แกนนำ “วัยจี๊ด” เปิดใจเมื่อยูนิฟอร์มถูกท้าทาย สิทธิ…บน “กฎกติกา”

rmutt_news_2013-09-16_14

หลังนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กลุ่มหนึ่ง จัดทำภาพโพสต์เตอร์ภาพ ชายหญิงในชุดนักศึกษาแสดงท่าทางส่องให้เห็นการมีเพศสัมพันธ์เพื่อต่อต้านระเบียบการแต่งเครื่องแบบนักศึกษาเข้าห้องเรียนจนเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ และลุกลามกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกแวดวงในสังคมต้องพูดถึง

“นิสิตา” ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์เพราะบ่องตงว่าเห็นแล้วทุเรศลูกกะตา แต่ขอยกพื้นที่นี้ให้ผู้นำนิสิต นักศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัยได้เป็นตัวแทนถ่ายทอดความคิดเห็นกับเรื่องเครื่องแบบนักศึกษาที่กำลังถูกท้าทายให้”โละทิ้ง” จากในอดีตที่เคยเป็น”ยูนิฟอร์ม” แห่งความภาคภูมิใจ

เริ่มจากแก๊ต…ปิตลักษณ์ สุวรรณะดิษฐกุล นายกองค์การบริการสโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ เปิดประเด็นว่า”นิสิตจุฬาฯแทบจะทุกคนก็ว่าได้มีความภาคภูมิใจกับเครื่องแบบนิสิต และหลายคณะก็มีความเข้มงวดกับการแต่งเครื่องแบบเข้าเรียน มีการหักคะแนนและมีผลต่อเกียรตินิยม แต่นิสิตก็ยอมรับกฎ กติกาของมหาวิทยาลัย ที่ผ่านมาจุฬาฯก็เคยหยิบยกเรื่องการแต่งหรือไม่แต่งเครื่องแบบนิสิตขึ้นมาพูดคุย และได้มีการจัดทำโพลสำรวจความคิดเห็น แต่สุดท้ายนิสิตส่วนใหญ่ก็ลงความเห็นที่จะแต่งเครื่องแบบนิสิตต่อไป ซึ่งผมมองว่าคนเรามีความเห็นที่แตกต่างกันได้ การออกมาคัดค้านหรือเรียกร้องเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพแต่สุดท้ายเมื่อเสียงส่วนใหญ่ออกมาเป็นอย่างไร ก็ต้องยอมรับกฎกติกาของสังคม ผมนึกภาพที่จุฬาฯไม่แต่งเครื่องแบบนิสิตไม่ออก เพราะเรายังคงภาคภูมิใจกับเครื่องแบบนิสิตจุฬาอยู่”

เสือ…กิตติศักดิ์ วันงาม นายกองค์การนิสิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะสังคมศาสตร์ บอกด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า”ผมเรียนครูจบออกไปเพื่อไปเป็นครู จึงเห็นว่าการสวมเครื่องแบบนิสิตยังเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญ เพราะเป็นการให้เกียรติสถาบันการศึกษา อีกทั้งเครื่องแบบก็เป็นชุดกลางๆที่ทำให้นิสิตซึ่งมีความหลากหลาย ไม่ว่าฐานะอย่างไร มีความไม่แตกต่างกันมาก เป็นเครื่องแบบที่ทำให้เรารู้ว่าคนนี้เป็นนิสิต นักศึกษาสถาบันไหน ผมคิดว่าเรื่องระเบียบวินัยยังมีความจำเป็นในสังคม แม้ใครจะว่าผมเป็นคนหัวโบราณ แต่ผมคิดว่าการเข้าชั้นเรียน เราต้องเคารพสถานที่ เคารพอาจารย์ผู้สอน การแต่งกายด้วยเครื่องแบบที่ถูกต้องนับเป็นความภาคภูมิใจที่เราควรมี และถือเป็นการทำถูกกาลเทศะ หากวันไหนไม่มีเรียน หรือต้องทำกิจกรรมจะใส่ชุดอะไรมาก็ได้ แต่ก็ย้ำว่าต้องให้เกียรติสถานที่และถูกกาลเทศะ”

