‘ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ’ อดีตเด็กเหลือขอสร้างตำนาน…ดอกเตอร์จากกองขยะ

rmutt_news-25-678x1024

หากเปรียบชีวิตเหมือนขยะสักชิ้น คุณคิดว่าชีวิตคุณเหมือนกับขยะชนิดใด สำหรับผู้ผ่านประสบการณ์เลวร้ายมาโชกโชนจากเด็กบ้านแตกพ่อแม่แยกทางกัน จากเด็กเร่ร่อนค่ำไหนนอนนั่น จากเด็กขอทานที่ร้องขอเศษเงินตาม บขส. จากเด็กเหลือขอขี้ขโมย เริ่มต้นจากการขโมยผลไม้ไปจนถึงเงินในตู้ เกม จากเด็กต่อสู้ชีวิตตามลำพังเพราะไม่มี ใครให้พึ่งพาได้แม้แต่คนเดียว และจากเด็กเก็บขยะที่จินตนาการไม่ออกว่าจะหาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าเทอม!! น่าจะทำให้ชีวิตของเด็กคนนั้นดิ่งลงเหวมากกว่ามายืนในจุดที่มีผู้เคารพนับถือในสังคม สำเร็จการศึกษาถึงระดับดุษฎีบัณฑิตจากประเทศญี่ปุ่น “ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ” อาจารย์ประจำภาควิชาวิศว กรรมอุตสาหกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหา วิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ตอบคำ ถามนี้ว่า “ผมเป็นขยะรีไซเคิล”

“ชีวิตเหมือน แก้วใบหนึ่ง จมอยู่ในโคลนตมเน่าเหม็น แล้วแม่ผมหยิบมันขึ้นมาล้างด้วยน้ำสะอาด กลายเป็นแก้วใสใบเดิม” ดร.กุลชาติ หรือ “ป๊อด” ย้อนความทรงจำวัยเด็กอันขมขื่น เล่าเป็นอุทาหรณ์ผ่านหนังสือ อัตชีวประวัติชื่อ “ดอกเตอร์จากกองขยะ “ผมตัดสินใจอยู่นานกว่าหนังสือเล่มนี้จะสำเร็จเป็นรูปเป็นร่าง ไม่มีใครอยากรื้อฟื้นอดีตอันแสนเจ็บปวดมาเล่าใหม่ ซ้ำยังเป็นหนังสือที่แต่ละวลีต้องคิดทบทวนแล้วทบทวนอีก ผมอ่านตงจิ้นแล้วคิดถึงตัวเอง ยิ่งอ่านยิ่งเศร้า จึงไม่อยาก ให้หนังสือผมเป็นนิยาย เพียงอยากให้เห็นถึงชีวิตจริง คนเราลำบากด้วยกันทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับใครอดทนสู้แก้ปัญหามากกว่ากัน จึงอยากให้หนังสือเล่มนี้ สร้างกำลังใจแก่ผู้อื่น”

.. ฟัง “ดร.ป๊อด” เกริ่นมาถึงตรงนี้แล้ว อยากทราบว่าชีวิตวัยเด็กมีความยากลำบากอย่างไร?

