หนุ่มสาวสถาปัตย์โชว์ฝีมือพัฒนาชุมชนยั่งยืนต่อลมหายใจ “ชาวมีนบุรี”

RMUTT201405-16-678x1024

อดทน ผ่านหนาว ผ่านร้อน มาได้เกือบครึ่งปีแล้ว ขุ่นพระ!!! ยังมาเกิด “แผ่นดินไหว” ที่ภาคเหนือ มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ อ.พาน จ.เชียงราย แต่รุนแรงขนาดคนกรุงยังรู้สึกได้

ทั้งส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนหลายร้อยหลังคาเรือน รวมถึงโบราณสถานในภาคเหนือเสียหายจำนวนมาก

ซ้ำร้ายจนถึงวันนี้แรงสั่นไหวยังตามมาหลอกหลอนอีกเป็นระลอกๆ จนชาวบ้านในหลายอำเภอต้องตกอยู่ในภาวะอกสั่นขวัญผวา ยังไงๆ “ปอม ปอม เกิร์ล” ก็ขอฝากความห่วงใย และส่งกำลังใจไปช่วยขอให้เหตุการณ์ร้ายๆ เข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วซะที

ว่าแล้วก็ขอเก็บเรื่อง ปวดเฮด มาเข้าเรื่องราวดีๆของน้องๆ นักศึกษาปี 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ รวม 38 ชีวิต ที่ใช้งานศิลปะมาพัฒนาชุมชน ภายใต้กิจกรรมสถาปัตยกรรมเพื่อชุมชน “โครงการศึกษารูปแบบทางศิลปวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชุมชนยั่งยืน กรณีศึกษา สถาปัตย์ชุมชนมีนบุรี” โดยการสนับสนุนของ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม

“ปอม ปอม เกิร์ล” สืบรู้มาว่า น้องๆได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จาก อ.ปฐมา หรุ่นรักษ์วิทย์ ศิลปินศิลปาธร สาขาสถาปัตยกรรม พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ในการนำความรู้ด้านสถาปัตยกรรมมาใช้ในการพัฒนาชุมชนได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน โดยต้องเข้าคอร์สฝึกอบรมภาคทฤษฎี 5 วัน และปฏิบัติงานจริงร่วมกับผู้อยู่อาศัยในชุมชนอีก 40 วัน เพื่อให้เกิดการรู้ลึก รู้จริง และปฏิบัติงานได้จริง ตรงกับความ ต้องการของชุมชน

เปิดประเด็นเรียกน้ำย่อยแค่นี้ ดูเหมือนจะยังไม่เพียงพอ “ปอม ปอม เกิร์ล” เลยไปฉกตัว หนุ่มเซอร์-สาวติสท์ ตัวแทนน้องๆที่เข้าร่วมโครงการมาเจาะลึกถึงกิจกรรมต่างๆกันเลย

เริ่มจาก ทราย…รุจิษยา เตียตระกูล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เปิดประเด็นเล่าที่มาของกิจกรรมว่า “กิจกรรมนี้ ได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม และได้รับโจทย์ คือ กลุ่มที่ 1 อาคารร้างมีแต่เสาสูง 16 ต้น ให้ได้ออกมาเป็นโมเดล อาคารอเนกประสงค์ มีมุมอ่านหนังสือและมุมใช้สอยอื่นๆ กลุ่มที่ 2 เนรมิต สวนรกร้าง กลายเป็นสวนสาธารณะเพื่อชุมชน และกลุ่มที่ 3 พัฒนาพิพิธภัณฑ์ชุมชน โดยอนุรักษ์สถาปัตยกรรมอายุนับ 100 ปี และจัดแสดงในลักษณะพิพิธภัณฑ์แห่งการเรียนรู้ ประวัติของชุมชนมีนบุรี โดยทั้ง 3 หัวข้อ ตั้งงบประมาณในการทำงานไว้ที่ 0 บาท ถือเป็นการท้าทายความสามารถของพวกเรามาก แต่พวกเราก็ได้ลงพื้นที่ชุมชน พบปะพูดคุยกับชาวบ้าน จึงได้รับรู้ปัญหาและได้มาซึ่งข้อมูลนำมาใช้ทำงานจนสามารถสนองตอบความต้องการของชุมชนได้สำเร็จ”

