คอลัมน์ พระมหากรุณาธิคุณ: เยาวชนไปดู…’เลี้ยงกบเงินล้าน’-‘เห็ดเงินแสน’ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องมือคือ’ไม่โลภ’

rmutt_news_2013-09-23_02

“เยาวชนจะได้เรียนรู้ทฤษฎีจากวิทยากร ได้ศึกษาทดลองกับปราชญ์ชาวบ้านที่ยึดหลักตามแนวพระราชดำริที่พระราชทานไว้ไปเป็นเครื่องมือดำเนินการแล้วประสบความสำเร็จ ที่เยาวชนต้องคำนึงถึงอย่างสำคัญคือความขยัน อดทน ไม่โลภ ต้องสามัคคีกัน แบ่งปัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันแล้วก็รู้จักอดออม ต้องมั่นในกตัญญู เป็นต้น นี่เป็นหัวใจของแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงคนใดที่เก็บเกี่ยวความรู้ประสบการณ์ครั้งนี้ได้มากย่อมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันในทางดีงามได้ แล้วจะประสบความสำเร็จมีความสุขอย่างแน่นอน แม้แต่ในการใช้กับการเรียนหนังสือ”เป็นคำกล่าวทิ้งของนายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ เลขาธิการ กปร. ที่เดินทางมาเป็นประธานเป็นขวัญกำลังใจแก่เยาวชน พร้อมๆ กับให้ศีลให้พรอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ ตลอดจนพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ มาเป็นสิริมงคลจงบันดาลดลให้เยาวชนทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมค่ายรู้งานสืบสานพระราชดำริครั้งนี้ประสบความสุขความเจริญ มีกำลังกายกำลังใจแข็งแกร่งน้อมนำแนวพระราชดำริไปปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินชีวิตให้ตัวเองและชาติบ้านเมืองตลอดจนช่วยเป็นกำลังสำคัญทำงานถวายต่างพระเนตรพระกรรณเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณสู่วงกว้างต่อไป

สำหรับ ผอ.ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน นายปัญญา เอี่ยมอ่อนบอกว่า ผลสำเร็จอันเกิดจากพระมหากรุณาธิคุณด้วยพระอัจฉริยภาพด้วยพระราชหฤทัยมุ่งมั่นทุ่มเทพระองค์เพื่อจะกำจัดทุกข์ให้หมดไปจากราษฎรของพระองค์นำสุขแบบพอเพียงมาแทนที่ นับแต่ปี 2522 ถึงวันนี้ได้เห็นผลสำเร็จจากพื้นที่แทบจะกล่าวได้ว่าตกทะเลทรายทำประโยชน์อะไรแทบไม่ได้เลย กลับกลายมาเป็นความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เฉพาะบนพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอย่างน้อยๆก็ราว 300 ไร่ ไม่นับรวมพื้นที่ของประชาชนรอบๆศูนย์ศึกษาฯ แผ่ขยายผลต่อเนื่องไปไม่รู้จบยังอำเภออื่น จังหวัดอื่นอย่างน้อยที่สุดก็ในภูมิภาคนี้

“ราษฎรล้วนกลับมามีวิถีชีวิตที่ดีงามด้วยขวัญกำลังใจอันเกิดจากการมีพื้นที่ทำประโยชน์ได้มีอาชีพได้ มีกินได้ มีเก็บได้ มีทำรายได้เข้าบ้านและชุมชนได้ มีแบ่งปันได้ ทำให้ความสุขแล่นเข้าสู่กายใจอันเกิดจากสำนึกดีงามนั่นเอง

ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ล้วนเป็นผลพวงมาจากการน้อมนำแบบอย่างอันเกิดจากพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานให้ตั้งแต่หัวใจ ให้เกิดมุ่งมั่นในความขยันหมั่นเพียร อดทน อดออมไม่โลภ มีเมตตากรุณาต่อกันทั้งในครอบครัวและชุมชน มีความกตัญญูรู้คุณ เกิดเป็นรูปธรรม ผลสำเร็จที่ประจักษ์อยู่ในศูนย์ ป่าไม้ แหล่งน้ำ ดินมีคุณ เกิดอาชีพต่างๆทั้งเกษตรทฤษฎีใหม่ ปศุสัตว์เป็ด ไก่ สัตว์น้ำ ครึ่งบกครึ่งน้ำ พืชผักนานาชนิดพัฒนาแหล่งน้ำหัวใจของสรรพสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงใช้ความขยัน อดทน ด้วยหลักการใช้ความรู้ความสามารถจากภูมิปัญญาไทยผสมผสานวิทยาการสมัยใหม่ จนเกิดผลสำเร็จได้อย่างสมบูรณ์แบบเรียงรายรอให้เกษตรกรประชาชนเข้าไปศึกษาเรียนรู้ หรือจะไปใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจก็เป็นประโยชน์ทั้งสิ้นที่เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณ” ผอ.ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ สรุป

