สานต่องาน’พ่อ’ สร้าง ร่วมทำดี ถวายพ่อหลวง

Binder1-5-678x1024

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โปรดเกล้าฯให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา เสด็จแทนพระองค์ เป็นประธานเปิดงาน “สานต่องาน ‘พ่อ’ สร้าง” เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 86 พรรษา และถวายความจงรักภักดี ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อ่านตามรอยพ่อ”งาน “สานต่องาน ‘พ่อ’ สร้าง” เชิดชู “เอกองค์อัครศิลปินแห่งสยาม” เฉลิมพระเกียรติ 86 พรรษา มหาราชา

โดยศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 แล้ว ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน-8 ธันวาคม 2556 ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงาน องค์กร และมูลนิธิต่างๆ อาทิ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา, โครงการหลวง, มูลนิธิชัยพัฒนา, มูลนิธิพระดาบส, มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, ร้านภูฟ้า, ร้าน ดร.น้ำใจ เพื่อกองทุนรักษาพยาบาลสัตว์ป่วยอนาถา เป็นต้น

เป็นการเผยแพร่พระอัจฉริยภาพแล้ว ยังเป็นการเตือนสติให้ประชาชนระลึกถึงพระปรีชาสามารถด้านศิลปะและวรรณศิลป์ ผ่านกิจกรรมมากมาย อาทิ จัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บน Green Wall ขนาดใหญ่ความกว้าง 8 เมตร สูง 4เมตร, นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ “เอกองค์อัครศิลปินแห่งสยาม” จัดแสดงสำเนาภาพจิตรกรรม สำเนาภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ จากหออัครศิลปิน, กิจกรรม Give & Take We Book เปิดโลกทรรศน์ให้รู้จักหนังสือหลากหลายประเภท ในรูปแบบการบริจาคหนังสือ นำหนังสือจากบ้านมารับหนังสือภายในงาน ฟรี ท่านละ 3 เล่ม/วัน ตลอดจนจำลองห้องสมุดวรรณศิลป์ หออัครศิลปินที่มีหนังสือให้เลือกอ่านมากมาย เป็นต้น

นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดกิจกรรมรณรงค์ และเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปร่วมปลูกต้นไม้ถวายในหลวง ด้วยการจัดประกวดสวนดิ่งล้อมเสา ภายใต้แนวคิด “หนังสือสวนของพ่อ” รางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในประเภทบุคคลทั่วไป และรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในประเภทอุดมศึกษา จึงขอเชิญร่วมชื่นชมผลงานการประกวด ณ บริเวณแคสคาต้า ชั้น G พร้อมรับกล้าไม้มงคล อาทิ ราชพฤกษ์, นนทรี, พิกุล, กฤษณา, จามจุรี ฯลฯ จำนวนรวม 18,600 ตัน จากกรมป่าไม้ ฟรี

จิตตินันท์ หวั่งหลี รองกรรมการผู้จัดการสายพัฒนาธุรกิจและการตลาด ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต กล่าวถึงการจัดงานว่า ไฮไลต์หนึ่งของงานปีนี้ คือ การประกวดสวนวันพ่อ โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประชาชนทั่วไป และอุดมศึกษา โดยผู้ชนะเลิศประเภทประชาชนทั่วไป คือ ทีม The Present ประกอบด้วย มัทรี จุลมิตร, กชพรรณ วุฒิชัย, ทิวา ดอกพวง, ธนสรณ์ จันทร์เกษม และ นัฐพงษ์ ขำขยัน นักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กับผลงาน The Circle

มัทรี จุลมิตร ตัวแทนจากทีม The Present กล่าวอย่างดีใจว่า เพื่อนๆ ในทีมตกใจกันมากที่ได้รางวัลเนื่องจากเข้าประกวดเป็นครั้งแรกโดยไม่คาดคิดว่าจะได้รางวัล ชื่อของผลงานชิ้นนี้ The Circle มาจากแนวคิด “รูปวงกลม” ที่สื่อถึงความสามัคคี กลมเกลียว มันดูรื่นตา บวกกับพันธุ์ไม้ที่เป็นสีเขียว ทั้งยังเข้ากับแนวคิดของงานที่เป็นการอ่านหนังสือ สวนของเราจึงเป็นมุมที่ดูสบายๆ

