คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ: ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เมืองหลวงอารยสถาปัตย์แห่ง AEC(1)

Binder1_Page_201-678x1024

กิจกรรมติวเข้มทูตอารยสถาปัตย์ ประจำปี 2557 ในโครงการขับเคลื่อน และพัฒนาอารย สถาปัตย์ไทยให้โดดเด่นก้าวไกลในเวทีโลก เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมานั้น ได้เกิดปรากฏการณ์ครั้งสำคัญอีกครั้งในการร่วมแรงร่วมใจกันจากหลายภาคส่วนในสังคมเพื่อขับเคลื่อนเดินหน้าประเทศไทยไปสู่ความเป็น “ประเทศมหาอำนาจทางด้านอารยสถาปัตย์” อีกแห่งหนึ่งในแผนที่โลก โดยตั้งเป้าหมายให้กรุงเทพฯ เป็น “เมืองหลวงอารยสถาปัตย์แห่งประชาคมอาเซียน”

กิจกรรมในภาคเช้า ที่ลานกิจกรรมสยามดิสคัฟเวอรี่ หน้าสตูดิโอดาวน์ทาวน์เนชั่นทีวี คึกคักตั้งแต่เช้าตรู่เมื่อมีบรรดานักเรียน และนิสิต นักศึกษาจากหลายสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการด้วยการทำหน้าที่เป็น “ทูตอารยสถาปัตย์” เพื่อร่วมกันรณรงค์เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องการออกแบบที่เป็นสากล และเป็นธรรม ทั่วถึง เท่าเทียม เป้าหมายคือช่วยกันรณรงค์ให้ทุกตึกอาคาร ทุกสถานที่สาธารณะ ศาสนสถาน วัดวาอาราม และแหล่งท่องเที่ยวทั่วไทย มีความสะดวก ปลอดภัย สะอาด สวยงาม

ทูตอารยสถาปัตย์ที่มาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ปีนี้ มี 6 สถาบัน ได้แก่ นักศึกษาจาก ม.ธรรมศาสตร์ ม.พระจอมเกล้าธนบุรี ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ปทุมธานี ม.เนชั่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จันทบุรี และก็ยังมีนักเรียนจากโรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา (อังกฤษ,อเมริกา, อาร์เจนตินา, ไทย) รวมถึงเด็กชั้นประถมตัวน้อยๆ อายุตั้งแต่ 6 ขวบ จนถึง 12 ขวบ ก็ยังมาร่วมเป็นทูตอารยสถาปัตย์ กับพวกเราด้วยครับ

อีกทั้งในปีนี้ สายการบินไทยแอร์เอเชีย ซึ่งกำลังยกระดับเป็นสายการบินอารยสถาปัตย์ระดับโลก ที่จะสามารถให้บริการลูกค้ากลุ่มผู้สูงอายุ และผู้พิการจากทั่วโลกด้วยคุณภาพมาตรฐานสากล ก็ส่งบรรดาแอร์โฮสเตส และสจ๊วต หรือพนักงานต้อนรับบนเครื่องบน ทั้งหญิงและชาย รวมกว่า 10 คน มาร่วมเป็นทูตอารยสถาปัตย์เพื่อประโยชน์ในการพัฒนางานบริการของสายการบินอีกทางหนึ่งด้วย

กิจกรรมเวิร์กช็อปในภาคเช้า มีทีมกูรูทางด้านอารยสถาปัตย์เป็นผู้ดำเนินการ ประกอบด้วย ว่าที่ ดร.ชุมเขต แสวงเจริญ ผช.อธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์, อ.ธรรม จตุนาม จากวิทยาลัยราชสุดา ม.มหิดล, คุณเสาวลักษณ์ ทองก๊วย หัวหน้าสำนักงานองค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และคุณคริสโตเฟอร์ เบญจกุลอดีตดาราหนุ่มน้ำใจงาม ที่วันนี้มาในฐานะทีมงานศูนย์พัฒนา และฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียแปซิฟิก

กิจกรรมแรก เริ่มด้วยการทดลองให้บรรดาทูตอารยสถาปัตย์กว่า 50 คนในวันนั้น ทดลองนั่งเก้าอี้รถเข็น หรือวีลแชร์ และบางส่วนให้เอาผ้าปิดตา เพื่อจะได้รู้ว่าคนที่เดินไม่ได้ หรือมองไม่เห็นนั้น เขาจะมีชีวิตที่ยากลำบากเพียงใดในการใช้ชีวิตประจำวัน หรือในการเดินทางในท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ถูกออกแบบมาอย่างพิการ เพราะตึกอาคารส่วนใหญ่ หรือเกือบทั้งหมดในเมืองไทย มีแต่บันได ไม่มีทางลาด ไม่มีทางเดินเบรลล์บล็อกสำหรับคนตาบอด ไม่มีที่จอดรถ ไม่มีห้องน้ำสำหรับวีลแชร์ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ให้แก่ผู้สูงอายุ และผู้พิการ

“กิจกรรมนี้จะทำให้ทูตอารยสถาปัตย์ทุกคนรู้ได้เลยว่า อารยสถาปัตย์สำคัญขนาดไหนต่อสังคม ประเทศชาติ และต่อโลกของเรา” อ.ชุมเขต กล่าว ขณะที่คุณเสาวลักษณ์ ตัวแทนสตรีบนวีลแชร์ มองว่า อารยสถาปัตย์จะเป็นคำตอบของการแก้ไขปัญหาสภาพแวดล้อมที่พิการที่มีมาตั้งแต่อดีต เพราะการออกแบบที่ไม่ได้คำนึงถึงการใช้งานของกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้พิการ ทั้งๆ ที่มีคนกลุ่มนี้อยู่ในสังคมอีกเป็นจำนวนมาก

“โลกเรามีความหลากหลาย มีเพศ มีวัย มีผิวสี มีสภาพร่างกายที่แตกต่างกัน เราจึงต้องมาช่วยกันรณรงค์สร้างสรรค์สภาพแวดล้อมใหม่ให้พร้อมรองรับการเข้าถึง และใช้ประโยชน์ได้ของคนทุกกลุ่ม ทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย เราจะร่วมกันพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้าทันสมัยโดยไม่หลงลืมหรือทอดทิ้งกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ แม้แต่ผู้ป่วยพักฟื้น และตำรวจทหารผ่านศึก ด้วยการนำหลักอารยสถาปัตย์มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อคนทุกคนจะสามารถเข้าถึงได้ ใช้ประโยชน์ได้ ในตึกอาคาร ศาสนสถาน แหล่งท่องเที่ยว รวมถึงบริการสาธารณะในทุกรูปแบบได้โดยสะดวก ปลอดภัย เป็นธรรม ทั่วถึง และเท่าเทียม” อันนี้กฤษนะกล่าวเองครับ

ท้ายนี้ ผมขอขอบคุณแนวร่วมพันธมิตรเพื่อการขับเคลื่อนและพัฒนาอารยสถาปัตย์ไทยให้โดดเด่นก้าวไกลในเวทีโลก คือ สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) ททท. (การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (กนอ.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรมการศาสนา สายการบินไทยแอร์เอเชีย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท โอเอ็มซีซันยู เอลิเวเตอร์ จำกัด สยามนิชชิน และกำลังหลักทางสื่อ คือสถานีข่าวเนชั่น และไทยทีวีสีช่อง 3

อนาคตประเทศไทย กับการเป็นเมืองหลวงอารยสถาปัตย์แห่ง AEC ไม่ไกลเกินจริงแล้วครับ

โดย…กฤษนะ ละไล

l Facebook : krisanalalai

แสดงความคิดเห็น