อธิการบดีมทรธัญบุรีลั่น.. พร้อมสู่มหา’ลัย แนวหน้า(จบ)

rmutt_news_2013-09-09_03

ผ่านไปแล้วสองตอนกับบทสนทนาของ “รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ”อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีคนใหม่ โดยที่ผ่านมาได้พูดถึงเรื่องของแผนการดำเนินงานระยะสั้นที่ต้องสานต่อนโยบายอธิการบดีคนเก่า ประเดิมในเรื่องของการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติในสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงบัณฑิตที่จบออกไปต้องทำงานได้ และจะมีการพัฒนาสาขาวิชาที่เปิดการเรียนการสอนให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานและตลาดอาเซียน

นอกจากนี้ยังจะทำให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความสุข นักศึกษาจะมีความสุขและใช้เวลาในมหาวิทยาลัยมากขึ้น ทั้งนี้ จะทำห้อง Discuss Room เพื่อเป็นห้องไว้ให้เด็กใช้ประชุมหรืออภิปรายงานวิชาการกันและให้มีอาจารย์ที่ปรึกษา 1 คนต่อนักศึกษา30 คน เพื่อคอยให้คำปรึกษาทุกด้าน รวมถึงจัดทำสมุดความดีไว้คอยให้เด็กจดกิจกรรมที่ทำระหว่างที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีการพัฒนาอาจารย์และบุคลากรมหาวิทยาลัย และที่สำคัญยังจะมุ่งเน้นการบริหารการจัดการที่เป็นธรรมาภิบาล โดยจะให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเป็นกลไกในการทำงานร่วมกับอาจารย์ทุกคณะ

“รศ.ดร.ประเสริฐ” กล่าวต่อไปว่า”เราจะมีการปรับปรุงมหาวิทยาลัย 3 อย่างคือ 1.ห้องเรียนในอาคารจะต้องถูกพัฒนายกระดับขึ้น โดยทุกคณะจะต้องมีความพร้อมทางด้านสื่อการเรียนการสอนครบถ้วน เช่น โปรเจ็กเตอร์ เครื่องเสียง เป็นต้น2.ทุกสาขาวิชาต้องมีแล็บพื้นฐานเพราะเราเป็นมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3.เราต้องมีการพัฒนาสภาพแวดล้อมภายนอกให้เอื้อต่อการเรียนรู้เด็ก โดยจะจัดให้มีโต๊ะเก้าอี้ไว้ให้นักศึกษาได้นั่งทำงานหรือพูดคุยกันได้”

“เราอยากจะเห็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีเป็นที่หนึ่งของมทร.ทั้ง9 แห่ง พร้อมกับอยู่อันดับไม่เกิน 3 ของมหาวิทยาลัยที่เป็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงอยากจะเห็นมทร.ธัญบุรีอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยโลกไม่เกินอันดับ1,500 และสุดท้ายก็อยากให้มทร.ธัญบุรีอยู่ในการประเมิน สมศ.ในงานวิจัยและตีพิมพ์เกณฑ์ดีมาก”

“รศ.ดร.ประเสริฐ” กล่าวถึงแผนรับมือ AEC ว่า “ผมต้องขอบคุณอธิการบดีคนเก่าที่ได้ปูพื้นฐานของความร่วมมือกับต่างประเทศไว้จำนวนมาก โดยเรามีการเซ็น MOU กับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 120 แห่ง เป็น MOU ที่สามารถเดินต่อหรือมีความสัมพันธ์ทางวิชาการประมาณ 50-60 แห่ง ซึ่งจากนี้เราต้องทำ MOU ไปสู่การปฏิบัติ เช่น การให้อาจารย์ทำวิจัยร่วมกัน การแลกเปลี่ยนอาจารย์ การแลกเปลี่ยนนักศึกษา รวมถึงการนำนักศึกษาส่วนหนึ่งไปทำงานในสถานประกอบการต่างประเทศ และแลกเปลี่ยนการเรียนการสอนกัน โดยนักศึกษาสามารถนำหน่วยกิตมาโอนได้”

“เราจะขยายฐานเรื่องของการฝึกงานของนักศึกษากับสถานประกอบการต่างประเทศจากเดิมปีหนึ่งมีนักศึกษาฝึกงานต่างประเทศไม่เกิน 100 คน ต้องเพิ่มให้ได้ปีละ 300 คนขึ้นไป รวมถึงขยายฐานการทำวิจัยของอาจารย์ร่วมกับมหาวิทยาลัยและภาคเอกชนในต่างประเทศโดยเฉพาะอาเซียนมากขึ้นจากเดิมปีละ 5-10 คนต้องเพิ่มเป็นปีละ 50 คน หรือ 100 คน”

“นอกจากนี้เราจะให้ทุกคณะมีหลักสูตรนานาชาติอย่างน้อย 1 หลักสูตร จนครบ 10 หลักสูตร พร้อมกับยกระดับหลักสูตรนานาชาติที่เป็นระดับปริญญาตรีให้เป็นปริญญาโทและปริญญาเอก ซึ่งเมื่อเปิดเออีซีทางมหาวิทยาลัยก็จะมีช่องทางการเรียนการสอนหลักสูตรนานาชาติครบทั้งปริญญาตรี โท และเอกเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เข้ามาเรียนได้ ”

อธิการบดีมทร.ธัญบุรี ได้กล่าวถึงการเปิดหลักสูตรต่อเนื่องว่า “เมื่อก่อนเราเข้าใจผิดว่าทาง สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาไม่ให้มหาวิทยาลัยเปิดในระดับปริญญาตรีต่อเนื่อง 2 ปี ที่รับเด็กจบปวส.มาเรียนต่อปริญญาตรี ซึ่งทำให้เราปิดหลักสูตรต่อเนื่องมาทำหลักสูตรปริญญาตรี4 ปี ที่รับนักเรียนที่จบม. 6 ดังนั้นเราคาดว่าจะเปิดหลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี ในบางสาขาวิชาขึ้น เช่น สาขาวิศวกรรม”

ทั้งนี้ “รศ.ดร.ประเสริฐ” ได้กล่าวถึงสิ่งที่กังวลว่า “ผมมีสิ่งที่กังวลอยู่ 3 เรื่องคือ 1.ทำอย่างไรให้อาจารย์มือเปื้อน กล่าวคือ อาจารย์ต้องเข้าใจในระบบอุตสาหกรรมมากขึ้น 2.ทำอย่างไรให้งานวิจัยของอาจารย์เกิดประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมหรือ ภาคอุตสาหกรรมสามารถนำไปใช้งานได้ นั่นก็คือ อาจารย์จะต้องทำงานเป็นงานวิจัยของอาจารย์ต้องตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม และ 3.อยากจะเห็นบัณฑิตจบไปแล้วเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานอาเซียน ซึ่งมหาวิทยาลัยต้องมีกระบวนการเรียนการสอนใหม่ นอกเหนือจากวิชาการและภาษาแล้ว เด็กจะต้องมีสังคมในอาเซียนมากขึ้นนักศึกษากับครูต้องรู้จักวัฒนธรรมของประเทศในอาเซียน ซึ่งต้องผสมผสานในวัฒนธรรมที่ต่างกันได้”

เป็นอย่างไรบ้างกับบทสนทนาของ”รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ” คงจะเห็นภาพของ มทร.ธัญบุรีต่อจากนี้ไปแล้วว่าจะมีทิศทางใด อย่างไรก็ตาม หากน้องๆสนใจอยากจะเรียนต่อก็สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2549-4990-2 หรือ www.rmutt.ac.th

แสดงความคิดเห็น