“สิ่งที่ชนะใจกรรมการ น่าจะเป็นการเลือกใช้พันธุ์ไม้และวัสดุในการตกแต่ง พันธุ์ไม้ที่เลือกใช้ส่วนใหญ่เป็นไม้ในร่ม มีใบเขียว เวลามองแล้วจะสบายตา ประกอบวัสดุที่หาง่าย วิธีการจัดก็ง่ายๆ พื้นๆ เน้นให้ตรงตามแนวทางพอเพียง” มัทรีกล่าวอย่างภูมิใจส่วนผู้ชนะเลิศประเภทอุดมศึกษานั้นมาเป็นทีมเช่นกัน ประกอบด้วย นัชพร ไหลตวงธนา, เดือนฉาย หน่ายคอน, กุลธรา มหาวงษ์, ตรัณย์ชัย เชื้อมุข และ ชวลิต อ่อนศรี จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในชื่อผลงาน บันทึกรอยเท้าพ่อ”แนวคิดของเรามาจากพระราชกรณียกิจของในหลวง เพราะการที่ท่านเสด็จฯไปทั่วประเทศเพื่อทำพระราชกรณียกิจ เป็นการให้ความรู้กับประชาชนไปด้วย ความรู้ก็เปรียบเสมือนการให้หนังสือ แต่ละก้าวที่ท่านเดินนั้นเป็นความรู้ที่ร้อยเรียงกันมาเป็นบรรทัด หลายๆ บรรทัดกลายเป็นหนังสือ

“การติดชื่อต้นไม้ เปรียบเสมือนการเรียงตัวอักษรหลายๆ ตัวให้กลายเป็นหนังสือ ฉะนั้น สวนของเราจึงมีทั้งมุมบ้าน มุมหลังบ้าน มุมสวน ทุกๆ มุมสามารถนำหนังสือมาอ่านได้ การเรียงร้อยชื่อของพันธุ์ไม้นี้มีแนวคิดมาจากการเดินตามรอยพ่อหลวง” กุลธรากล่าว

และว่า เข้าประกวดครั้งแรกด้วยหัวข้อน่าสนใจ อุปสรรคที่เจอคือเตรียมพันธุ์ไม้ไว้ไม่มากพอ แต่แก้ปัญหาโดยการขยับหรือใช้พันธุ์ไม้เสริมบ้าง ส่วนเรื่องน้ำก็แก้ปัญหาโดยการใช้ถุงพลาสติกรอง เพื่อไม่ให้น้ำไหลซึมมาด้านนอก

“เหตุผลที่เราได้รางวัล คงอยู่ที่ลักษณะของสวน ที่จัดเป็นสไตล์อังกฤษวินเทจ ทุกๆ มุมสามารถถ่ายรูปได้ เป็นการจำลองบ้านโดยใส่ความเป็นสมัยใหม่ลงไปด้วย” กุลธราแสดงความเห็น

ด้านผู้ชมเจ้าประจำของงานนี้ ศักดิ์พงค์ อัครจิตรานนท์ อายุ 58 ปี บอกว่า ตั้งใจมาดูงานครั้งนี้เพราะมาชมทุกปี สามารถใช้แนวคิดจากงานไปตกแต่งบ้านได้ดี

ส่วน เกษราภรณ์ มหกิตต์ไพศาล ผู้ชมงานวัย 49 ปี บอกว่า การจัดงานนี้ดีอยู่แล้ว เพราะเป็นช่วงของวันเฉลิมพระชนมพรรษา อีกอย่างเมืองเราเป็นประเทศเกษตรกรรมด้วย รู้สึกภูมิใจ เป็นบุญวาสนาของเราที่ได้มาอยู่ในงานนี้ บ้านเมืองเราหากขาดสวน มันจะดูแห้งแล้ง การมีสวนจึงแสดงถึงความร่มเย็นเป็นสุข ก่อนมางานนี้ตั้งใจจัดออฟฟิศแต่ไม่รู้จะจัดอย่างไร เมื่อมางานนี้ได้ไอเดียเยอะเลย

“เรามองเห็นความต้องการความกลมเกลียว ความสามัคคี การเดินตามรอยพ่อหลวงเป็นการให้ความรู้ ซึ่งมวลชนชาวไทยรักและซาบซึ้งในพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

คำถวายพระพรใดๆ คงไม่อาจสร้างความสุขได้เท่ากับความรัก ความสามัคคีของคนไทย

แสดงความคิดเห็น