นวดกดจุด ‘เส้นประธานสิบ’ รักษาโรคฮิต ‘ออฟฟิศซินโดรม’

Binder1_Page_52-678x1024

ในชีวิตประจำวันของคนไทย โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องประสบพบเจอกับปัญหาสุขภาพที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้ โรค “ออฟฟิศซินโดรม” ถือเป็นโรคยอดฮิตในปัจจุบัน เน้นไปที่กลุ่มพนักงานที่ต้องนั่งอยู่กับที่นานๆ ไม่ค่อยมีโอกาสได้ยืดแข้งยืดขามากสักเท่าไหร่ แถมยังต้องจ้องคอมพิวเตอร์นานทั้งวัน ทำให้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นบ่า ไหล่ หรือหลัง เป็นอาการเรื้อรังที่เป็นๆ หายๆ นอกจากนี้ ยังมีโรคอื่นๆ แทรกเข้ามาอีก โดยเฉพาะโรคประจำตัวต่างๆ เช่น โรคไมเกรน โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคเบาหวาน หลายคนหันไปพึ่งพาการแพทย์แผนตะวันตกเพื่อรักษาอาการเหล่านี้ แต่ความจริงแล้ว ไม่ใช่มีแค่การแพทย์แผนตะวันตกเท่านั้นที่จะรักษาโรคประเภทนี้ได้ เพราะแนวการแพทย์แผนตะวันออกก็เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคภัยเหล่านี้มากขึ้น

ในงาน “คลินิกลอยฟ้า” ครั้งที่ 12 ซึ่งรถไฟฟ้าบีทีเอสร่วมกับมูลนิธิโรคตับและโรงพยาบาลชั้นนำ 8 แห่ง ประกอบด้วย รพ.จุฬา ภรณ์ รพ.กล้วยน้ำไท รพ.เจ้าพระยา รพ.วิภาวดี ศูนย์โรคตา รพ.เมตตาประชารักษ์ (รพ.วัดไร่ขิง) รพ.เอกชัย ศูนย์การแพทย์อาร์เอสยู (RSU) มหาวิทยาลัยรังสิต และวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดสถานีตรวจสุขภาพบนสถานีรถไฟฟ้า บีทีเอสทุกสถานี ระหว่างวันที่ 22-25 พฤษภาคมที่ผ่านมา

นอกจากให้บริการตรวจโรคต่างๆ ฟรีแล้ว ในวงเสวนาหัวข้อ “การนวดกดจุดตามแนวแล่นเส้นประธานสิบ” อธิบายถึงสาเหตุที่แพทย์แผนตะวันออกเริ่มมีความสำคัญมากขึ้น เป็นเพราะการแพทย์แผนตะวันตกตอบโจทย์ในการรักษาโรคต่างๆ ไม่ได้ โดยแพทย์แผนตะวันออกประกอบด้วย 3 หลักการแพทย์ คือ 1.การแพทย์แผนไทย 2.การแพทย์แผนจีน มีอายุ 3,000 ปี เช่น การฝังเข็ม หรือกัวซา และ 3.การแพทย์แผนอินเดีย ซึ่งมีอายุยาวนานถึง 5,000 ปี นำมาผสมผสานกัน โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกที่มีศาสตร์การรักษาแบบการแพทย์แผนตะวันออก

การแพทย์แผนตะวันออกมีความแตกต่างจากการแพทย์แผนตะวันตกตรงที่การแพทย์แผนตะวันตกจะเน้นการรักษาเฉพาะจุด เช่น อาการปวดหัว และเป็นการรักษาเมื่อมีอาการป่วยเกิดขึ้นแล้ว ขณะที่การแพทย์แผนตะวันออกเป็นการรักษาแบบองค์รวมและเน้นที่การป้องกันการเกิดโรค มีการใช้สมุนไพรประกอบกับการรักษาวิธีต่างๆ เช่น การกดจุดและฝังเข็ม

