คนไม่สู้คือคนที่หมดลมหายใจแล้ว วลีเด็ดจาด เอก นักกีฬายิงธนูคนพิการทีมชาติไทย

253761_520640344646016_1403414671_n

15 ปี ที่ทิ้งเวลาไป การเรียนสามารถนำมาปรับวุฒิในการทำงานได้ ตอนนี้ผมมีโอกาสในการเรียน ให้โอกาสกับผม โอกาสเข้ามาแล้ว ควรคว้าโอกาสนั้นไว้ อายุมันเพียงตัวเลขครับ ไม่สามารถวัดความสามารถและความรู้ของคนเราได้ ยิ่งผมพิการผมต้องขยันมากกว่าคนปกติ ต้องทำอะไรที่ต้องคูณสองตลอด เสียงบอกเล่าของ “เอก” นายเธียร ทองลอย นักศึกษาชั้นปีที่ 1 (หลักสูตรต่อเนื่อง) สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ นักกีฬายิงธนูคนพิการทีมชาติไทย

เอก เล่าว่า ตนเองประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ ตอนอายุ 22 ปี ส่งผลให้ตนเองกลายเป็นอัมพาตทอนล่าง ตั้งแต่เข่าลงไป ไม่สามารถเดินได้ตลอดชีวิต ตั้งแต่นั้นมาผมกลายเป็นคนพิการ 15 ปี ที่ตนเองต้องนั่งบนวิวแชร์ สิ่งแรกที่ตนเองทราบว่า “ไม่สามารถเดินได้” ตอนนั้นคิดเพียงว่าอยากฆ่าตัวตาย ชีวิต 7 เดือนที่ต้องนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ใช้ชีวิตแบบเปล่าประโยชน์ ซึ่งเป็นอะไรที่คิดว่าชีวิตตอนนั้นไร้ค่ามาก เป็นภาระของแม่ เนื่องจากพ่อเสียชีวิตไปแล้ว แม่ต้องคอยดูแล ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ทุกอย่างจบหมด ทั้งในเรื่องของการเรียนและการงาน

“ผมเป็นคนชุมพร” มีพี่น้อง 5 คน เป็นคนที่ 3 โดยทางบ้านมีฐานะยากจน ต้องเข้ามาทำงานในกรุงเทพตั้งแต่เรียนจบมัธยมชั้นปีที่ 3 โดยมาอาศัยอยู่กับป้า และเข้ามาศึกษาในกรุงเทพ โดยจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตร (ปวส.) สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ จากโรงเรียนมิตรผลพาณิชยการ กรุงเทพมหานครฯ ระหว่างที่เรียนต้องทำงานไปด้วย ตอนนั้นเหลืออีก 2 เทอม จะสำเร็จการศึกษา ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม และทำงานเป็นคนส่งเอกสาร ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง จนกระทั่งเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดเกิดขึ้น ตนเองขับรถมอเตอร์ไซด์แหกโค้ง ส่งผลให้ตนเองต้องตกอยู่ในสถานะคนพิการ

หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาล ออกมาอยู่ที่บ้านเฉยๆ ซึ่งเวลามันเสียไปโดยเปล่าประโยชน์มาก จากที่เคยได้ทำงานเคยเรียน ตอนนั้นรู้สึกว่าไม่ได้แล้ว ถ้านอนแบบนี้ รอให้คนมาทำให้ “ไม่ต่างอะไรกับคนไม่มีชีวิต” จึงตัดสินใจเข้าไปพัฒนาตนเองที่ “ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน จ.ปทุมธานี” สังกัดประกันสังคม ฟื้นฟูอยู่ที่ศูนย์ประมาณ 2 ปี จึงได้เข้าทำงานในตำแหน่งครูสอนคอมพิวเตอร์และทำงานจนถึงปัจจุบัน โดยหน้าที่คือการให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์พื้นฐานแก่คนพิการที่เข้ามาฟื้นฟู ช่างซ่อมและประกอบคอมพิวเตอร์