เยาวชนที่เป็นนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ รวม 15 แห่ง จำนวนนักศึกษาชาย-หญิง90 คน มีมหาวิทยาลัยเจ้าพระยา มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาลัยโพธิวิชาลัย สระแก้ว มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยปทุมธานีมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย มหาวิทยาลัยศรีปทุมมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต มหาวิทยาลัยรังสิตมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เข้าค่าย”รู้งานสืบสานพระราชดำริ (RDPB) รุ่น 3 ครั้งที่ 4 “หนนี้นอกจากได้รับรู้ข้อมูลพื้นฐานที่จะเป็นการจุดประกายให้ได้รับรู้ถึงความห่วงใยของผู้ที่เราคนไทยทั้งประเทศต่างสำนึกเคารพศรัทธาว่าคือพ่อแม่ของแผ่นดิน คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถที่เกิดมาก็เห็นแล้ว ที่พอโตมาก็ได้ยินพ่อแม่คุณครูอาจารย์ในสถานศึกษาพูดให้ได้ยินเสมอว่าทรงทุ่มเทพระองค์มุ่งมั่นปูทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตดีงามไว้ให้ลูกหลานเหลนโหลน มิใช่เพียงแค่รุ่นปู่ย่าตายาย พ่อแม่ กระทั่งรุ่นนี้ที่กำลังเจริญเติบโตเป็นความดีงามของครอบครัว สังคมชาติบ้านเมืองต่อไปในฐานะผู้สืบสานความดีงามนำสู่ความสุขสงบ แต่ความดีที่เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณจะคงอยู่ให้ก่อประโยชน์สุขต่อไปไม่มีวันจบสิ้นทุกยุคสมัย

จากความรู้พื้นฐานเบื้องต้นเรื่องการดำเนินวิถีชีวิตอย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำริเยาวชนค่ายรู้งานสืบสานพระราชดำริ 90 คน จากหลากมหาวิทยาลัย ได้ไปสัมผัสของจริงกันแล้ว ไปลงมือฝึกฝนการดำเนินชีวิตจากปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอาพี่ๆ ที่สืบสานวิถีมาจากแนวพระราชดำริที่มีอยู่ให้ศึกษาเรียนรู้ทดลองภาคปฏิบัติ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรธรรมชาติเริ่มจากป่าไม้ที่ได้ไปเรียนรู้คือป่าสมุนไพร หรือที่แท้ก็คือป่าไม้หลากพันธุ์หลากชนิดที่เจริญงอกงามเป็นผืนใหญ่ตั้งแต่ไม้ยืนต้นไปจนถึงไม้ล้มลุก เป็นผืนป่าต้นแบบในพื้นที่หลายร้อยไร่ ณ ศูนย์ศึกษาฯ เขาหินซ้อนฯขยายวงกว้างไปยังพื้นที่รอบๆ และกว้างออกไปไม่มีขอบเขต จนแปรเปลี่ยนทะเลทรายให้กลายเป็นความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติกระทั่งในพื้นที่จำกัดอย่างบ้านช่องชุมชน ชาวบ้านสามารถเก็บงำผลประโยชน์เพื่อหล่อหลอมเลี้ยงชีวิตมีความสุขอย่างยั่งยืน เพียงแต่อย่าตั้งอยู่ในความโลภเท่านั้น

หลายต่อหลายจุด เยาวชนค่ายรู้งานสืบสานพระราชดำริได้สัมผัสด้วยการลงมือปฏิบัติจริง เห็นต้นใบชื่อเป็นประเภทยืนต้นหรือล้มลุกแล้วยังได้ร่วมกันปลูกด้วย ทำให้ได้รับรู้ถึงความสำคัญของคำว่าทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มขึ้นว่าต้นเมื่อเติบโตยืนต้น คือคุณูปการต่อเชื่อมไปสู่การสร้างความชุ่มชื้น จนก่อเกิดแหล่งสะสมสิ่งสำคัญต่อสรรพชีวิตคือน้ำ คือการเกิดอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ราบลุ่มที่เกื้อกูลอยู่กับความเจริญงอกงามของป่า ของชีวิตสัตว์ กระทั่งผู้คน เชื่อมให้เกิดดินมีคุณค่าอุดมสมบูรณ์เป็นบ่อเกิดของทรัพย์ในดินสินในน้ำในที่สุด

