ตั้งเป้า3ปีธัญบุรีติดอันดับ3ม.วิทย์และเทคโน

18-07-2014-09-07_061-678x1024

ภายใน 3 ปี ราชมงคลธัญบุรีจะแทรกเข้าไปอยู่ในอันดับ 3 ของมหาวิทยาลัยเฉพาะทางที่เปิดสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งได้รับการยอมรับในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เผยเป้าหมายการพัฒนามหาวิทยาลัย เพื่อเป็นแหล่งผลิตนักปฏิบัติทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะต้องมีงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ลงสู่ชุมชนและภาคอุตสาหกรรม ดังนั้น สิ่งที่ทำคือพัฒนาหลักสูตรร่วมกับภาคอุตสาหกรรมในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานสมรรถนะ

ตามมาตรฐานวิชาชีพ ตรงนี้ส่งผลให้บัณฑิตมีความรู้ความสามารถตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมและตลาดอาเซียน อีกทั้งยังเน้นฝึกปฏิบัติเพื่อให้นักศึกษาไปฝึกงานเกิดความเชี่ยวชาญในวิชาชีพนั้นๆ ได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรม

ขณะนี้ปรับปรุงหลักสูตรใหม่ 58 หลักสูตร มุ่งเน้นการเรียนการสอนที่เน้นสมรรถนะ และมีการสอบสัมภาษณ์ก่อนจบเพื่อออกประกาศนียบัตรสมรรถนะให้ด้วย ซึ่ง จะเป็นใบเบิกทางในการศึกษาต่อและทำงานได้

“การเรียนการสอนไม่ใช่นั่งฟังครูสอนอย่างเดียว ต้องมีสื่อหรือเอกสาร เป็น Ebook หรือ E-Learning ให้เด็กได้เรียนรู้ นอกห้องเรียนมากขึ้น เด็กจะทำชิ้นงานมาส่งครูแต่ใช้เวลานอกห้องเรียน เด็กจะใช้เวลานอกห้องเรียนในการหาความรู้มากกว่าในห้องเรียน และครูจะใช้การสอนในห้องเรียนไม่มาก แต่จะให้เด็กไปเรียนรู้นอกห้องเรียนมากยิ่งขึ้น จัดระบบสื่อออนไลน์ที่ทันสมัย จัดห้องสมุด จัดบรรยากาศที่น่านั่ง เพื่อให้นักศึกษามาใช้ศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง ซึ่งเปิดถึงเที่ยงคืน มี Wifi ฟรี โดยเฉพาะการเปิดห้องปฏิบัติการตลอดเวลาของทุกภาควิชา

นอกจากนี้ ยังปรับการเรียนการสอนให้มีเนื้อหาของการ “ปฏิบัติ” สายวิทยาศาสตร์เน้นเวลาเรียนปฏิบัติ 70% ทฤษฎี 30% ส่วนสายสังคมเน้นการเรียนปฏิบัติ 60% ทฤษฎี 40% สอนภาษาอังกฤษแบบเข้มข้นเพื่อให้นักศึกษาสื่อสารได้ทั้งเขียนและพูด เราสร้างเครือข่ายกับสถาบันการศึกษาต่างประเทศ เพื่อทำโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษากันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บัณฑิตมีสมรรถนะตรงตามที่ตลาดต้องการมากที่สุด ด้วยการสร้าง “บัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ” ซึ่งมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่นำไปปฏิบัติได้จริง แต่มีอีกประการหนึ่งที่มีความจำเป็นสำหรับบัณฑิตนักปฏิบัติมากที่สุดคือ ทักษะทางสังคม (Soft Skill) ที่สามารถคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น มีความรับผิดชอบ มีภาวะการเป็นผู้นำ มีจิตสาธารณะ ปรับตัวเข้ากับสังคมที่แตกต่างได้ง่าย ซึ่งทุกวันนี้ ตลาดแรงงานไม่ได้ต้องการแค่ “เด็กเก่ง” แต่ต้องการ “เด็กดี” ที่มีความรับผิดชอบและมีจิตสำนึกที่ดีด้วย โดยมหาวิทยาลัยจัดทำสมุดบันทึกความดีที่บันทึกประมาณ 12 กิจกรรมที่เข้าร่วมจนกว่าจะสำเร็จการศึกษา

ขณะเดียวกัน เราพัฒนาอาจารย์ผู้สอนทุกคนมีโอกาสก้าวหน้าในสายงาน โดยเน้นนโยบาย ให้อาจารย์ 1 คน ทำวิจัย 1 เรื่อง ใน 1 ปี ส่วนอาจารย์ใหม่เราให้ทำงานในสถานประกอบการเพื่อสร้างประสบการณ์หรือทักษะทางอุตสาหกรรมทุกคน

“การทำผลงานวิจัยจะทำให้อาจารย์มีความรู้ มาถ่ายทอดให้นักศึกษาเพราะการเรียนการสอนในปัจจุบันโดยเฉพาะสายวิศวกรรมหรือวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นักศึกษาต้องแสวงหาความรู้นอกห้องเรียนมากกว่าในห้องเรียนไม่ว่าจะจากการฝึกงาน หรือจากประสบการณ์ของอาจารย์ แนวคิดอาจารย์ 1 คน 1 ผลงานวิจัยจะทำให้ได้องค์ความรู้เพิ่มขึ้น ซึ่งเชื่อว่าภายใน 3 ปีที่เหลือ จะทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นอันดับ 3 ของมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าว

เมื่อปรับหลักสูตรเน้นปฏิบัติ อาจารย์ผู้สอนมีผลงานวิจัย องค์ความรู้ใหม่ๆ เชื่อว่าบัณฑิตที่จบออกไปจะมีทั้งสมรรถนะทางวิชาการ ภาษาอังกฤษ เทคโนโลยี และทักษะทางสังคม (Soft Skill) คือ คิดเป็น แก้ปัญหาเป็น มีความรับผิดชอบ มีภาวะผู้นำ มีจิตสาธารณะ ปรับตัวเข้ากับสังคมที่แตกต่างได้ง่ายด้วย และ เป็นบัณฑิตนักปฏิบัติทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ตามความต้องการของตลาดแรงงานได้

แสดงความคิดเห็น