คอลัมน์ บันทึกนอกห้องเรียน: โรงเรียนชาย “วัยหนุ่ม” : โรงเรียนชาย แดน 4

rmutt-news-2013-09-30-01

3 กระบวนการสื่อการเรียนรู้เรื่องภัยพิบัติ : ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ห้องเรียนภัยพิบัติ และห้องเรียนการผลิตสื่อ

โครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพด้านคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้สาธารณภัย เกิดขึ้นมาจากฐานคิดที่มาที่ว่า ศูนย์การเรียนวัยหนุ่มกลางทัณฑสถานวัยหนุ่มกลางนั้นเป็นหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย (จังหวัดปทุมธานี) ซึ่งมีภารกิจควบคุมผู้ต้องขังที่อายุ 18-25 ปี เป็นเยาวชนที่จำเป็นต้องได้รับการศึกษาอบรมและพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพ รวมทั้งการอบรมขัดเกลาจิตใจ ให้เป็นผู้มีจิตสำนึกที่ดี สามารถช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา และพัฒนาสังคมชุมชนของตนเองให้ดีขึ้น และจากเหตุการณ์ประสบอุทกภัย ได้ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งด้านทรัพย์สินสิ่งของเป็นจำนวนมาก ดังนั้น การฝึกอาชีพและพัฒนาทักษะความรู้ให้กับเยาวชนผู้ต้องขัง ให้สอดคล้องและรองรับกับปัญหาของการประสบอุบัติภัยหรือภัยพิบัติอื่นที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตจึงเป็นแนวทางหนึ่งที่หลากหลาย เพื่อร่วมแก้ไขฟื้นฟูสภาพชุมชนและส่งผลให้เยาวชนตระหนักถึงปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีทักษะชีวิตที่ดี มีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจเกิดจขึ้นได้ในอนาคต ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลางซึ่งเป็นองค์กรที่มีภารกิจในการพัฒนาศักยภาพเยาวชนผู้ต้องขัง จึงมีแนวคิดในการจัดหลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์และเสริมสร้างการเรียนรู้ให้กับเยาวชนผู้ต้องขัง โดยบูรณาการหลักสูตรและกิจกรรมให้สอดคล้องกับประเด็นปัญหาเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหรือที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรที่มีทักษะวิชาชีพการซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์ การผลิตสื่อเชิงสร้างสรรค์ เป็นการสร้างเครือข่ายวิชาชีพรองรับการมีส่วนร่วมและช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์ภัยพิบัติ สามารถจัดตั้งเป็นศูนย์เฉพาะกิจซ่อมบำรุงเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ให้กับหน่วยงาน องค์กรภายในชุมชนท้องถิ่นด้วยจิตอาสาจากแรงงานด้านวิชาชีพของเยาวชนผู้ต้องขัง ส่งผลด้านการแก้ไขพฤตินิสัยให้ผู้ต้องขังเกิดความสำนึกที่ดี เห็นคุณค่าของตนเองที่มีโอกาสทำประโยชน์ให้กับสังคม และส่งเสริมการพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพให้กับผู้ต้องขังอีกทางหนึ่ง สอดคล้องกับนโยบายพัฒนาฝีมือแรงงานสายอาชีพ

โดยมีเป้าประสงค์ เพื่อพัฒนาทักษะวิชาชีพและเสริมสร้างการเรียนรู้แก่เยาวชนผู้ต้องขัง ภายใต้บริบทของสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาภายในชุมชน

กลุ่มเป้าหมาย และจำนวนผู้ได้รับประโยชน์

1.เยาวชนผู้ต้องขัง (ที่มีพื้นฐานความรู้การใช้คอมพิวเตอร์ หรือ ผ่านหลักสูตรอบรมคอมพิวเตอร์เบื้องต้น) จำนวน 40 คน เข้ารับการฝึกอบรมวิชาชีพด้านคอมพิวเตอร์

2.เยาวชนผู้ต้องขัง อายุ 18-25 ปี ได้รับการเสริมสร้างเรียนรู้และพัฒนาทักษะชีวิต เพื่อรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ระยะเวลาดำเนินโครงการ 15 มีนาคม 2555 – 15 กุมภาพันธ์ 2556

กิจกรรมหลักของโครงการ 3 กิจกรรม ประกอบด้วย

1.จัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมศักยภาพด้านการซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์

2.จัดกระบวรนการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมศักยภาพด้านการผลิตสื่อกราฟิกและมัลติมีเดียด้วยคอมพิวเตอร์ (สื่อรณรงค์ป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)

3.จัดกระบวนการเรียนรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

อุดม สุขทอง ผู้รับผิดชอบโครงการภัยพิบัติ “เราตั้งต้นสร้างการเรียนรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ มีวิทยากรมาให้ความรู้ในการประกอบถอดเครื่องคอมพิวเตอร์ และการซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์อย่างครบวงจรสอนทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ โดยสอนให้ความรู้พื้นฐานคอมพิวเตอร์ การถอด ซ่อม บำรุง ประกอบ และการลงโปรแกรม

จากการเรียนเรื่องคอมพิวเตอร์ เราก็จะมีห้องเรียนที่ให้ความรู้เรื่องภัยพิบัติและความรู้เรื่องสื่อประกอบไปด้วย โดยมี การเชิญวิทยากรจากภายนอกเข้ามาให้ความรู้ ซึ่งเราได้ทำงานเชื่อมโยงกับ สถาบันการศึกษาในพื้นที่อย่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีคลองหก

เราเชิญวิทยากรเข้ามาให้ความรู้เรื่องสื่อ แต่ตั้งความรู้พื้นฐานเรื่องสื่อ การใช้โปรแกรมในการผลิตสื่อ การตัดต่อ วิทยากรให้ความรู้จนเด็กๆ มีความรู้ความเข้าใจ จากนั้นจึงแบ่งกลุ่มกันไปผลิตสื่อที่สะท้อนเรื่องราวของทัณฑสถาน หลักสูตรทั้งหมด 70-80 ชั่วโมง เรียนเต็มวันตั้งแต่เวลา 09.30 ถึง 15.00 น.”

วันทนา เนืองอนันต์ “เรื่องสื่อนั้น เราพบว่า เด็กๆ เขาสนใจเรื่องสื่ออย่างมาก พอเรามาระดมความคิดกันก็พบว่า เขาสนใจเรียนเรื่องการถ่ายทำภาพยนตร์ ทำแอนิเมชัน พอมีความชัดเจนแล้ว เราจึงประสานกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก เรื่องวิทยากร ใช้เวลาประสานงานไม่เกินสองอาทิตย์ ทางมหาวิทยาลัยก็ประสานกลับมาและมีวิทยากรเข้ามาสอน

ในห้องเรียนการผลิตสื่อ เราก็มีการสมัคร มีการคัดเลือกเด็กที่สนใจ โดยต้องมีพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง และมีโทษที่เหมาะสมกับการอบรม คือ มีโทษเกิน 1 ปีขึ้นไป ในห้องเรียนนี้เด็กๆ จะได้รับความรู้ในการทำภาพยนตร์ ทำแอนิเมชัน วิทยากรจะสอนตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้น ขั้นตอนการลงมือทำต่างๆ ทั้งการถ่ายทอดสด การเขียนบท

เมื่อเรียนจนจบแล้ว ทั้งเราทั้งเด็กก็มานั่งคุยกันว่าจะใช้ความรู้ที่เรียนมานี้ทำสื่ออะไร เด็กก็สะท้อนว่าจะทำภาพยนตร์ก็คงไม่ได้เพราะสถานที่ไม่เอื้อต่อการถ่ายทำ เลยมาตกลงกันว่าเราจะทำแอนิเมชันจากห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ห้องเรียนสื่อ ห้องเรียนภัยพิบัติ เราก็เอาประสบการณ์เรื่องสถานการณ์น้ำท่วมมาเล่า แลกเปลี่ยนกัน ระดมความคิดเห็นมีการทำ mind map น้ำท่วม ก็ได้คำสำคัญคือ ก่อนท่วม ท่วมอยู่ ท่วมย้าย และหลังท่วม และจากคำสำคัญนี้เองก็นำมาทำบทภาพยนตร์ ในตอนนี้เองเราก็เริ่มดูว่าเด็กคนไหนพอจะมีทักษะในเรื่องอะไรบ้าง ใครมีทักษะในการใช้ภาษา ใครวาดภาพได้ ทำแอนิเมชันได้ ใครสามารถนำเพื่อนๆ ได้ และใครพอจะมาประสานทำหน้าที่เลขาคอยดูแลจัดการได้

โดยในกระบวนการเรียนรู้เช่นนี้ แน่นอนว่าย่อมต้องมีความขัดแย้ง ความไม่พอใจกันบ้าง แต่เราก็มีวิธีการในการจัดการความขัดแย้งโดยมีการจัดกิจกรรม ให้เกมให้เด็กๆ เลือกว่าเขาจะเป็นสัตว์ประเภทไหน เป็นหมี หนู อินทรีย์ หรือเหยี่ยว เครื่องมือนี้ก็ทำให้เขาเห็นความหลากหลายเห็นตัวตนของตัวเอง และเห็นเพื่อนหรือคนที่มีลักษณพเหมือนๆกัน รวมทั้งเห็นถึงการอยู่ร่วมกัน ซึ่งวิธีการเช่นนี้ก็เป็นหนึ่งในการลดความขัดแย้งของกลุ่มลง