ยังอยู่ภายในศูนย์ศึกษาฯ เขาหินซ้อนฯ ไปสัมผัสของจริงด้วยการไปดูแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ คราวนี้ได้รู้กันแล้วว่าคำว่าเกษตรทฤษฎีใหม่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงคิดให้เกษตรกรไปปรับใช้ในฐานะเป็นอาชีพหลักที่จะทำให้ไม่ขาดทุน แต่เลี้ยงตัวเองครอบครัวและก็ชุมชนได้อย่างพออยู่พอกินเป็นอย่างไร ไม่ใช่เป็นรูปแบบตายตัว แต่ชี้ให้เห็นถึงการเกื้อกูล เกื้อตั้งแต่การดำรงชีวิตของผู้ทำเองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงชี้ให้เห็นถึงจุดหมายปลายทางสู่ความสำเร็จเน้นคำว่าสำเร็จที่แสดงผลออกมาชัดเป็นรูปธรรม คือความสุขทางสีหน้า แววตา คำพูด เริ่มจากน้ำ ชีวิตเกิดไม่ได้ถ้าไม่มีน้ำ คนไทยกินข้าวเป็นหลักก็แบ่งพื้นที่ปลูกข้าวไว้พอกินปีชนปี มีพันธุ์เก็บไว้ทำต่อเหลือแล้วค่อยขาย แบ่งพื้นที่ปลูกพืชผักไม้ผล ที่อยู่อาศัยเลี้ยงเป็ดไก่ หมู ในแหล่งน้ำเลี้ยงปลาปล่อยพืชน้ำนำไปสู่ผลผลิตที่ต้องกินต้องใช้อยู่ทุกวี่วัน รวมถึงจะเพิ่มมูลค่าอีกมหาศาลที่จะนำประโยชน์สู่ครัวเรือน ในชุมชน และส่งไปแบ่งปันยังชุมชนอื่นๆ ที่ขาดแคลน ให้ลองหลับตานึกดู มีงานทำทุกวันในบ้านไหม มีอาชีพหลักไหม มีกินไหม มีรายได้ไหมแล้วอย่างนี้ชีวิตไม่มีความสุขก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว

นี่คือผลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทรงตั้งพระราชปณิธานที่ทรงทุ่มเทพระองค์ปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างหนักก็เพื่อประโยชน์สุขแก่ปวงชนชาวไทยแท้จริง

เมื่อสัมผัสผลพวงในศูนย์ศึกษาฯ พอประมาณแล้ว เจ้าหน้าที่พานิสิตนักศึกษาไปสัมผัสผลที่บ้านเกษตรกรผู้น้อมนำความรู้ วิธีปฏิบัติหลักธรรมที่พระราชทานเป็นเครื่องมือนำไปสู่ความพอเพียง เริ่มที่บ้านเลี้ยงกบลุงสำเริง วงศ์สุรินทร์ ลุงอายุเกือบ 70 อยู่กันสองชีวิตกับภรรยาหรือสองตายาย ไม่มีลูก ทำมาหากินกันสองคนตั้งแต่อาชีพวิถีดั้งเดิม ดินย่านนั้นทำได้อย่างดีก็ปลูกมันสำปะหลัง ได้บ้าง ขาดทุนบ้างล้มลุกคลุกคลานมาตลอด ก็ไม่ท้อ ปลูกมันไม่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นก็ไปทำอาชีพอื่น ลุงบอกกับหลานๆว่าทำมาหลาย อย่างแต่ก็ยังคงตกอยู่ในสภาพที่เรียกว่า “จน”กระทั่งมาจับการเลี้ยงกบ พื้นที่ทั้งหมด 18 ไร่ นำมาปรับเป็นพื้นที่เลี้ยงกบ ก็ทำสองคนตายายนั่นแหละ เพียงไม่กี่ปีใครจะคิดว่าวันนี้สองตายายแห่งหมู่ 13 ตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคามฉะเชิงเทราจะขายกบได้ปีละ 1 ล้าน 4 แสนบาทโดยประมาณ

วันนี้ได้รับฉายา “เลี้ยงกบเงินล้าน” ทำให้เพื่อนบ้านในชุมชนหันมาเลี้ยงกบโดยผ่านการแนะนำจากลุงสำเริง ที่แนะนำว่าให้ไปตั้งต้นศึกษาเรียนรู้ ณ ศูนย์ศึกษาฯเพื่อสัมผัสหลักการตามแนวพระราชดำริที่พระราชทานไว้

