อธิการฯมทร.ธัญบุรีคนใหม่เผยแผนพัฒนามหาวิทยาลัย (1)

rmutt_news-1

ทีมข่าวการศึกษาสยามธุรกิจได้ข่าวมาจากทีมประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีเกี่ยวกับทางมหาวิทยาลัยได้มีการสรรหาอธิการบดีคนใหม่และได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นผู้ที่รู้จักดีนั่นก็คือ”รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ” ทางทีมงานฯ ก็ไม่รอช้ายกหูโทรศัพท์ไปเพื่อขอนัดหมายสัมภาษณ์ทันที ซึ่งก็ได้รับการตอบรับ

เมื่อวันเวลาที่นัดไว้มาถึงทางทีมงานก็ได้เดินทางไปถึง ณ ห้องรับรอง ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มทร.ธัญบุรี ซึ่งเป็นคณะที่ท่านดำรงตำแหน่งคณบดีอยู่ก่อนที่จะมารับตำแหน่งอธิการบดี มทร.ธัญบุรีซึ่งทางทีมงานฯ ตื่นเต้นมากที่จะได้พบและพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับอธิการบดีคนใหม่แกะกล่อง นั่งรออยู่ไม่นาน”รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ” ก็เปิดประตูเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับหน้าตาที่ยิ้มแย้มอิ่มเอิบไปด้วยราศี พร้อมกับกล่าวทักทายทีมงานฯ โดยไม่ทันตั้งตัวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและไพเราะ

การสนทนาเริ่มขึ้นหลังจากอธิการบดีนั่งพักหายเหนื่อยแล้ว โดย “รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ” ได้เริ่มเล่าให้ฟังว่า”แผนนโยบายของตนนั้น ต้องใช้คำว่าสานงานต่อจาก รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีคนเก่า ซึ่งในนโยบายหลักคือจะผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติในสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วก็จะทำให้บัณฑิตของเราทำงานได้ นอกจากนี้ก็จะพัฒนาสาขาที่จะเปิดการเรียนการสอนสาขาที่ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานและอาเซียน และต้องให้นักศึกษาเก่งเรื่องของภาษา”

“การขับเคลื่อนของมทร.ธัญบุรีต่อจากนี้ไปอีก 4 ปี ก็จะเริ่มจากการพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านซึ่งอาจารย์ต้องผ่านการฝึกงานจากสถานประกอบการ โดยการฝึกงานของอาจารย์จะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับที่ 1 ให้อาจารย์เข้าไปฝึกงานในสถานประกอบ2-3 อาทิตย์ แล้วกลับมาสอนหนังสือ,ระดับที่ 2 อาจารย์เข้าไปฝังตัวในภาคอุตสาหกรรมในต่างประเทศหรืออาเซียนเป็นเวลา 1 เดือน และระดับที่ 3 ให้อาจารย์พักการเรียนการสอนเป็นเวลา 6 เดือนหรือ 1 ปี เพื่อทำผลงานวิชาการ หรือไปฝึกงานในภาคอุตสาหกรรมเพื่อนำความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ที่ได้ในการไปฝึกงานในสถานประกอบการมาสอนให้กับนักศึกษา นอกจากนี้เราจะมุ่งเน้นผู้มีความรู้จากสถานประกอบการมาเป็นครู กล่าวคือเราจะขอปรับเปลี่ยนระเบียบการจ้างหรือเทียบโอน ประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรมมาเป็นครูเพื่อให้มีประสบการณ์มาสอนเด็ก ซึ่งจะทำให้เด็กได้เข้าใจและเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติ”

“เราจะมุ่งเน้นงานวิจัยของครูเฉพาะทางหรือเชิงลึกที่จะตอบโจทย์ปัญหาของภาคอุตสาหกรรม แล้วงานวิจัยต่อจากนี้ไปของครูต้องนำปัญหาของภาคอุตสาหกรรมมาทำงานวิจัย และต้องต่อยอดไปในเชิงพาณิชย์ได้ด้วย นั่นก็คืองานวิจัยของครูต้องนำไปใช้งานจริงได้ รวมถึงโปรเจกต์นักศึกษาต้องนำมาจากปัญหาของภาคอุตสาหกรรมด้วย ซึ่งจากการที่อาจารย์ไปฝังตัวในภาคอุตสาหกรรมก็จะเจอปัญหาต่างๆ แล้วนำปัญหานั้นๆ มาให้นักศึกษาทำเป็นโปรเจกต์ย่อยๆ และเมื่อมารวมก็จะเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหญ่ที่สามารถใช้งานในภาคอุตสาหกรรมได้ ทั้งนี้ โปรเจกต์ของนักศึกษาต่อนี้ไปจะไม่ใช่โปรเจกต์ทางเดียว แต่จะนำหลายๆ ศาสตร์มารวมเป็นโปรเจกต์”

