง มทร.” ยังมีอีกเรื่องที่ผมคิดไว้และอยากจะทำก็คือให้มีเวทีประกวดพระเครื่องอย่างน้อยๆ ก็ 2 ปีครั้งหรือ 3 ปีครั้งใน มทร.ธัญบุรี ซึ่งจะเป็นทั้งการประชาสัมพันธ์ส่วนหนึ่ง และจะเป็นการเปิดโอกาสให้ครูบาอาจารย์ตลอดจนนักศึกษาที่เขามีของดีแล้วอยากจะโชว์ได้เข้ามาร่วมในงานประกวดพระเครื่อง โดยการประกวดจะไม่ใช่แค่เป็นการภายในเท่านั้นนะแต่เราจะเปิดกว้าง เพียงแต่ว่าให้คนในได้มีโอกาสประกวดบ้าง

แค่น้ำจิ้มของการสนทนาเชื่อว่าคงทำให้ใครต่อใครเป็นได้เคลิ้มกับแนวคิดของท่านอธิการบดีประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ เรียกว่าธรรมดาที่ไม่ธรรมดาจริงๆ อดใจรออ่านต่อในฉบับหน้ารับรองว่าจะมีสาระที่น่าสนใจและชวนให้ต้องติดตาม ประเภทวางไม่ลง โดยเฉพาะหลักการตลอดจนแนวคิดของท่านผู้นี้ ช่างน่ายกย่องจริงๆ อดใจรออีกนิดเดียว

แสดงความคิดเห็น