มทร.ธัญบุรีตั้งเป้ามหาวิทยาลัยอันดับ 3 ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ มทร.ธัญบุรี มีเป้าหมายที่จะเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 3 ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยและติดอันดับต่ำกว่า 1,000 ของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ในปี 2560 ซึ่งแนวทางการขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยไปสู่เป้าหมายได้นั้น คือการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ หรือบัณฑิตมือเปื้อน และการจะผลิตบัณฑิตให้ได้ตามคาดหวังนั้น มทร.ธัญบุรี จะเริ่มด้วยการพัฒนาอาจารย์ของมหาวิทยาลัย ว่าแต่ละบุคคลมีความต้องการพัฒนาด้านใดเป็นพิเศษ มหาวิทยาลัยพร้อมที่จะสนับสนุน รวมถึงจะให้อาจารย์เข้าไปฝังตัวในภาคอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเป็นการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรม ให้เกิดการผลิตบัณฑิตในตรงกับความต้องการของตลาด

ในส่วนของหลักสูตรจะมีการพัฒนาหลักสูตร โดยสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้มีการปฏิบัติมากยิ่งขึ้น สัดส่วน70 ต่อ 30 ส่วนสายสังคม ภาคปฏิบัติ 60 ต่อ 40 ซึ่งรูปแบบหลักสูตรและวิธีการสอนจะมีการนับรายชั่วโมงในภาคปฏิบัติ เน้นฝึกให้นักศึกษาทำโครงการ หรือนำปัญหาจริงมาเป็นโจทย์ เพื่อให้นักศึกษาได้เกิดการกระบวนการคิดและปฏิบัติ ซึ่งการประเมินผลจะวัดทั้งในส่วนของข้อสอบ ผลสัมฤทธิ์ และสมรรถนะของงาน

นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มจำนวนนักศึกษาแลกเปลี่ยน จากเดิมประมาณ 140 คนต่อปี จะเพิ่มขึ้นเป็น 500 คน หรือคิดเป็น 10% ของจำนวนนักศึกษาต่อชั้นปี ซึ่งโดยปกตินักศึกษาแลกเปลี่ยน จะเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 มีประมาณ 5,000 คน ส่วนนักศึกษาชั้นปีที่ 4 จะติดการฝึกสหกิจศึกษา โดยนักศึกษาแลกเปลี่ยนนี้จะเน้นไปที่กลุ่มประเทศอาเซียน ประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ซึ่งในขณะนี้ได้มีการเริ่มส่งนักศึกษาแลกเปลี่ยนไปที่สาธารณรัฐเช็ก และประเทศเยอรมนี ประมาณ 10 คน และมีเป้าหมายที่จะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

“วันนี้ มทร.ธัญบุรี พัฒนานักศึกษาตอบโจทย์ความต้องการของอาเซียน ทั้งปรัชญา แนวทางการเรียนการสอน เพื่อรับการเปิดประชาคมอาเซียน โดยนักศึกษาที่จะสำเร็จการศึกษาจะต้องมีการวัดระดับ TOEIC และมีคะแนนไม่ต่ำกว่า 500 จาก 30% ของจำนวนนักศึกษาที่จบการศึกษา และด้าน ICT ต้องผ่านระดับ 3 จากการทดสอบของ Excellent Center ของมหาวิทยาลัย ดังนั้น เชื่อมั่นว่าบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจะสามารถทำงานทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ ซึ่งการดำเนินการยุทธศาสตร์ต่างๆ เหล่านี้จะช่วยขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยสามารถเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 3 ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยและติดอันดับต่ำกว่า 1,000 ของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก”

แสดงความคิดเห็น