เมื่อพ่อแยกทางกับแม่ จากเคยมีอาชีพแม่บ้านเลี้ยงดูลูก 5 คน ต้องทำงานหาเงินเป็นนายตรวจตั๋วที่ บขส. ที่จ.ชุมพร งานทำให้แม่ไม่ค่อยมีเวลาได้พบหน้าลูก ตอนนี้ในวัย 6 ขวบ ต้องใช้ชีวิตอยู่กับพี่ ๆ แม่ทำงานนี้ไปได้สักพัก มีคนแนะนำไปทำงานที่ได้เงินดีกว่า ด้วยการไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหารแถวทับสะแก แม่ไม่สามารถเดินทางไปกลับภายใน 1 วันได้ จึงต้องกินนอนที่นั่นและฝากภาระดูแลน้องให้กับพี่สาวคนโต ทุกสิ้นเดือนแม่ฝากเงินใส่ซองมากับคนขับรถโดยสารที่รู้จักกัน ต่อมาพี่สองคนหนีออกจากบ้าน เหลือแค่ผมกับพี่สาวต่างแม่เท่านั้น เพราะน้องสาวคนสุดท้องพ่อนำไปเลี้ยงดู แต่ค่าใช้จ่ายเดือนละ 500 บาทยังไม่พออยู่ดี พี่สาวจึงต้องหาทางรอดชีวิต ด้วยการเก็บผักบุ้งมาผัดกินประทังชีวิต กินได้ไม่กี่มื้อร่างกายก็ไม่รับอาเจียนออกมาหมด พี่สาวสงสารจึงจูงมือไปขอข้าวคนอื่นกิน

.. เริ่มต้นเป็นขอทานได้อย่างไร?

เกิดความคิดแวบขึ้นมาเลยว่า มานั่งอดทำไม ในเมื่อ “ขอเขากิน” ก็ได้ หลังจากนั้นก็ขอข้าวแม่ค้ากิน จนโดนตะเพิดไล่ออกมา ลองหาวิธีใหม่คือกินข้าวเหลือคาจานของคนอื่น ยิ่งโดนไล่มาก ๆ เข้าจึงหันมาเดินขอทานผู้โดยสารที่ บขส. ได้เงินมาค่อยซื้อข้าวกิน ขอทานได้สักพักนายท่าเห็นว่าเราสร้างความรำคาญให้ผู้โดยสาร จึงไล่ไม่ให้มาเดินเพ่นพ่านย่านนี้อีก จังหวะเดียวกับพี่สาวทนความลำบากไม่ไหวหนีไปอีกคน จึงเหลือผมอยู่คนเดียวและกลายเป็นเด็กเร่ร่อนเต็มตัว

.. ใช้ชีวิตนอกห้องเรียนอย่างโชกโชน ยังกลับไปเรียนหนังสือหรือเปล่า?

ตอนนั้นยังไปเรียนตามปกติ ช่วงอิสระไม่มีใครบังคับ ไปเรียนบ้างไม่ไปเรียนบ้าง วันที่ไม่ขาดเรียนเลยคือวันที่โรงเรียนแจกนมถั่วเหลือง ขณะเดียวกันบ้านโดนตัดน้ำตัดไฟ ไม่ได้อาบน้ำแปรงฟันเลยตัวเหม็นคลุ้งขี้ฟันเขรอะ กลายเป็นเด็กหลังห้องที่เพื่อน ๆ รังเกียจ ด้วยความเจนจัดในชีวิตจึงชอบแกล้งเพื่อน อยากได้ดินสอก็ขโมยมาเป็นของตัวเอง กลายเป็นเด็กเกเร เพื่อนไม่อยากคุยด้วย ครูก็ตีและดุด่าประจำ ทำให้โดดเรียนไปขลุกตัวเกาะตู้ดูเขาเล่นเกมตู้ม้า หยอดเหรียญ แทงส้ม หลัง ๆ คนมาเล่นเกมก็เริ่มให้ผมขโมยเงินจากตู้เกม ด้วยความที่มือเล็ก จึงสามารถล้วงเข้าไปในตู้เพื่อเก็บเศษสตางค์ที่หล่นลงไปในกล่องได้ ตอนหลังไม่มีใครใช้ก็ทำด้วยตัวเองเป็นอีกช่องทางในการซื้อขนมและซื้อข้าว ใช้ชีวิตเช่นนี้สองปีวันหนึ่งแม่ก็กลับมา

.. ชีวิตเปลี่ยนแปลงจากหลังมือเป็นหน้ามืออย่างไรเมื่อแม่กลับมา?