“จากที่ได้เข้ามาทำงาน และได้เจอคนที่พิการมากกว่าเรา” ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองเป็นนั้นคือ “คนพิการ” เป็นสิ่งที่ไม่ได้มีอุปสรรคกับการใช้ชีวิตของตนเองเลย “สิ่งที่เราควรทำคือการยอมรับความจริงว่าเราเป็นคนพิการ” นั่นคือจุดเริ่มต้นของการสู้ชีวิตของตนเองอีกครั้ง พยายามทำทุกอย่างด้วยตนเอง ทำตัวเหมือนคนทั่วๆ ไป สิ่งที่เราเคยคิดเคยแคร์ อย่างเช่นการออกไปสังคม ต้องมีคำถามเสมอว่า “จะมองเราเป็นอะไร ออกมาทำไม ออกมาให้มันลำบาก” เพียงยอมรับมัน แล้วคำถามเหล่านั้นจะหายไปจากความคิดของตัวเราเอง

“คนเราล้มได้ แต่ต้องลุก ถ้าไม่ลุกคือคนที่ตายไปแล้ว” สิ่งที่อยู่ในหัวตอนนี้ 22 ปี ที่ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ อีกครึ่งชีวิตที่เหลือคือคนที่ไปไหนมาไหนด้วยวิวแชร์ เคยทำงานได้รายได้เดือนละ 20,000 บาท จนกระทั่งชีวิตหยุดลง แทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งลุกขึ้นมาอีกครั้ง ปัจจุบันทำงานได้เดือนละ 13,000 บาท มีภรรยา มีบ้าน มีรถ มีทุกอย่างเหมือนคนปกติ สิ่งที่ทำให้ตนเองเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ สิ่งนั้นคือ “ความรัก” ความรักของครอบครัว แม่และภรรยา เป็นกำลังที่ดี ภรรยาเป็นคนปกติ 6 ปีที่ได้ใช้ชีวิตกับคุณหนึ่งฤทัย “ผมมีความสุขมาก”

“ความรัก” เป็นแรงบันดาลใจ เป็นยาที่รักษาใจ ทำให้ตนเองต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลาตนเองรักในการเล่นกีฬาจึงตัดสินใจคัดเลือกตัวเป็นนักกีฬาคนพิการ โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมาได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขัน ASEAN PARA GAMES ที่ ประเทศพม่า กีฬายิงธนู Compound โดยทำคะแนนได้ลำดับที่ 1 สกอร์รวม 1241 คะแนน ผลงานที่ผ่านมาได้เหรียญเงิน จาก กีฬายิงธนู คลาส w2 ประเภททีมชาย เหรียญเงิน จากกีฬายิงธนู ประเภท Mix ชาย-หญิง ในการแข่งขัน Para-Archery World Ranking Tournament 2013,Bangkok ชิงแชมป์เอเชีย ก่อนที่จะนักกีฬายิงธนู ตนเองเป็นนักกีฬาแบดมินตันมาก่อน ผลงานที่ผ่านมามีดังนี้ เข้าร่วมการแข่งขัน 2 ชนิดกีฬา คนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 31 จ.เชียงใหม่ ประเภทกีฬาวีลแชร์แบดมินตัน คลาส 1 ได้รับเหรียญทอง ประเภทชายคู่ และ เหรียญทองแดง ประเภทชายเดี่ยว ประเภทกีฬายิงธนู Compound ระยะ 50 เมตร ได้รับ 2 เหรียญทอง จากคลาส W2 เหรียญแรกประเภทบุคคลชายและอีกเหรียญจากคะแนนรวม 2 สกอร์ เหรียญทอง

