“เพชรราชมงคลธัญบุรี”ตะลุยแดนไต้หวัน เติมวิสัยทัศน์”อินเตอร์”

rmutt_news_2013-09-23_17

“ไต้หวัน” ประเทศเล็กๆ ที่มีการพัฒนาที่ก้าวหน้า ทั้งยังโดดเด่นในด้านเทคโนโลยี ขณะที่ประวัติศาสตร์ความเป็นมาก็น่าสนใจ

จึงเป็นพื้นที่เป้าหมายที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ธัญบุรี นำโดย ดร.วิสิทธิ์ ล้อธรรมจักร ผู้ช่วยอธิการบดี ดร.ไพบูลย์ ใสยาวงศ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะบริหารธุรกิจ รวมทั้ง ผศ.สมพงษ์ อังศุภโชติ ผอ.กองพัฒนานักศึกษา ได้นำนักศึกษาแกนนำด้านกิจกรรม รวมถึงกลุ่มไอคิวเฉียบทางวิชาการและภาษาต่างประเทศ ซึ่งผ่านการเจียระไนคัดเลือกให้เป็น “เพชร” จำนวน 37 ชีวิต ลัดฟ้าไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ภายใต้ โครงการเปิดโลกทัศน์นักศึกษา “เพชรราชมงคลธัญบุรี” สู่สังคมยุคใหม่

เรียกว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาเรียนรู้นอกตำราที่บรรดา “เพชร” แต่ละเม็ดได้มีโอกาสเรียนรู้แง่มุม การจัดการศึกษาที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งชาติไทเป และมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไต้หวัน ทั้งยังได้ร่วมกิจกรรมกับนักศึกษาไต้หวัน นอกจากนี้ ยังได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวไต้หวัน รวมถึงเพิ่มอรรถรสกับการเรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ

“ยายรหัส” ได้มีโอกาสร่วมกับคณะไปร่วมเรียนรู้ถึงแดนไกลไทเปด้วย เรียกว่าทั้ง ฟิน กับความรู้ ที่ได้รับและประทับใจกับสิ่งแปลกใหม่ที่ได้เห็น และเชื่อว่าน้องๆ ก็คงเอ็นจอยใช่ย่อย แต่จะ แซ่บเว่อร์จุงเบย ขนาดไหนต้องขอไปเปิดวง เม้าท์มอย กันซะหน่อย

เริ่มที่สาวใสอินดี้ “แพ๊ตตี้” ณัฏฐ์นิดา ปิติมล ปี 4 คณะบริหารธุรกิจ โครงการภาษาอังกฤษ บอกว่า “การเดินทางไปในสถานที่ใหม่ๆ ทำให้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรม วิถีชีวิต รวมไปถึงเรียนรู้การปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่ใหม่ๆ และความคิดที่หลากหลาย ซึ่งสิ่งที่แพ๊ตตี้ประทับใจในไต้หวันคือการวางผังเมืองที่แม้จะเป็นเพียงเกาะเล็กๆ แต่มีความใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะคุณค่าของน้ำที่มีการนำมาหมุนเวียนใช้อย่างคุ้มค่า สิ่งสำคัญคือการรู้เข้าใจและใช้สิทธิของตนเองอย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่อยากให้คนไทยได้รู้สิทธิและใช้อย่างเหมาะ สมเช่นกัน”

ส่วนว่าที่คุณครู มีนกาญจน์ แจ่มพงษ์ “รีน” ปี 5 คณะครุศาสตร์ เล่าความรู้สึกว่า “ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ประเทศไทยไม่มี ทั้งระบบการทำงาน วิถีชีวิต รวมถึงได้เห็นถึงความใส่ใจของภาครัฐบาลและเอกชนต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะระบบการศึกษาของไต้หวัน ซึ่งมีการปลูกฝังเรื่องวินัยผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ ที่เขาให้ความสำคัญกับเด็กมาก รวมถึงการให้เด็กได้เลือกเรียนตามความถนัดความสนใจ รวมถึงการส่งเสริมให้เรียนต่อในระดับสูง สิ่งเหล่านี้เป็นการเรียนรู้ที่ไม่ได้เกิดเฉพาะในห้องเรียน แต่เกิดขึ้นทุกที่โดยเฉพาะนอกห้องเรียนที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง”

