ชักโครกน้ำทิ้งจากเครื่องซักผ้าไอเดียประหยัดน้ำ มทร.ธัญบุรี

Binder1-2

ทราบหรือไม่ว่า เมื่อเปรียบเทียบการใช้น้ำของชักโครกกับเครื่องซักผ้า ปริมาณการใช้น้ำของเครื่องซักผ้าสิ้นเปลืองน้ำมากกว่าชักโครกประมาณ 20-40 เท่า ขึ้นอยู่กับปริมาตรความจุของเครื่องซักผ้า

ยกตัวอย่างเช่น ครอบครัวหนึ่งมีสมาชิก 3-5 คน ซักผ้ารวมกันตอนเช้าวันละครั้งด้วยเครื่องซักผ้าขนาดถังความจุ 9 กิโลกรัม ใช้น้ำ 70 ลิตร การซักผ้าของเครื่องผ้าแต่ละครั้งจะใช้น้ำสำหรับการซัก 1 รอบ สำหรับการล้าง 2 รอบ รวมเป็น 3 รอบ ใช้น้ำเท่ากับ 210 ลิตร

ในขณะที่การกดชักโครก 1 ครั้งใช้น้ำ 5-6 ลิตร ดังนั้นหากนำน้ำจากเครื่องซักผ้ามาใช้ในการชักโครกจะสามารถใช้ได้ถึง 35 ครั้ง ซึ่งหากสมาชิกในบ้านมีจำนวน 5 คน ก็จะสามารถใช้ชักโครกได้คนละ 7 ครั้งต่อวัน แล้วยังพบว่าเพียงพอต่อการดำเนินกิจกรรมและยังเหลือน้ำไว้ใช้สอยสำหรับวันต่อไปที่ไม่ได้ซักผ้าหรือนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ได้อีกด้วย

แนวคิดนี้เกิดจากนายเผด็จ รัตนะจินดา นายศรัณย์ ชุ่มกลัด นักศึกษา นายประชุม คำพุฒ และว่าที่ร้อยโทกิตติพงษ์ สุวีโร อาจารย์ที่ปรึกษาจากภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ได้คิดค้นระบบนำน้ำทิ้งจากเครื่องซักผ้ามาใช้ใหม่ในโถสุขภัณฑ์เพื่อประหยัดน้ำ

เจ้าของผลงานเปิดเผยถึงขั้นตอนการทำงานของระบบว่า เริ่มจากนำน้ำที่เหลือจากเครื่องซักผ้ามาเก็บไว้ในถังเก็บและทำการบำบัดสารเคมี จากนั้นทำการกรองให้สะอาด ทำการฆ่าเชื้อ ดับกลิ่น ในขั้นตอนนี้มีทั้งระบบใช้น้ำบำบัดแล้วจากเครื่องซักผ้า ร่วมกับระบบใช้น้ำสะอาดจากภายนอกในกรณีที่น้ำเก็บไว้ไม่เพียงพอ แล้วปล่อยลงสู่โถสุขภัณฑ์ ซึ่งในทุกขั้นตอนจะมีวาล์วน้ำสำหรับปิด-เปิด กำหนดปริมาณน้ำได้ตามต้องการ

ในส่วนของน้ำจากเครื่องซักผ้า เมื่อผ่านกระบวนการบำบัดด้วยการกรองและฆ่าเชื้อ น้ำจึงสะอาดพอที่จะไม่รู้สึกรังเกียจเมื่อนำมาหมุนเวียนใช้เป็นน้ำสำหรับกดชักโครก ทำให้ลดการใช้น้ำชักโครกและอาจเปรียบได้ว่าไม่มีการใช้น้ำหรับชักโครกเลยก็เป็นได้ จึงประหยัดน้ำได้ถึงร้อยละ 50 จุดมุ่งหมายอีกประการหนึ่งคือ การมุ่งเน้นที่จะประดิษฐ์นวัตกรรมที่ผสมผสานระหว่างเครื่องซักผ้ากับสุขภัณฑ์ส้วมชักโครก ให้ใช้งานได้เหมือนกับเครื่องซักผ้าและส้วมชักโครกทั่วไป สามารถติดตั้งสะดวก มีวิธีการทำงานไม่ยุ่งยากซับซ้อน เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก ชุมชน หรือผู้อยู่อาศัยสามารถติดตั้งได้ด้วยตัวเอง หรือสามารถจัดเป็นชุดอุปกรณ์สำเร็จรูปสำหรับจำหน่าย เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแพร่หลายทั้งในชุมชนและภาคอุตสาหกรรม.

แสดงความคิดเห็น