ช่วงปลายเทอมสอง ชั้น ป.4 แม่กลับมา มีคนไปบอกแม่ว่า “บ้านแตก” เหลือลูกชายอยู่คนเดียว ซึ่งตอนนี้เป็น “เด็กเหลือขอ” แม่จึงเลิกอาชีพเด็กเสิร์ฟ วินาทีที่เจอแม่เหมือนฝันกลายเป็นจริง วันนั้นแม่กลับมารู้สึกดีใจจริง ๆ แต่มีความสุขแค่วันเดียว วันรุ่งขึ้นเหมือนตกนรกทั้งเป็น เพราะผมมีอิสระสองปีเต็ม แม่ปลุกให้ไปโรงเรียนก็ไม่ตื่น ต้องปลุกด้วยไม้แขวนเสื้อโดนตีอยู่หลายที ตกเย็นแม่พาไปซื้อชุดนักเรียนใหม่ พร้อมซื้อน้ำมันก๊าดมาขัดคราบไคลที่สกปรกจนเนื้อตัวแดงเถือกไปหมด แม้กระทั่งพาไปพบทันตแพทย์ ค่อย ๆ รักษาฟันผุทีละซี่ แม่กลับมาเริ่มต้นอาชีพด้วยการทำข้าวผัดใส่ห่อให้ผมหิ้วไปขายวันละ 20 ห่อ ห่อละ 5 บาท เพราะไม่อยากให้ผมว่าง พอทำได้ 3-4 เดือน โดนแม่ค้ากลั่นแกล้งต้องล้มเลิก หันมาเก็บขวดขาย ซึ่งรายได้พอ ๆ กับขายข้าวผัด แต่ไม่ต้องลงทุน ผมต้องช่วยแม่เก็บขวดและค่อย ๆ โดนตัดจากวงจรเพื่อนเกเรเข้าสู่วงจรเด็กเก็บขยะเต็มตัว

.. เหตุการณ์ใดที่ทำให้กลับมาตั้งใจเรียนใหม่อีกครั้ง?

ยังคงหาเรื่องไม่เรียนหนังสือจนอยู่ชั้น ป.5 วันหนึ่งส้วมซึมเต็มกลายเป็นข้ออ้างบอก แม่ว่าอาบน้ำไปเรียนหนังสือไม่ได้ แม่จัดการหาฝามาครอบกันอุจาดตาแล้วเร่งให้ทำตามหน้าที่ ตกดึกเห็นแม่ถือชะแลงกะเทาะปูนรอบฐานคอห่าน ตักอุจจาระไปทิ้งไกล 200-300 เมตร ภาพความทรงจำสิ่งต่าง ๆ ที่แม่ทำเพื่อเรา พรั่งพรูฉายต่อเนื่องเป็นฉาก ๆ เหมือนทรีดี มีทั้งรูปทั้งกลิ่น (หัวเราะ) สิ่งที่เห็นนี้ทำให้ตระหนักในความรัก ตั้งเป้าต้องกลับมาเรียนหนังสือให้ได้

.. ต้องพิสูจน์ตัวเองนานไหมกว่าเพื่อน ๆ ในห้องจะยอมรับ?

