ชมรมอีสาน มทร.ธัญบุรี ออกค่ายสืบศิลป์ถิ่นอีสาน

rmutt-017

นายนิคม ไวบรรเทา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังยาววิทยายน เล่าว่า ทางโรงเรียนเปิดสอนตั้งแต่อนุบาล-มัธยมตอนต้น มีนักเรียนทั้งหมด 333 คน คุณครู 19 คน สังกัดเขตพื้นที่เขต 3 จังหวัดมหาสารคาม โดยทางโรงเรียนขาดแคลนคุณครูสอนดนตรี โดยปัจจุบันจ้างคุณครูอัตราจ้างในการสอนดนตรี ทางโรงเรียนสนับสนุนให้นักเรียนในโรงเรียนเข้าชมรมดนตรีนาฎศิลป์ศิลปะอีสาน ซึ่งในชมรมมีเครื่องดนตรีโปงลาง แต่ขาดแคลนคุณครูในการสอนวงโปงลาง ถือว่าเป็นโอกาสดี ที่ทางชมรมอีสานราชมงคล มทร.ธัญบุรี ได้ออกค่ายในการให้ความรู้ดนตรีของทางอีสานแก่เยาวชน ทำให้ดนตรีทางภาคอีสานไม่สูญหายไปจากถิ่นอีสาน เกิดความหวงแหนในถิ่นเกิด ภาพรอยยิ้ม และเสียงปรบมือของชาวบ้านหมู่บ้านวังยาว อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม แห่ชมการแสดงศิลปะพื้นบ้านอีสาน ล้นโรงเรียนเรียนบ้านวังยางวิทยายน ปลื้มใจลูกหลานไม่ทิ้งความเป็นอีสาน ฝีมือการฝึกสอนโดยนักศึกษาชมรมอีสานราชมงคลธัญบุรี ทั้ง 18 ชีวิต ในการถ่ายทอดความเป็นศิลปะและดนตรีอีสาน ภายใต้การดูแลของอาจารย์โสฬล มงคลประเสริฐ อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมอีสานราชมงคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี

“ตาล” นางสาวพิชามรช์ สืบสิงห์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขานาฎศิลป์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ ประธานชมรมอีสานราชมงคล เล่าว่า “สืบศิลป์ถิ่นอีสาน” การออกค่ายของชมรมอีสานราชมงคล เป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกได้ออกค่ายที่จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นเวลา 7 วัน โดยกิจกรรมในการออกค่าย คือ การสอนดนตรีพื้นบ้านอีสาน ให้กับน้องๆ ในพื้นที่ สำหรับโรงเรียนบ้านวังยาววิทยายน มีเครื่องดนตรีโปงลางอยู่แล้ว สมาชิกในค่ายจึงสอนการเล่นเครื่องดนตรีโปงลาง และสอนในส่วนของฟ้อนรำ โดยส่วนตัวเป็นลูกชาวอีสาน อยากให้ลูกหลานชาวอีสาน ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและศิลปะอีสาน เพราะว่า เครื่องดนตรีของอีสานมีความผูกพัน และมีตำนานมาช้านาน ยกตัวอย่าง โปงลาง ใช้เคาะเรียกชาวบ้านมาประชุม ถ้าหายไปจากลูกหลานชาวอีสาน ซึ่งเป็นเยาวชนที่ควรอนุรักษ์ศิลปะแขนงนี้ไว้ “การปลูกฝังรากเหง้าวัฒนธรรมไทย เริ่มจากเยาวชนในท้องถิ่น”

“บิว” นายอรรถชัย อุคำ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขานาฎศิลป์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ เล่าว่า มีส่วนรับผิดชอบในการสอนน้องๆ รำ ประกอบจังหวะโปงลาง สอนรำบายศรีสู่ขวัญ ฟ้อนภูไทยสามเผ่า ฟ้อนนครจำปาศรี และเซิ้งบ้องไฟ เริ่มสอนตั้งแต่ 07.00 – 17.00 น. โดยน้องๆ ให้ความร่วมมือ มีความตั้งใจในการเรียน ประทับใจที่ได้ออกค่ายในครั้งนี้ นอกจากวิชาชีพที่ได้รับจากการออกไปสอนน้องๆ ในการเตรียมตัวเป็นคุณครูแล้ว ยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมดังเดิมของชาวบ้าน บ้านวังยาว ได้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีแห่กฐินของชาวบ้าน ซึ่งตนเอง รับหน้าที่เป็น “หมอรำแคน” งานกฐิน สร้างรอยยิ้มและเรียกเสียงปรบมือจากชาวบ้าน ซึ่งวัฒนธรรมไทยที่ดีๆ หรือแม้กระทั่งนาฎศิลป์ไทย ถ้าวันหนึ่งหายไปจากสังคมไทย สังคมไทยคงไม่น่าอยู่เหมือนเช่นทุกวันนี้

