‘มองใหม่ด้ายไหม’

rmutt_news-21-678x1024

เกิดความสงสัยมานานกับเสื้อกันกระสุนที่ทำมาจากเส้นไหม ว่าแท้จริงแล้วทำได้จริงหรือ เส้นด้ายที่ก่อเกิดผ้าลวดลายสวยงาม มีคุณสมบัติแข็งแกร่งอย่างน่าทึ่งนี้ได้อย่างไร และแล้วเราก็ได้คำเฉลยในนิทรรศการ “มองใหม่ด้ายไหม” จัดโดยสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) กระตุ้นให้คนรุ่นใหม่รู้จักและเข้าใจรากเหง้าความเป็นไทย ผ่านนิทรรศการหมุนเวียนที่ทันสมัย นำเสนอความเป็นมาของการใช้ประโยชน์จากเส้นไหมในหลากหลายอารยธรรมที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ

นิทรรศการจัดในรูปแบบ “Lifestyle Shop” แบรนด์ “Cocoon & Co” (โคคูน แอนด์ โค) สินค้าไลฟ์สไตล์จากไหม แบ่งโซนต่างๆ ได้แก่ Cocoon Beauty, Cocoon Caf, Cocoon Recreation, Cocoon Sound, Cocoon Home & Decoration และ Cocoon Art & Draft และนิทรรศการคิดนอกกรอบของ Opinion Leaders ที่จะกระตุ้นแรงบันดาลใจให้ผู้ชมนำกลับไปคิดต่อยอดสร้างสรรค์นวัตกรรมเกี่ยวกับไหม

ทวีศักดิ์ วรฤทธิ์เรืองอุไร นักจัดการความรู้อาวุโส มิวเซียมสยาม กล่าวว่า นิทรรศการต้องการนำเสนอความเป็น “อภิมหาวัสดุ” ของ “ไหม” ที่เป็นได้มากกว่าผ้า และเปลี่ยนมุมมองของประชาชนทั่วไปที่เห็นว่าไหมมีประโยชน์เพียงการเป็นเครื่องแต่งกายของคนสูงวัย มีราคาแพงและไม่ทันสมัย โดยเจาะไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ให้หันมาเข้าใจว่า ไหมคือวัสดุธรรมชาติที่มีความน่าอัศจรรย์ นำมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมได้มากมาย และอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

“จริงๆ ตั้งใจจัดทำนิทรรศการเครื่องนุ่งห่มที่สะท้อนรากเหง้าความเป็นไทยได้ดี จึงคิดถึงไหม แต่ว่าจะทำให้ไหมเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นเป็นเรื่องเป็นไปได้ยากมาก ฉะนั้นหากผู้จัดมองว่าไหมเป็นพียงแค่เส้นด้ายหรือเสื้อผ้าคงไปไม่ถึงกลุ่มเป้าหมายแน่นอน เมื่ออยากให้วัยรุ่นหันมาสนใจเรื่องราวไหมมากขึ้น ตัวเราเองก็ต้องมองไหมในมุมใหม่ด้วย ซึ่งไหมเป็นได้มากกว่าผ้า จึงเกิดคำถามว่า “เราจะทำอะไรกับไหมได้อีกบ้าง” เป็นการท้าทายคนรุ่นใหม่

ให้เกิดความสงสัยและค้นหาคำตอบ”

ผู้จัดงานเล่าต่อว่า ทุกโซนจะมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ สร้างความ

ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะทำมา

จากไหม อาทิ โซนเสื้อผ้า ที่เรา

อาจจะไม่เคยรู้ว่าไหมสามารถ

ทำเป็นเสื้อยืด เสื้อกีฬา ตลอด

จนทำเสื้อเกราะกันกระสุน ซึ่ง

ปัจจุบันผลิตและใช้งานได้จริง

ในสามจังหวัดชายแดนภาค

ใต้ เนื่องจากตัวเส้นใยไหม

จริงแข็งแกร่งกว่าสเตนเลสสตีลถึง 4 เท่า คิดประดิษฐ์โดย รศ.สุจิระ ขอจิตต์เมตต์ ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งทอ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และครั้งนี้ได้เอื้อเฟื้อเสื้อเกราะในการจัดแสดงด้วย หรือนวัตกรรมขั้นสูงสุดที่ไหมสามารถทำได้คือ โปรตีนไหม ที่สกัดออกมาได้หลายอย่าง เช่น น้ำต้มเกลาไหม ที่สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว นำพาให้ไหมก้าวไปสู่วงการเครื่องสำอางเต็มตัว ไม่เพียงเท่านั้นยังเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารได้มากมาย เช่น โยเกิร์ตรสผลไม้ผสมผงไหม ไอศกรีม สปาเกตตี ฯลฯ

“ด้านการต่อยอดนวัตกรรมจากไหมในประเทศไทย มองว่าเป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะเรายังมีคนปลูกหม่อนเลี้ยงไหม คนทอผ้า มีแฟชั่นดีไซเนอร์ชั้นสูง พูดง่ายๆ คือเรามีครบทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ต่างกับบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ที่ทำเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของไหมมากที่สุด ก็ต้องนำเข้าน้ำต้มไหมจากเมืองไทยอยู่ดี จึงเป็นภาพสะท้อนให้คนรุ่นใหม่มองเห็นบทบาทใหม่ของเส้นไหมในยุคปัจจุบันว่ามีค่ามากเพียงใด” ผู้จัดทำนิทรรศการกล่าว

อีกทั้งในนิทรรศการยังเล่าเรื่องราวตั้งแต่การค้นพบคุณสมบัติพิเศษหลากหลายของไหม ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการนำไหมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในแง่มุมต่างๆ มากกว่า 4,000 ปีแล้ว พร้อมกระตุ้นต่อมความคิดของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้คิดค้นนวัตกรรมจากเส้นไหมและรังไหมต่อไป

ในวันแถลงข่าวเปิดตัวนิทรรศการอย่างเป็นทางการ มีการแสดงชุด “The passion Of Silk” ประกอบด้วยการเดินแบบพร้อมสาธิตจับเดรปผ้าไหมให้เป็นเสื้อผ้าทั้งแบบไทยและแบบตะวันตก เพื่อแสดงถึงภูมิปัญญาการสร้างสรรค์เสื้อผ้า ที่สะท้อนยศถาบรรดาศักดิ์หรือฐานะทางสังคมของผู้สวมใส่ ต่อด้วยการเดินแบบแสดงเสื้อผ้าร่วมสมัยสไตล์อังกฤษ ฝรั่งเศส ไทย และญี่ปุ่น ที่ทำจากผ้าไหม รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ทำจากไหม

เรียนรู้ประสบการณ์น่ามหัศจรรย์เกี่ยวกับไหมได้ในนิทรรศการมองใหม่ด้ายไหม เปิดให้เข้าชม ณ มิวเซียมสยาม ทุกวันอังคารถึงวันพฤหัสบดี เวลา 10.00-18.00 น. และวันศุกร์-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-20.00 น. ไปถึงวันที่ 29 มิถุนายน 2557 ตลอดเวลาการจัดแสดงจะมีการจัดกิจกรรมเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับนิทรรศการครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง เช่น เวิร์กช็อปสิ่งประดิษฐ์จากไหม การเสวนา ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook.com/maseumsiamfan สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Cocoon Hotline โทร.08-1927-4808 หรือ 0-2225-2227 ต่อ 416.

 

แสดงความคิดเห็น