TPQI เดินหน้าทำมาตรฐานอาชีพ ตั้งเป้าเสร็จ 46 กลุ่ม รับเปิด AEC

Binder1_Page_42-678x1024

สิ่งที่คนทำงานต้องมีนอกจาก “ความรู้” แล้วต้องมี “ทักษะวิชาชีพ” จากการลงมือปฏิบัติจริง หากพบว่าทักษะฝีมือยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดจะต้องได้รับการอบรม ฝึกฝนทักษะฝีมือพร้อมทดสอบสมรรถนะและให้การรับรองมาตรฐานและคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะต้องใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน และมีหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อให้การจัดทำมาตรฐาน การทดสอบและการรับรองมาตรฐานอาชีพที่เป็นที่ยอมรับภายใต้มาตรฐานสากล

จึงเป็นที่มาของการจัดตั้ง “สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)หรือ Thailand Professional Qualification Institute (Public Organization) : TPQI ขึ้นเพื่อทำหน้าที่กำหนดระบบคุณวุฒิวิชาชีพ ส่งเสริมให้มีการจัดทำมาตรฐานวิชาชีพ ทดสอบสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพ เพื่อให้การรับรองมาตรฐานและคุณวุฒิวิชาชีพของบุคคลในอาชีพนั้นๆ พร้อมกับนำมาตรฐานไปใช้ในการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพที่กำหนด แม้จะเป็นองค์กรน้องใหม่ที่ดำเนินงานมาได้เพียง 2 ปีเศษ แต่การทำงานภายใตู้การบริหารของ”นายวีระชัย ศรีขจร” ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ มีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะการจัดทำมาตรฐานวิชาชีพ 46 กลุ่มอาชีพ ซึ่งมีเป้าหมายจะแล้วเสร็จและพร้อมใช้ภายในปี 2558

นายวีระชัย ศรีขจร ผู้อำนวยการ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวว่า สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นองค์กรเกิดใหม่ ดังนั้นต้องรีบเร่งทำงานเพื่อให้แล้วเสร็จแผนที่วางไว้ เริ่มจากการทำกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ (Vocational Qualifications Framework) ซึ่งแบ่งออกเป็น 7 ระดับซึ่งทำเสร็จแล้ว ขณะนี้กำลังจัดทำมาตรฐานอาชีพทั้งหมด 46 กลุ่มอาชีพ จะทำ 20 กลุ่มอาชีพก่อน โดยปีงบประมาณ 2556 ทำไปแล้ว 14 กลุ่ม และจะทดสอบใน 1-2 เดือนข้างหน้ามีอีก 5-6 กลุ่มอาชีพ ซึ่งมีองค์กรที่ปรึกษาทั้งในกลุ่มอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษาที่เชี่ยวชาญด้านนั้นโดยเฉพาะมาร่วมกันทำ ได้แก่ กลุ่มปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ร่วมกับสถาบันปิโตรเลียมฯ, กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า-พระนครเหนือ,กลุ่มโลจิสติกส์ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, กลุ่มผู้ประกอบอาหารไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต และกลุ่มสปา ร่วมกับสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และปีนี้จะเซ็นสัญญาเพิ่มอีก 6 กลุ่ม ภายในสิ้นปีนี้ 20 กลุ่มนี้จะแล้วเสร็จทั้งหมด จากนั้นจะทะยอยทำกลุ่มอาชีพที่เหลือให้แล้วเสร็จภายในปี 2558 เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

“เบื้องต้นจะเน้นที่ระดับ ปวส. ซึ่งเป็นแรงงานที่มีความต้องการเร่งด่วน โดยเราได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษานำมาตรฐานวิชาชีพที่ทำเสร็จแล้วไปใช้ในการปรับหลักสูตรในระดับอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นการช่วยพัฒนาบุคลากรทั้งในภาคส่วนที่เป็นแรงงานอยู่แล้วกับส่วนที่อยู่ในระบบการศึกษา ซึ่งกปรับหลักสูตรให้มีมาตรฐานเดียวกับมาตรฐานของอุตสาหกรรม เมื่อเด็กเรียนจบเข้าสู่ตลาดแรงงาน เขาจะมีทักษะวิชาชีพตามมาตรฐานที่กำหนดและสามารถทำงานได้เลย ตอนนี้เรามีแรงงาน 40 ล้านคน โดย 20 ล้านคน จบแค่ม.3 ซึ่งคนเหล่านี้จะต้องได้รับการพัฒนา ให้เขาได้ขยับขึ้นมา ต่อไปตลาดก็จะมีซัพพลายมากขึ้น” นายวีระชัย กล่าว

ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวต่อไปว่า เรื่องมาตรฐานอาชีพแล้ว สิ่งที่จะต้องทำคือ จัดให้มีศูนย์ทดสอบและรับรองมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ โดยมีหน่วยงานหรือสถาบันการศึกษาที่สถาบันฯ ตรวจสอบ

แล้วว่ามีความพร้อมด้านสถานที่ บุคลากรและเครื่องมือทดสอบที่ได้มาตรฐานผ่านการรับรองจากสถาบันฯ ให้เป็นศูนย์ทดสอบและให้การรับรองมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ โดยจะให้มีศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะในแต่ละภูมิภาคในกลุ่มอาชีพขนาดใหญ่ เช่น ภาคตะวันออกร่วมกับ มทร.ธัญบุรี วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุดในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ภาคเหนือที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นในกลุ่มอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ กรุงเทพฯ ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือในกลุ่มอุตสาหกรรมทางด้านไอที เป็นต้น โดยตั้งเป้าไว้ประมาณ 20 ศูนย์

“ผมย้ำอยู่เสมอว่ามาตรฐานที่เราทำต้องเป็นมาตรฐานระดับสากล กระบวนการในการรับรองและทดสอบก็ต้องเป็นมาตรฐานสากล ดังนั้นการทำมาตรฐานอาชีพ การทดสอบและให้การรับรองจะเน้นมาตรฐานสากลมากขึ้น เช่นขณะนี้ เราร่วมกับ สมอ. นำมาตรฐานสากล ISO 17024 มาใช้ในการกำหนดมาตรฐาน การทดสอบสมรรถนะและให้การรับรองมาตรฐานอาชีพและประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อพัฒนากำลังคนที่ขาดคุณวุฒิการศึกษาและเพิ่มโอกาสการทำงานในตลาดอาเซียนและสากล และอาจจะนำไปใช้กำหนดมาตรฐานและสมรรถนะอาชีพสำหรับแรงงานอาเซียนในบางอาชีพที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทยด้วย”

แสดงความคิดเห็น