ต่อกันที่ 3 สาว จาก สถาบันเทคโนโลยีพระ จอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)… ปลา หรือ ปรีณาภา พุ่มชุมพล เสริมต่อด้วยว่า “พวกเราได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม โดยเริ่มจากการปรับตัวเข้าหากันและดึงเอาความสามารถของแต่ละคนออกมาใช้ รวมถึงวางแผนก่อสร้างจากวัสดุที่เหลือใช้จากชุมชน นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างเช่น โจทย์กลุ่มที่ 2 ที่ต้องจัดพิพิธภัณฑ์แห่งการเรียนรู้ จึงต้องไปหอจดหมายเหตุและหอสมุดแห่งชาติ ตลอดจนพิพิธภัณฑ์อื่นๆ เพื่อหาข้อมูลของชุมชนมีนบุรี และเชื่อมโยงกับเรื่องราวที่มีอยู่ในปัจจุบันและนำมาจัดทำเป็นลักษณะการเล่นสนุกกับของที่เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ให้น่าสนใจ เช่น มีต้นไม้ใหญ่อยู่ตรงกลาง ก็จัดเป็นมุมนั่งพักผ่อน เสาอิฐโบราณเราก็ทำกรอบรูปเปล่าติดแผ่นใสเพื่อสร้างจุดเด่นของอิฐโบราณที่มีอยู่”

ขณะที่ อัง… ลลิตา ศิริพันธ์ บอกว่า “โครงการนี้สื่อให้เห็นว่า ของดีในชุมชนมีอีกมากที่ต้องการการดูแลรักษา เราหวังให้คนในชุมชนเห็นคุณค่า ดูแลและชวนให้คนอื่นเข้ามาร่วมชื่นชม โดยการทำงานในครั้งนี้เป็นแรงผลักดันให้พวกเราได้นำความรู้มาใช้ปฏิบัติงานในชีวิตจริง”

ตามมาติดๆกับสาวหน้าหวาน อุ้ม…รัตตานา พิธาคุณาธร เล่าถึงความประทับใจ ว่า “ได้รับโจทย์ กลุ่มที่ 3 คือ เนรมิตสวนรกร้างให้เป็นสวนสาธารณะ จึงนำวัสดุที่มีในโกดังและต้นทุนเดิมในชุมชนมาออกแบบอย่างง่ายๆ โดยนำไดโว่มาต่อเชื่อมกับจักรยานเก่า เพื่อให้คนมาปั่นได้ออกกำลังกาย และยังช่วยนำน้ำจากคลองมารดน้ำต้นไม้และพืชผักสวนครัวให้เจริญงอกงามให้คนในชุมชนได้ใช้ประโยชน์อีกด้วย การทำงานครั้งนี้ เป็นชีวิตที่แตกต่างจากตำรา ได้นำความรู้ที่เรียนมาใช้ บวกประสบการณ์ และได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นทุกวันจากชุมชน จึงทำให้ได้ใช้ความคิดและแสดงออกอย่างเต็มความสามารถ สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราสามารถใช้สมองและสองมือพัฒนาชุมชน ทำให้ชาวบ้านยิ้มได้”

ปิดท้ายด้วย หนุ่มมาดเซอร์ โฟร์…ณฐพงษ์ ตรีวิบูลย์วณิชย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่า “ประทับใจบรรยากาศการที่เพื่อนๆลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล แล้วกลับมาช่วยกันสรุปแนวทางการทำงานและสร้างโมเดล ตามความต้องการของชุมชน ซึ่งนอกจากประสบการณ์การเรียนรู้อันมีค่าแล้ว ยังเห็นความมีน้ำใจจากเพื่อนต่างสถาบันและมิตรภาพที่ได้รับจากชาวมีนบุรี นับเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุด หลังจากนี้จะขยายผลไปช่วยพัฒนาชุมชนอื่นๆด้วย”

เห็นความสำเร็จของผลงานหนุ่มสาวสถาปัตย์กลุ่มนี้แล้ว “ปอม ปอม เกิร์ล” ฟันธงเลยว่า อีกไม่นาน เราจะได้เห็นเมล็ดพันธุ์ที่มีค่าจากรั้วอุดมศึกษา ผลิดอกออกผลแผ่กิ่งก้านไปสู่การทำงานในโลกแห่งความเป็นจริง

แบบนี้แหละที่เรียกว่า “ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน” ของแท้.

“ปอม ปอม เกิร์ล”

 

แสดงความคิดเห็น