เช่นเดียวกับ “บอย” นายวีรพงศ์ สูงรัมย์ เพื่อนร่วมชั้นเรียนของบิว เล่าว่า คำชื่นชมที่ได้รับจากชาวบ้าน ทำให้ประทับใจมาก ตนเองเป็นลูกหลานชาวอีสาน ที่ต้องการให้ศิลปะพื้นบ้านอีสาน อยู่คู่กับอีสานตลอดไป ดนตรีและการละเล่นของอีสานมีเสน่ห์ เหมือนกับภาคอื่นๆ จรรโลงใจน้องๆ ไม่ให้หลงลืมในวัฒนธรรมของตนเอง ทุกวันนี้จะรับเอาวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามาแทน เอกลักษณ์ของลูกหลานชาวอีสานต้องอยู่กับสังคมอีสาน เครื่องดนตรีที่ถูกปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ได้รับการเรียนการสอน หรือแม้กระทั่งการแสดงชนิดอื่นที่ประกอบกับวงโปงลาง ถ้าไม่ได้รับการพัฒนา เชื่อว่าสักวันหนึ่งจะหายไปอย่างแน่นอน

“กลอฟ์” นางสาววนาลี วัฒนวิจารณ์ นักศึกศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาดุริยางค์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ เล่าว่า มีส่วนรับผิดชอบในส่วนของเครื่องดนตรีวงโปงลาง เริ่มต้นด้วยการให้น้องๆ เรียนรู้เรื่องของโน้ต 2 วัน จึงลงในส่วนของเพลง การต่อเพลง ดนตรีของแต่ละภาคมีเสน่ห์ที่แตกต่างกัน สำเนียงของดนตรีที่เสนาะหู จุดเด่นของโปงลาง อยู่ที่ แคน โปงลาง โหวด พิณ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นคนอีสาน แต่รักในดนตรีของแต่ละภาค ซึ่งตนเองเรียนรู้ดนตรีของแต่ละภาคมาตั้งแต่ มัธยมตอนต้น ร.ร.อำมาตย์พานิชนุกูล จังหวัดกระบี่ ผูกพันและรักในเสียงดนตรีมาตลอด ดีใจที่ได้ออกไปสอนน้องๆ ในครั้งนี้ ได้ฝึกสอนก่อนออกฝึกสอนจริงในเทอมหน้า ได้ใกล้ชิดกับชุมชนของชาวบ้านวังยาว ชาวบ้านน่ารัก และมีความเป็นกันเอง เหมือนตนเองเป็นลูกหลานอีสาน

“น้องโก๊ะ” เด็กชายมฤมิตร ลาบุญ นักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 5 ร.ร.บ้านวังยาววิทยายน เล่าว่า ส่วนตัวอยากเรียนกีตาร์ แต่ไม่มีเงินซื้อกีตาร์ เพราะว่า มีราคาแพง เมื่อรู้ข่าวว่ามีพี่ๆ เข้ามาสอนดนตรี เครื่องดนตรีที่เหมือนกีตาร์ ในวงโปงลาง คือ พิณ ใน 2-3 วัน แรก พี่ให้เรียนรู้เรื่องของตัวโน้ตก่อน รู้สึกว่ายาก แต่เมื่อผ่านไป 4 วัน เริ่มเข้าที เสียงของพิณก็เพาะ จึงชอบพิณมาก สนุกมากเมื่อได้เข้าวงกับเพื่อน ไม่คิดว่าตนเองจะเล่นได้ ขอบคุณพี่จากทางมหาวิทยาลัยฯ ที่มาสอน ทำให้เล่นพิณเป็น เสียงของพิณก็เพาะ เสนาะหู ตอนที่ขึ้นไปแสดงบนเวที มีความสุขมาก

“น้องไก่” เด็กหญิงมัลลิกา พลดร นักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 ร.ร.บ้านวังยาววิทยายน เล่าว่า ครั้งแรกที่ได้เรียนรำ อยากรำได้ ดูในทีวีสวย อยากยืนบนเวที ตอนเรียนแรกๆ อยากมาก แต่เมื่อพี่ๆ สอน เริ่มเข้าใจจังหวะและท่ารำ ขอบคุณพี่ๆ ที่มาสอนรำ อยากให้พวกพี่มาสอนอีก ทำให้รำได้ เวลามีงานแสดงที่โรงเรียน จะได้มีการแสดงให้กับแขกที่มาเยี่ยมชมโรงเรียนได้

ศิลปะและวัฒนธรรมดนตรีพื้นบ้านอีสาน เป็นสิ่งสร้างสรรค์จรรโลงโลก เป็นมรดกควรค่าแก่การสืบสานและรักษาต่อไป

ชลธิชา ศรีอุบล

กองประชาสัมพันธ์ 02-549-4994

แสดงความคิดเห็น