คนที่ไม่ได้เรียนหนังสือมานาน ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเรียนอย่างไร พอดีมีเพื่อนผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ในห้องเรียนเก่งอันดับ 1 จำได้ว่าเพื่อนคนนี้ลายมือสวย เสื้อผ้าสะอาดมีพ่อเป็นตำรวจมีแม่เป็นครู ทุกอย่างสมบูรณ์แบบหมด จึงมองเธอเป็น “ไอดอล” พยายามเลียนแบบ เธอมาเรียนเช้าผมก็เริ่มเรียนเช้าบ้าง เลิกเรียนยังไม่กลับบ้าน เห็นเพื่อนนั่งทบทวนทำการบ้านก็ทำบ้าง จากเคยสอบได้ที่โหล่ขยับมาเป็นที่ 5 ของห้อง พออยู่ชั้น ป.6 เพื่อน ๆ เริ่มไว้ใจเห็นกลับมาเป็นเด็กดี ระหว่างเรียนหนังสือยังช่วยแม่เก็บขยะเจอกับครูใหญ่ ครูใหญ่ถามอยากเรียนต่อไหม ความคิดแรกตั้งใจช่วยแม่เก็บขยะเต็มตัวหลังจากเรียนจบ ป.6 เพื่อเปิดโอกาสให้น้องสาวที่แม่รับกลับมาเลี้ยงดูเองได้เรียนบ้าง ครูใหญ่บอกว่าถ้าอยากเรียนจะช่วยส่งเสริมให้โควตาเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนประจำจังหวัด ปรากฏว่าได้อยู่ห้องคิงส์ ซึ่งรวมเด็กชั้นหัวกะทิทั้งหมด ผมต้องเรียนหนังสือ เลิกเรียนต้องช่วยแม่ทำงาน อีกทั้งหัวปานกลาง พอผลการเรียนออกมาติด ร.ถึง 5 วิชา ย่างเข้าเทอมสองเริ่มมองหาอาชีพเสริมฝึกงานเป็นช่างเชื่อมเหล็กดัดหารายได้เพิ่มอีกทาง พอขึ้น ม.2 จึงย้ายห้องจากห้องคิงส์ไปอยู่ห้องสิบเป็นสายอุตสาหกรรมก่อสร้างกับช่างเชื่อม ตอน นั้นจะนำวิชาช่างมาใช้ที่ร้าน หลังจบ ม.3 จึงเปลี่ยนมาเรียนสายอาชีพแทนสายสามัญ

.. สิ่งใดที่ผลักดันให้เดินทางมาถึงจุดนี้ ?

การเก็บขยะสร้างพื้นฐานชีวิตความพยายามให้แก่ตัวเอง เหมือนขวดน้ำขวดหนึ่งคือขยะชิ้นเดียวไม่มีราคา ขวดพลาสติกตอนนั้นกิโลกรัมละ 4 บาท ต้องเก็บให้ได้ 100 ขวด ถึงจะได้ 4 บาท ดังนั้นขยะชิ้นเดียวไม่มีค่า แต่ถ้าสะสมขยะหลายชิ้นจนมีน้ำหนักมีปริมาณมากจะมีราคา อาชีพเก็บขยะสอนให้รู้จักพยายาม ความพยายามของคนเราก็เช่นกันครั้งเดียวมันไม่พอ ไม่สามารถทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ เหมือนขยะชิ้นเดียวไม่มีค่า ต้องเก็บสะสมให้มีคุณค่าและราคาขึ้นมา โชคดีที่เกิดมายากจนความจนสอนให้ลำบาก มีความอดทน มีความพยายาม มีเป้าหมายในชีวิต

“การเรียนหนังสือยิ่งทำให้เห็นโอกาสมากขึ้นจนมีวันนี้ได้ คิดว่าการศึกษาคือการพัฒนาชีวิต อยากสอนเด็กรุ่นใหม่ทุกคนควรตั้งใจเรียนนึกถึงความลำบากของพ่อแม่ เด็กรุ่นใหม่สมัยนี้สอนอย่างเดียวไม่ได้ คิดย้อนกลับว่าผู้ใหญ่ได้สอนเด็กแบบเดิมหรือเปล่า เคยโดนเคี่ยวเข็ญมากกว่า แต่สมัยนี้ผู้ใหญ่ปล่อยให้เด็กเรียนรู้ด้วยตัวเอง หนังสือเล่มนี้จึงสอนให้เด็กต่อสู้มากกว่ารอโอกาสจากคนอื่น” อดีตเด็กจากกองขยะกล่าวด้วยน้ำเสียงภูมิใจ

เมื่อความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จจะอยู่ที่นั่นเสมอ…ไม่ช้าก็เร็ว.

แสดงความคิดเห็น