ตามมาด้วย เมย์เจอร์…กนกวรรณ ตันสาร นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาการตลาด คณะบริหารธุรกิจในฐานะ นายกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี บอกว่า “นโยบายและวิสัยทัศน์ ของแต่ละมหาวิทยาลัยไม่เหมือนกันและการออกมาเรียกร้องสิทธิในเรื่องการแต่งเครื่องแบบนักศึกษาเป็นเรื่องของความคิดเห็นที่แต่ละคนย่อมมีความต่างกัน ซึ่งส่วนตัวมองว่าการให้แต่งเครื่องแบบเป็นการสร้างวินัยให้กับนักศึกษา ซึ่งจะติดตัวออกไปเมื่อเข้าสู่การทำงาน เมย์เจอร์และเพื่อนๆในมหาวิทยาลัยเรามีความภาคภูมิใจ ในเครื่องแบบนักศึกษาของมทร.ธัญบุรี เพราะเป็นเครื่องแบบที่ทุกคนแต่งมาเรียนทุกวัน และเครื่องแบบนักศึกษาก็ไม่ได้มีแค่เสื้อ กระโปรง กางเกง และเข็มขัดเท่านั้น แต่ยังมีเข็มตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานพระราชลัญจกรและพระมหาพิชัยมงกุฎ ซึ่งเป็นเครื่องหมายประจำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องหมายของสถาบัน เมื่อสวมใส่จะรู้สึกภาคภูมิใจกับสถาบันแห่งนี้”

ฟังมหาวิทยาลัยของรัฐพูดมาเยอะแล้ว ลองมาฟังจากรั้วอุดมศึกษาเอกชนกันบ้าง บิ๊ก…จีรวุฒิ ดำรงชีพ นายกสโมสรศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ ให้ความเห็นว่า “การสวมชุดนักศึกษาไม่ใช่เรื่องไร้สาระ ไร้เหตุผล แต่ชุดนักศึกษาเป็นเรื่องของความหมายที่บ่งบอกถึงบทบาทหน้าที่ของผู้สวมใส่ว่ามีหน้าที่ศึกษาหาความรู้และต้องไม่ทำอะไรเสื่อมเสีย ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยเพราะมีตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยอยู่ที่เนกไท เวลาไปไหนมาไหนก็จะพยายามคำนึงถึงสิ่งที่แบกอยู่คือชื่อเสียงภาพลักษณ์ของสถาบัน ในฐานะนายกสโมฯผมเคยพูดคุยเรื่องการแต่งเครื่องแบบนักศึกษายังไม่เคยเจอนักศึกษา ม.กรุงเทพที่มีความรู้สึกอึดอัดกับเครื่องแบบนักศึกษาเลย ทางมหาวิทยาลัยเปิดกว้างเรื่องการแต่งกายไม่บังคับทุกเวลาว่าต้องใส่ชุดนักศึกษาเพียงแต่บางวิชาหรือเวลาเข้าสอบที่บังคับให้ใส่ ซึ่งทุกคนก็ยอมรับในกฏกติกาของสังคม นักศึกษาส่วนใหญ่ถ้าไม่ใส่ชุดนักศึกษามาเรียนก็จะใส่เสื้อโลโก้ของมหาวิทยาลัยเมื่อเดินทางมาเรียนหรือทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัย สำหรับผมไม่มีคำถามนะว่าทำไมเราถึงต้องใส่ชุดนักศึกษา เพราะมันเป็นเครื่องแบบที่เข้าใจได้ว่าให้ใส้เพราะอยากให้เราคำนึงถึงบทบาทหน้าที่ของตัวเองและก็มีเวลาเพียงไม่กี่ปีที่จะได้สวมใส่เพราะเราย้อนเวลาไม่ได้แล้ว”

ฟังตัวแทนนิสิต นักศึกษาให้ความคิดเห็นแล้ว”นิสิตา” คงไม่ต้องพูดอะไรมาก นอกจากจะทิ้งท้ายไว้นิดเดียวว่าการแสดงออกเป็นสิทธิเสรีภาพ แต่เมื่ออยู่ในสังคมก็ต้องคำนึงถึงกฎ กติกา มารยาท

หากวัยจี๊ดเข้าใจ”กฎมีไว้แหก ระเบียบมีไว้ฝืน” อนาคตของชาติคงแขวนไว้บนเส้นด้าย

 

แสดงความคิดเห็น