“รศ.ดร.ประเสริฐ” กล่าวต่อไปอีกว่า”เราจะมุ่งพัฒนาเด็กไม่ให้เก่งเฉพาะทางวิชาการแต่เรามุ่งพัฒนาเด็กด้านทักษะพูดง่ายๆ ว่า นอกจากบัณฑิตเราจะมีงาน

วิชาการและเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติแล้วเราจะฝึกอบรมให้เด็กของเรามีความรับผิดชอบ เป็นคนตรงต่อเวลา เป็นคนสู้งานมีความคิดเอื้อเฟื้อต่อบุคคลรอบข้างและสังคม นั่นก็คือ เราจะพัฒนาอีกด้านหนึ่งของเด็กด้วยนอกจากงานวิชาการ ซึ่งเราอยากเห็นบัณฑิตของเราสมบูรณ์ทั้งงานวิชาการและความรับผิดชอบ ทั้งนี้เราจะให้เด็กมีสมุดบันทึกความดีที่อยู่กับมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งเป็นสมุดบันทึกกิจกรรมนักเรียนที่จะไว้บันทึกว่าเด็กเข้าชมรมอะไรได้รางวัลอะไร เด็กได้ฝึกอบรมอะไรในระหว่างเรียนอยู่กับเราตลอดเวลา 4 ปีเพื่อเป็นสิ่งหนึ่งหลังจากจบออกไปแล้วเวลาไปสมัครงานสถานประกอบการจะนำไปดูประกอบการพิจารณาได้นอกจากความคิดแล้วต้องดูสมุดบันทึกกิจกรรมของนักศึกษา ซึ่งผมเชื่อว่าสมุดบันทึกความดีเล่มนี้จะเอื้อให้กับเด็กมีงานทำหลังจากจบและจะทำให้เด็กสนใจเข้าชมรมหรือทำกิจกรรมระหว่างเรียนมากขึ้น เราจะฝึกอบรมในสาขาต่างๆ เมื่อเด็กเข้าไปอบรมก็จะได้ลงในสมุดบันทึก อย่างไรก็ตามเราอยากจะเห็นเด็กทำกิจกรรมกับสังคมมากขึ้น”

“จากนี้ไปมทร.ธัญบุรีจะมีการพัฒนาบุคลากร อาจารย์ และนักศึกษาและอีกส่วนหนึ่งจะปฏิรูปการเรียนการสอนกล่าวคือเด็กในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่จะฟังครูสอนอย่างเดียว แต่ครูจะใช้ประสบการณ์จากงานวิจัย วิชาการมาถ่ายทอดในองค์รวมแล้วก็จะใช้ทักษะประสบการณ์ครูมาสอนมากกว่ามาพูดหน้าชั้นเรียนเพียงอย่างเดียวและจะเปลี่ยนการเรียนรู้เด็กจะมีสื่อหรือเอกสารเป็นอีบุ๊กหรืออีเลิร์นนิ่งให้เด็กได้เรียนรู้นอกห้องเรียนมากขึ้นเด็กจะทำชิ้นงานมาส่งครูแต่ใช้เวลานอกห้องเรียน เด็กจะใช้เวลานอกห้องเรียนในการหาความรู้มากกว่าในห้องเรียนและครูจะใช้การสอนในห้องเรียนไม่มากแต่จะให้เด็กไปเรียนรู้นอกห้องเรียนมากยิ่งขึ้นก็จะเป็นส่วนหนึ่ง เราจะสอนให้น้อยแต่ให้เด็กเกิดการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้มากยิ่งขึ้น”

น่าเสียดายการสนทนากับ “รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ”กำลังเข้มข้นเลยทีเดียวแต่เนื่องจากพื้นที่มีจำกัด อย่างไรก็ตาม คอยติดตามอ่านต่อฉบับหน้าแล้วกันรับรองว่าเนื้อหายังคงเข้มข้นเหมือนเดิมแน่นอนแล้ว

แสดงความคิดเห็น