ยอดรับตรง’มทร.ธัญบุรี’พุ่ง วิศวะ-สถาปัตย์-เทคโนฯสื่อสารนำลิ่ว ทุกหลักสูตรปรับใหม่ เน้นปฏิบัติเข้ม

rmutt_news-20140410-22

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า ตามที่มทร.ธัญบุรีได้เปิดรับตรงไปเมื่อเร็วๆนี้ พบว่าปีนี้มีผู้มาสมัครจำนวน 22,000 คน เพิ่มจากปีที่แล้ว 2,000 คน โดย 80 % เป็นสายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ได้แก่ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน และสถาปัตยกรรมศาสตร์ เนื่องจากทั้ง 3 สาขากำลังเป็นที่ต้องการของตลาดงานทั้งในประเทศและในอาเซียน โดยเฉพาะสาขาทางด้านเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน ปีนี้การแข่งขันค่อนข้างสูงคืออยู่ที่ 30 ต่อ 1 นอกจากนี้คะแนนสอบโดยรวมยังสูงกว่าปีที่ผ่านมาอีกด้วย อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีผู้สละสิทธิบางส่วน เนื่องจากแต่ละแห่งเปิดสอบไม่พร้อมกัน และมหาวิทยาลัยไม่ได้ตัดสิทธิ์หลังมอบตัว ทำให้เด็กสามารถเปลี่ยนใจไปที่อื่นได้ ซึ่งกรณีมีผู้สละสิทธิ์ก็จะเรียกคนที่ได้คะแนนลำดับถัดไปขึ้นมา ส่วนที่เหลือคือ แอดมิชชันซึ่งจะประกาศผลในเดือนกรกฎาคม

“ปกติเด็กที่รับเข้ามาจะมี 2 กลุ่มคือ สายอาชีพ ปวช.ซึ่งกลุ่มนี้จะเก่งพื้นฐาน วิชาชีพแต่อ่อนวิชาการ กับ ม.6 ซึ่งเก่งวิทย์ คณิตแต่ขาดทักษะทางช่าง เพราะฉะนั้นจะต้องมาเรียนปรับพื้นฐานก่อนเปิดภาคเรียน เด็กที่มาจากสายอาชีพจะต้องมาปรับพื้นฐานด้านคณิต วิทย์ ส่วนเด็กที่จบ ม.6ก็จะเติมเต็มทักษะทางช่าง ปีนี้ปิดเทอมยาวไปถึงสิงหาฯ ก็จะมาเรียนปรับพื้นฐาน 3 เดือนก่อนเปิดเทอม เพื่อให้เด็กทั้งสองกลุ่มสามารถเรียนไปด้วยกันได้ โดยไม่กังวลว่าเข้ามาแล้วจะเรียนไม่ได้” รศ.ดร.ประเสริฐกล่าว

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวถึงสาขาวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน และสถาปัตยกรรมศาสตร์ซึ่งเป็นสาขาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปีนี้ว่า เป็นผลจากนโยบายของรัฐบาลที่มีนโยบายขยายตลาดด้านนี้ ทำให้โอกาสมีงานทำสูง เงินเดือนตั้งแต่ 2 หมื่นบาทขึ้นไป และได้งานทำเร็วเนื่องจากตลาดต้องการนักปฏิบัติซึ่งสอดคล้องกับการผลิตบัณฑิตของมหาวิทยาลัยที่เน้นการปฏิบัติจริง สู้งาน มีจิตสาธารณะและสามารถอยู่ในสังคมที่หลากหลายได้ และเนื่องจากจะเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน ดังนั้นการผลิตบัณฑิต ต่อจากนี้ไปจะมีแนวทางที่ชัดเจนขึ้น เริ่มจากการปรับปรุงหลักสูตร ตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไปจะมีการปรับหลักสูตรให้มีชั่วโมงปฏิบัติมากขึ้น โดยเฉพาะสายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีจะเพิ่มชั่วโมงปฏิบัติเป็น 70 % ส่วนอีก 30 % เรียนทฤษฎีควบคู่กับการปฏิบัติโดยผ่านกิจกรรม หรือจากกรณีศึกษาจากภาคอุตสาหกรรม หรือโครงงาน และฝึกสหกิจศึกษา ซึ่งปีนี้บางสาขาจะเพิ่มชั่วโมงฝึกมากขึ้น เช่น กลุ่มท่องเที่ยวการโรงแรม เทคโนโลยีอาหาร นอกจากนี้ยังมีวิชาที่ต้องไปเรียนรู้ในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มอีก 1 วิชา ซึ่งการเพิ่มชั่วโมงฝึกจะทำให้นักศึกษามีโอกาสได้งานทำ ก่อนจบ หรือมีรายได้ระหว่างฝึก ซึ่งพบว่าหลายแห่งรับเข้าทำงานหลังเรียนจบ

“นอกจากทักษะด้านวิชาชีพแล้ว ยังมีทักษะทางด้านภาษา ซึ่งจะต้องเพิ่มให้เข้มข้น ขึ้นโดยเฉพาะฟัง พูด และทุกคนจะต้องสอบโทอิคอย่าต่ำ 500 คะแนน และผ่านการสอบความรู้ด้านไอทีหรือ ICT 3 เพราะสถานประกอบการส่วนใหญ่บอกว่าเด็กของเราเก่งเรื่องงาน แต่อ่อนภาษาและไอที เพราะฉะนั้นจะต้องเพิ่มทักษะด้านนี้ให้มากขึ้น รวมถึงทักษะทางสังคมโดยผ่านกิจกรรมต่างๆ อย่างน้อย 12 กิจกรรม จะฝึกจากศูนย์ความเป็นเลิศของแต่ละคณะก็ได้ เช่น เด็กวิศวะอยากจะเรียนทำอาหารก็มีศูนย์ทำอาหาร หรือเรียนคหกรรมอยากเรียนถ่ายภาพก็ไปฝึกได้เสร็จแล้วบันทึกไว้ในสมุดกิจกรรม มากเท่าไหร่ยิ่งดี จบแล้วสามารถไปยื่นสมัครงานคู่กับ ทรานสคริปต์ เป็นการเพิ่มโอกาสในการทำงาน และสร้างความมั่นใจให้กับนักศึกษาว่าเรียนที่ มทร.ธัญบุรีจบไปแล้วต้องมีงานทำและสามารถแข่งขันกับคนอื่นได้” อธิการบดี

แสดงความคิดเห็น