ปี 2555 เหรียญทอง จากวีลแชร์แบดมินตันประเภทบุคคลคลาส W1 และเหรียญทองแดง จาก วีลแชร์แบดมินตัน ประเภทชายคู่ กีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 30 จังหวัด ขอนแก่น ปี 2554 กีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 29 จังหวัดชลบุรี ได้รับเหรียญทองแดง จากวีลแชร์แบดมินตันประเภทบุคคล คลาส W1 และเหรียญทองแดง จากวีลแชร์แบดมินตัน ประเภทชายคู่ ปี 2552 กีฬาแห่งชาติครั้งที่ 28 จังหวัดตรัง ได้รับเหรียญเงิน จากวีลแชร์แบดมินตันประเภทบุคคล คลาส W1 และเหรียญเงิน จากวีลแชร์แบดมินตัน ประเภทชายคู่ ปี 2552 กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ที่ จังหวัดพิษณุโลก ได้รับเหรียญทอง จาก วีลแชร์แบดมินตันประเภทบุคคล คลาส W1 และเหรียญเงิน จากวีลแชร์แบดมินตัน ประเภท ชายคู่ และเมื่อปี 2008 ได้เข้าร่วมแข่งขันกีฬา ASEAN PARA GAMES โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จ.นครราชสีมา ได้รับเหรียญทองแดง ประเภทวีลแชร์แบดมินตัน บุคคลชาย

นอกจากนี้ยังเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานคนพิการแห่งชาติ เข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 6 สาขา ประกอบเครื่อง computer ได้รองชนะเลิศลำดับที่ 1 ปี 2552 เข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 4 สาขา ประกอบเครื่อง computer ได้ชนะเลิศลำดับที่ 1 ปี 2550 เข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 3 สาขา ประกอบเครื่อง computer ได้รองชนะเลิศลำดับที่ 1 ปี 2548 เข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 2 สาขา ประกอบเครื่อง computer ได้รองชนะเลิศลำดับที่ 2 ความสำเร็จในชีวิตเกิดขึ้นจากการฝึกฝน ในการซ้อมตอนเช้าก่อนเข้างาน 07.30 น. และหลังเลิกงาน 18.30 น. ส่งผลให้ประสบความสำเร็จ “ขยันฝึกซ้อม” แล้วจะไปถึงเป้าหมาย

หลังจากทราบว่าทางรัฐบาลมีทุนเรียนฟรีให้คนพิการ จึงตัดสินใจที่จะเรียนต่อ “การเรียนไม่พิการ พิการเพียงกายภาพ ความคิดความตั้งใจของเราไม่ได้พิการ” และอีกแรงบันดาลใจคือ อยากเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทำให้แม่ภูมิใจ ตอนแรกที่เข้ามาเรียน “รู้สึกรุ่นน้องที่นั่งเรียนด้วยกัน กังวลในเรื่องของความรู้ ที่ห่างหายมานาน” แต่ความกังวลค่อยๆ หายไป น้องนักศึกษาร่วมห้องทุกคนให้ความช่วยเหลือ แบ่งปันความรู้ “เรารู้เรื่องอะไรก็แบ่งปันรุ่นน้อง”เนื่องจากตนเองเรียนภาคสมทบมีเวลาน้อย ต้องจัดการเวลาในการเรียน “ตั้งใจเรียน” เตรียมตัวก่อนเข้าเรียน ที่สำคัญจัดการกับเวลาให้ดี

สำหรับคนที่ตกอยู่ในสถานะเดียวกับตนเองตอนนี้ สิ่งแรกที่คุณต้องทำ คือ การยอมรับความพิการให้ได้ สร้างกำลังใจให้ตนเอง อย่าตีตัวออกจากสังคม เตรียมตัวพร้อมที่จะเข้าสู่สังคม กลางแขนรับโอกาสที่จะเข้ามา “ร่างกายไม่พร้อม จิตใจต้องพร้อม” จำไว้ว่าชีวิตคนท้อไม่ได้ ถ้าท้อแรงบันดาลใจไม่มี ถ้าไม่ท้อ รับรองว่าแรงบันดาลใจในการเดินมีแน่ ส่วนคนปกติ “วิ่งเข้าหาปัญหา ท้าทายกับปัญหา” ยิ่งวิ่งเข้าหาปัญหาจะทำให้แข็งแกร่ง

“ทุกวันนี้สังคมไทยให้โอกาสกับคนพิการมากขึ้น เมื่อสังคมให้โอกาสแล้ว คว้าเอาไว้นะครับ จำไว้นะครับ คนที่ไม่สู้ คือคนที่หมดลมหายใจแล้ว เอกกล่าวทิ้งท้าย”

ชลธิชา ศรีอุบล

กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี 02-549-4994

แสดงความคิดเห็น