เมื่อเราทำแอนิเมชันเริ่มต้นขึ้น เวลา 2 เดือนในการดำเนินการเราก็ปล่อยให้เด็กๆ มีอิสระทางความคิด ต้องรับผิดชอบตัวเอง เมื่อมีเรียนก็เข้าห้องเรียน หากใครไม่มีเรียนก็มานั่งทำงานตามบทบาทหน้าที่ของตัวเอง …แรกๆ เลย บทภาพยนตร์ของเด็กๆ เนื้อหาสาระฟุ้งมากซึ่งก็เป็นไปตามวัยของเขา เราก็ทำหน้าที่ที่ปรึกษา เอาบทมานั่งคุยกันแรกๆ เขาก็ไม่ยอมปรับแก้ เราก็ต้องคุยกันด้วยเหตุผล ซึ่งการตั้งวงคุยแลกเปลี่ยนกันนี้เป็นสิ่งที่เราทำมาตลอดในแดน 4

ระหว่างทางของกระบวนการ แน่นอนว่าจากเด็กที่คัดเลือกเข้ามาจำนวน 40 กว่าคน อาจลดน้อยลงเหลืออยู่ประมาณ 30 กว่าคนการหายไปของเด็กอาจเป็นเพราะความไม่ลงตัวในเรื่องความคิดเห็นเช่น เด็กอาจเสนอแนวคิดต่อเพื่อนไปแล้วไม่ได้รับการยอมรับ ทำให้หลายคนก็จะถอนตัวออกไป และเมื่อผลงานสำเร็จ เราก็มีการเผยแพร่เปิดทางเคเบิลทีวีของทัณฑสถาน ทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้งเด็กในแดนอื่นๆ ก็ได้รู้ไปด้วย และเรายังได้จัดส่งผลงานสื่อนี้ไปยังทัณฑสถานอื่นๆที่ประสบภัยด้วย”

สิรัฐภูมิ สินสมศักดิ์ “แม้ว่ากระบวนการทำงาน เป้าหมายของ สสค.จะมองเรื่องผลผลิต แต่กระบวนการของเราเริ่มตั้งแต่อบรมคอมพิวเตอร์ เรียนรู้เรื่องภัยพิบัติ และเรียนรู้เรื่องการผลิตสื่อ เป็น 3 ประบวนการใหญ่ๆ หลังจากนั้น เด็กต้องมาผลิตสื่อ ใน 3 กระบวนการก็จะมีทางเดินของตัวเอง ท้ายที่สุดในกระบวนการเราก็เรียนรู้ว่า คนที่เรียนทั้งหมดไม่ใช่ว่าจะทำได้ทุกคน เพราะเป็นเรื่องความชอบ ความถนัดไอเดีย และอุปกรณ์ พอเอามารวมกันกว่าจะเป็นชิ้นงาน เด็กเรียนรู้กระบวนการทำงานเป็นหัวใจหลัก

กระบวนการทำงานสอนให้เรายอมรับความแตกต่าง เพราะ ทุกคนมีอะไรที่ไม่เหมือนกัน ท้ายที่สุดต้องมีความอดทน อดทนต่อความยากลำบาก อดทนต่อเวลาที่ไม่เพียงพอ ต้องมีกระบวนการคิดและจินตนาการ โจทย์การทำแอนิเมชัน แรกเลยนั้นเราตั้งโจทย์ว่าจากเหตุการณ์น้ำท่วม เราจะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้ดี? จากโจทย์นี้เด็กๆ บอกว่าสิ่งที่อาจารย์พูดเขาไม่เคยเห็นเลย เด็กๆจึงแลกเปลี่ยนกันว่า เขาอยากจะเอาสิ่งที่เคยเห็นมาทำดีกว่า ควรเอาประสบการณืของเขามาเล่าเรื่องมากกว่า เมื่อปรับโจทย์แล้ว เด็กๆ ก็ไปทำงานกันตามบทบาทหน้าที่ มีการเรียกประชุมกันอยู่บ่อยครั้งในกระบวนการทำงาน เด็กจะเสนอไอเดียต่างๆ คนที่มีความคิดเห็นต่างก็สามารถออกความคิดเห็นได้ อาจารย์ก็จะเหมือนคนคอยตบ คอยกล่อม ทำหน้าที่ในการค่อยๆ ประคับประคอง จนงานเดินไปตลอดรอดฝั่ง”

โครงการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ : Media for all project

Mediaforall.project@gmail.com

http://www.chumchontai.com

อินทิรา วิทยสมบูรณ์

แสดงความคิดเห็น