ขณะที่ ณัฐพล พัฒนเลี่ยมไพบูลย์ “เอ็ม” บัณฑิตหมาดๆ จากคณะบริหารธุรกิจ บอกว่า “ได้มองโลกในมุมมองที่กว้างขึ้น ทั้งศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน สถาปัตยกรรม รวมถึงการได้ใช้ภาษาสื่อสารกับผู้คน สิ่งที่ผมประทับใจคนไต้หวันคือความมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และอยากให้มหาวิทยาลัยต่อยอดโครงการดีๆ เช่นนี้ไปต่อเนื่อง เพื่อให้โอกาสน้องๆ นักศึกษาได้เรียนรู้โลกกว้างมากขึ้น นำสิ่งดีๆ กลับพัฒนาตนเอง มหาวิทยาลัย และพัฒนาชาติมากขึ้น”

ด้านสาวศิลปกรรมศาสตร์ปี 4 วนิดา วัฒนวิจารณ์ “กิ๊ฟ” กล่าวถึงโครงการนี้ว่า “เป็นโครงการที่ดีที่มหาวิทยาลัยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เปิดโลกทัศน์มุมมองที่กว้างขึ้น เห็นได้ว่าส่วนใหญ่นักศึกษาที่เก่งวิชาการ ภาษามักจะมีโอกาสไปต่างประเทศมากกว่า แต่ มทร.ธัญบุรีได้เปิดกว้างให้นักศึกษากิจกรรมได้มาเรียนรู้ต่างประเทศด้วย ซึ่งกิ๊ฟเองถือว่าเป็นการเดินทางมาต่างประเทศครั้งแรก จึงประทับใจและดีใจอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาส ซึ่งการที่เราได้ไปเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต หรือแม้แต่สถานที่ท่องเที่ยว นักศึกษาสาขาวิชาต่างๆ ก็จะเก็บเกี่ยวสิ่งที่เรียนรู้กลับมาพัฒนาตนเองและมหาวิทยาลัย ให้ดียิ่งขึ้น”

ปิดท้ายกันที่หนุ่มกิจกรรมตัวยง ธรรมนูญ ทองอ่อน “ตาหนึ่ง” คณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 3 เม้าท์อย่างออกรสว่า “ได้เรียนรู้มุมมองแนวคิดการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยในไต้หวัน การใช้ชีวิตของผู้คน และสภาพแวดล้อมการวางผังเมืองให้สอดรับกับประเทศที่เป็นเกาะ ผมมองว่าวิศวกรไต้หวันพัฒนามากกว่าบ้านเรา ตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมและคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดในอนาคต ขณะที่บ้านเราแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยไม่มีการวางแผน สำหรับโครงการนี้เป็นการเพิ่มโอกาสให้กับนักศึกษา ซึ่งผมมองว่าการที่ผมมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยไม่ใช่แค่เรียนจบแล้วเดินออกไป แต่ผมต้องทำอะไรให้กับมหาวิทยาลัยผ่านกิจกรรมต่างๆ ผมอาจจะเป็น แค่มดตัวเล็กๆ ที่ช่วยขนน้ำตาล ซึ่งมหาวิทยาลัยก็ขาดมดไม่ได้ มหาวิทยาลัยจะมีแต่คนที่หยิบน้ำตาลออกไปไม่ได้ แต่ต้องมีมดที่เป็นนักกิจกรรมคอยเติมความหวาน คือมี ทั้งคนเก่งวิชาการและนัก กิจกรรมที่เหมือนน้ำคนละครึ่งแก้วมาผสมจนเต็มแก้วที่มีคุณภาพเพื่อช่วยกันขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย”

“ยายรหัส” เชื่อมั่นว่า วิชาความรู้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ครูบาอาจารย์สามารถหยิบยื่นให้ แต่กิจกรรมประสบการณ์นอกรั้วมหาวิทยาลัยเป็นอีกสิ่งสำคัญซึ่งอยู่ที่ตัวนักศึกษาว่าจะกอบโกยเติมเต็มปัญญาได้ขนาดไหน

เพื่อสร้างมูลค่าให้กับความเป็น “เพชร” ที่มีคุณภาพ.

 

แสดงความคิดเห็น