ลุงสำเริงพูดเสียงดังฟังชัดอย่างยิ้มแย้ม แจ่มใส ราศีคนมีความสุข สื่อได้ถึงความไม่ขาดแคลนแล้ว เพราะมีทุกสิ่งอย่างในชีวิตแม้จะในบั้น ปลายก็ตาม บอกมีวันนี้เพราะไปได้หลักการดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงที่เลือกเอาความรู้การเลี้ยงกบมาทำอย่างตั้งใจ ลุงสำเริงเน้นให้นิสิตนักศึกษาฟังเลยว่าหลักคือต้องขยันอดทน อดออม ไม่โลภ มีเมตตากรุณา เอาใจใส่ไม่ใช้อบายมุขแก้ปัญหา ไม่ขี้เหนียวมีก็แบ่งปันลุงบอกเยาวชนว่าถึงมีพร้อมทุกอย่างในบ้านสบายไหม อย่าฝันเรื่องสบายเพราะต้องทำงานหนักทุกวัน เลี้ยงกบก็เป็นงานหนัก งานทุกอย่างถ้าทำมันหนักทั้งนั้น แต่จะหนักแบบไหน หนักกายหนักใจ ถ้าไม่ทำสิไม่หนักเลย นั่งนอนเฉยๆ สบายอาชีพการเรียนก็หนักไม่ใช่สบาย (ใช่ไหม…หันไปถาม) แต่ถ้าเราเอาแต่สบายผลตามมาล่ะหนักกว่าแบกหามอีกใช่ไหม แต่ผลที่ได้ทุกข์อย่างหนักเลยกับคำว่าไม่มีทุกอย่าง ยกเว้นไม่มีกิเลสนั่นสุขสุดยอดดังที่พระพุทธเจ้าท่านสอน ก็นี่แหละที่ในหลวงทรงนำเอามาเป็นหลักธรรมแห่งความพอเพียง สอนพวกเราว่าทำด้วยความสุข อย่าโลภ อย่าขี้เกียจ ก็จะประสบความสุข

เยาวชนไปต่อที่บ้านนายประสิทธิ์ เส็งมีกับศูนย์การเรียนรู้เพาะเห็ดครบวงจรตามแนวพระราชดำริ ท่านอายุเกินหกสิบเช่นกัน การเดินตามรอยแห่งพระราชดำริก็ก่อให้เกิดงาน อาชีพรายได้ปีละหลายแสน มิใช่เดินไปคนเดียวห้อยเอาชาวชุมชนพ่วงร้อยเป็นขบวนกันไปเลย ร่วมมีวิถีชีวิตดีงามมีความสุขไปพร้อมๆ กัน สัมผัสได้พอสมควร แล้วก็ไปต่อกันที่ชาวบ้านที่ทุ่มเทหัวใจปลูกพืชสมุนไพร วันนี้พืชดังกล่าวสนองตอบให้กลายเป็นอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้จนสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตดีขึ้น เกิดความสุขกายสุขใจอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างน้อยคือสุขกายใจอันเกิดจากความร่มรื่นจากทรัพยากรธรรมชาติที่เรียกว่าป่าสมุนไพรเยาวชนยังได้ไปลงมือทำสมุนไพรบรรจุแคปซูลที่เป็นอาชีพสร้างรายได้แบบพอเพียง ตามแนวพระราชดำริอีกทางหนึ่งของชาวบ้านอีกด้วย

มีอีกหลายจุดที่เยาวชนค่ายรู้งานสืบสานพระราชดำริ เรียนรู้และปฏิบัติด้วยมือตัวเอง แต่ละจุดแต่ละแห่ง สังเกตดูอาการนิสิตนักศึกษารู้สึกจะทึ่งกันทีเดียวกับอาชีพแต่ละอย่างที่ทุกอาชีพล้วนเกิดผลดีงามอย่างไม่น่าเป็นไปได้ เพียงเพราะยึดหลักเดียวกันดำเนินชีวิตคือแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง

บทสรุปที่ออกมา นักศึกษาทุกกลุ่มทุกมหาวิทยาลัยทำโครงการเข้าประกวดกัน และย้ำว่าประกวดที่โครงการเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่จะเอาไปขยายผลทำจริงๆ ที่มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างต้นแบบขยายผลแนวพระราชดำริแก่เพื่อนๆน้องๆ รุ่นต่อๆ ไป เพื่อกระตุ้นให้เกิดความคิดที่จะใช้ดำเนินชีวิต เพื่ออนาคตที่ดีงามต่อไป

เสกสรร สิทธาคม seksan2493@yahoo.com

 

แสดงความคิดเห็น