แนะวิธีรักษาอาการปวดทั่วร่างกาย นวดกดจุดตามแนวแล่นเส้นประธานสิบ

Binder1_Page_52-678x1024

เห็นว่าคนไทยให้ความสนใจดูแลสุขภาพมากขึ้น รถไฟฟ้าบีทีเอส โดย ดร.อาณัติ อาภาภิรม ประธานคณะกรรมการการฝ่ายจัดการ รถไฟฟ้าบีทีเอส จึงเดินหน้ารณรงค์ “โครงการคลินิกลอยฟ้าครั้งที่ 12″ ร่วมมือกับ มูลนิธิโรคตับ และโรงพยาบาลชั้นนำในกรุงเทพมหานคร 8 แห่ง ได้แก่ รพ.จุฬาภรณ์, รพ.กล้วยน้ำไท, รพ.วิภาวดี, รพ.เจ้าพระยา, รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง), วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, ศูนย์การแพทย์อาร์เอสยู และ รพ.เอกชัย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้ห่างไกลจากโรคภัย ต่าง ๆ โดยมีการแบ่งโซนสถานีตรวจสุขภาพของแต่ละโรค ในทุกสถานีได้จัดโปรแกรมการตรวจสุขภาพโรคที่มีความเสี่ยงสูง และเป็นปัจจัยก่อให้เกิดโรคร้ายแรงในอนาคตของคนเมืองในยุคปัจจุบัน อาทิ การวัดสายตา ความดันตา ตรวจเบาหวาน ตรวจมะเร็ง ตรวจหัวใจ การแพทย์แผนไทย การตรวจตับ กระดูกและข้อ เป็นต้น ซึ่งการบริการตรวจสุขภาพแก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายมีขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 พ.ค. ที่ผ่านมา บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสนามเป้า

ในงานเดียวกันยังจัดให้มีการเสวนาเรื่อง “การนวดกดจุดตามแนวแล่นเส้นประธานสิบ” และสาธิตการนวดกดจุด โดย อ.สิปปกร โสภิตนกุล ผู้ชำนาญการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงการนวดเส้นประธานสิบว่า เส้นประธานสิบของไทยมันถูกพัฒนามาจากวิถีชีวิตของคนไทยตามหลักศิลาจารึกวัดโพธิ์ที่เป็นการกดจุดรักษาตามแนวทางเดินของเส้นประธานทั้งสิบเส้นที่วิ่งไปตามร่างกาย แต่ละเส้นมีความเกี่ยวพันกับธาตุทั้ง 4 ในร่างกายที่สามารถรักษาอาการปวดตามร่างกาย อาทิ ปวดหลัง ปวดเอว ปวดขา เป็นต้น แนวทางในการรักษาต้องวิเคราะห์ก่อนว่าอาการที่มีปัญหาเกิดจากเส้นอะไรบ้างแล้วจึงรักษาโดยการกดจุดจากตำแหน่งหนึ่งไปบำบัดอีกตำแหน่งหนึ่งของบริเวณที่มีปัญหา จุดเด่นของการรักษาแบบเส้นประธานสิบกล้ามเนื้อจะมีการอักเสบน้อยแต่เห็นผลดีขึ้นหลังการรักษาทันที

ด้าน ศ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ คณบดีคณะการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงการแพทย์แผนตะวันออกซึ่งเป็นการปกป้องรักษาร่างกายโดยการนวด การฝังเข็ม หรือการกดจุด ซึ่งการแพทย์แผนนี้ไม่ต้องใช้ยาในการรักษา ว่า เราเป็นชาติตะวันออก จึงควรหาศาสตร์เพื่อประชากรชาวตะวันออก โดยการรักษาโรคที่ใช้แผนตะวันออกในการรักษาเพื่อตอบโจทย์ในการรักษา ศาสตร์ในการรักษานอกจากแผนไทยยังดึงแผนจีนและแผนอินเดียเข้ามาเป็นตัวเลือกในการเลือกศาสตร์ที่ดีที่สุดให้ตัวเอง นอกจากนี้ต้องใช้วิทยาศาสตร์เข้ามาจับศาสตร์ทั้งสามแผน เพื่อพิสูจน์ว่าศาสตร์ของเราใช้ได้ผล โดยมีการจดบันทึกพร้อมทั้งเผยแพร่ให้คนอื่นมองว่าศาสตร์ของเรานั้นดีจนคนทั่วโลกยอมรับ นอกจากนี้ศาสตร์ตะวันออกยังเป็นศาสตร์ที่ต้องนึกถึงองค์รวมของร่างกาย ปรับสมดุลอวัยวะให้ถูกต้อง ถ้าทุกอย่างดีปัญหาก็ลดลง.

แสดงความคิดเห็น