ศ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ คณบดีคณะการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต หนึ่งในผู้ร่วมวงเสวนา กล่าวว่า การแพทย์แผนตะวันออกจำเป็นต้องมีหลักวิทยาศาสตร์เข้ามารองรับ เพื่อให้ทุกคนยอมรับว่า สามารถใช้ได้ เมื่อเราพูดว่าการแพทย์แผนตะวันออกดี ไม่ใช่แค่เราคิดเอาเองว่าดี แต่คนอื่นต้องมองว่าดีด้วย จึงจำเป็นต้องมีข้อพิสูจน์ โดยเฉพาะการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และการทดลองทางคลินิก เพื่อให้มีความมั่นใจว่า ศาสตร์นี้สามารถใช้ได้แน่นอน นอกจากนี้องค์การอนามัยโลกได้กำหนดข้อสำคัญการทดลองทางคลินิก ซึ่งเราต้องทำตาม อย่างไรก็ตาม ถือเป็นเรื่องค่อนข้างยาก เพราะการแพทย์แผนตะวันออกอาศัยที่มาจากการบอกเล่าและการบันทึก โดยเราต้องบอกให้ได้ว่าเป็นสิ่งที่สามารถทำได้จริง

การแพทย์แผนตะวันออกเป็นการปรับสมดุลของร่างกาย จากเดิมที่อ่อนแอก็ปรับให้ดีขึ้น โดยถ้าทุกอย่างดีขึ้นแล้ว อวัยวะที่เกิดปัญหาก็จะมีปัญหาลดลง ทั้งนี้ ไม่ใช่การรักษาอวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง แต่เป็นการรักษาทั้งร่างกายแบบองค์รวม ศาสตร์นี้สามารถรักษาโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไมเกรน อย่าไปปฏิเสธว่าจะรักษาตามการแพทย์แผนตะวันตกเท่านั้น แต่เราต้องหาสิ่งที่ดีที่สุด ศาสตร์อื่นก็มีดี

ขณะที่ สิปปกร โสภิตนกุล ผู้ชำนาญการการแพทย์แผนไทย คณะการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต อธิบายถึง “การนวดกดจุดตามแนวแล่นเส้นประธานสิบ” ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันว่า มีรากฐานมาจากการแพทย์แผนอินเดีย ซึ่งเมื่อถูกนำมาสู่ประเทศไทยก็เข้ามาเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและภูมิปัญญาทางการแพทย์ของไทย มีการระบุอยู่ในหลักศิลาจารึกวัดโพธิ์ ทั้งนี้ ร่างกายของมนุษย์มีเส้นอยู่จำนวนมากในหลักการแพทย์แผนไทย แต่ไม่ได้หมายถึงเส้นประสาท เส้นเลือด เส้นเหล่านี้ประกอบด้วยธาตุทั้ง 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม และไฟ นอกจากนี้ร่างกายมนุษย์ยังมีกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่หลายจุด หากเราไปนวดกดจุดในตำแหน่งที่ปวดเมื่อยโดยตรงนั้น จะไม่ถือว่าเป็นหลักเส้นประธานสิบ

แนวทางการรักษาตามหลักเส้นประธานสิบ ต้องมีการวิเคราะห์อาการที่เกิดขึ้นว่ามีปัญหาจากเส้นอะไร แล้วทำการรักษาโดยการกดจุด รักษาจากตำแหน่งหนึ่งไปบำบัดอีกตำแหน่งหนึ่งที่มีปัญหา โดยไม่ต้องกดจุดในบริเวณที่มีปัญหาโดยตรง เพราะเส้นประธานสิบไม่ได้แล่นเป็นเส้นตรง แต่กระหวัดเกี่ยวไปตามกล้ามเนื้อ ดังนั้น การนวดตามหลักเส้นประธานสิบจะเป็นการกดจุดที่ร่องกล้ามเนื้อไม่ใช่บนกล้ามเนื้อ

“การกดจุดรักษาแบบเส้นประธานสิบ พบว่ามีผลการรักษาที่ดีไม่แพ้การนวดแบบอื่นๆ เนื่องจากกล้ามเนื้อจะมีการอักเสบน้อยมากและสามารถเห็นผลได้ทันทีหลังการรักษา โดยสามารถรักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดหลัง เอว บ่า ต้นคอ หัวไหล่ แขน ขา และเข่า รวมไปถึงระบบภายในต่างๆ ก็สามารถกดจุดเพื่อลดอาการบวมและปวดของกล้ามเนื้อได้” อาจารย์สิปปกรบอกพร้อมกับสาธิตการกดจุด แม้ว่าคลินิกลอยฟ้าจะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่ผู้ที่สนใจเข้ารับการรักษาแบบการกดจุดรักษาแบบเส้นประธานสิบ สามารถติดต่อเพื่อเข้ารับการรักษาได้ที่คณะการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ระหว่างวันจันทร์-ศุกร์ โทรศัพท์ 0-2997-2222 ต่อ 4406 และ 4407 หรือโทรศัพท์มือถือ 08-9770-5862

แสดงความคิดเห็น