กว่าจะถึงวันนี้บนถนนสายการศึกษาของ รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์

Assoc. Prof. Dr. Numyoot Songthanapitak

(Assoc. Prof. Dr. Numyoot Songthanapitak: A Rewarding Journey on the Road of Education)

“การให้เกียรติทุกๆ ระดับชั้น” ถูกยกให้เป็นหลักในการบริหารงานของรศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีที่ยึดมั่นมาตลอดระยะเวลาของการทำงาน ด้วยเชื่อว่า ในสังคมการทำงานไมว่าจะองค์กรไหนนอกเหนือจากคำว่าหน้าที่ที่ต้องยึดถือปฏิบัติแล้ว สิ่งที่ควบคู่กันไปกับการทำงานก็คือความเอื้ออาทร การให้เกียรติและให้ความเมตตาจากผู้บริหารเพราะไม่เพียงแต่ทำให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจเท่านั้นแต่ยังตั้งความหวังให้สังคมสงบสุขด้วย

ถึงแม้ว่าเส้นทางแห่งความสำเร็จจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่สำหรับรศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ที่กำลังจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนสิงหาคมศกนี้ กับตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง

ย้อนไปในชีวิตวัยเด็ก”ผมเกิดที่อ.พาน จ.เชียงรายเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2490เป็นลูกคนสุดท้องจากจำนวนพี่น้อง12 คน ที่บ้านประกอบอาชีพค้าขายวัสดุก่อสร้าง สังฆภัณฑ์ตอนเด็กชอบเล่นกีฬาโดยเฉพาะบาสเกตบอลซึ่งทางบ้านก็ส่งเสริมด้านการเรียนก็มีผลการเรียนดีมาตลอด และหลังจากจบจากโรงเรียนจีนวัฒนศึกษาชั้น ป.4 ก็เข้าศึกษาต่อในชั้นม.1โรงเรียนพานประภากรต่อเนื่อง จากโรงเรียนวัฒนศึกษาเป็นรุ่นแรกเพื่อขยายจากชั้นประถมไปสู่มัธยมพอจบชั้นม.3 ทางบ้าน ก็สนับสนุนให้เข้ามากรุงเทพฯเพื่อเรียนต่อที่โรงเรียนอำนวยศิลป์พระนคร พญาไท จบ ม.ศ.5 และ Entrance ติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปีพ.ศ.2510 หรือที่รู้จักกันในรุ่น วศ.10

หลังจากจบการศึกษาเริ่มต้นรับราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากทุนการศึกษาในการเรียนวิศวกรรม ศาสตร์ที่จุฬาฯ ต้องมีการจ่ายค่าเล่าเรียนเพิ่มขึ้นหรือเลือกรับทุนโดยมีเงื่อนไขว่า เมื่อเรียนจบต้องเข้าทำงานให้ภาคราชการผมจึงเลือกรับทุนประกอบกับตอนนั้นผมไม่ได้เรียน รด.ต้องเข้าเกณฑ์ทหาร ซึ่งมีข้อแม้อยู่ว่าถ้าไม่ต้องการเป็นทหารต้องเป็นครู ผมจึงใช้ปริญญาตรี วศบ.เข้าไปสมัครที่วิทยาลัยเทคนิคภาคพายัพ จากนั้นผมมีโอกาสได้สอบชิงทุน ADAB ไปเรียนต่อDiploma และปรับเป็นปริญญาโทที่ประเทศออสเตรเลีย พอจบมาได้ช่วงเวลาหนึ่งก็ได้รับแต่งตั้งตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการคนที่ 2 ระหว่างนั้นมีโครงการเงินยืมจากโครงการเงินกู้ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เข้ามาและมีทุนให้ฝึกอบรมต่างประเทศก็สอบไปอบรมที่ประเทศเบลเยียม 4 เดือน

จากนั้นได้รับมอบหมายให้มาช่วยราชการที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาเขตเทเวศร์ เป็นเวลา 1 ปีเต็ม เพราะประสบปัญหาขาดบุคลากร “ผมกับทีมงานก็ประคองภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าไปได้ระยะหนึ่ง พอช่วงที่ผู้อำนวยการวิทยาเขตตากย้าย จึงได้รับโอกาสทำหน้าที่แทนซึ่งทำได้ 2 ปีก็ย้ายไปที่สำนักงานอธิการบดี เป็นผู้อำนวยการกองแผนงานและต่อด้วยผู้อำนวยการวิทยาเขตภาคใต้ จ.สงขลา อีก 1 ปี

จากนั้นก็ย้ายมาสำนักงานอธิการบดีที่เทเวศร์เป็น ผู้ช่วยอธิการบดีรวมทั้งผู้อำนวยการกองงานวิทยาเขต ต่อด้วยคณบดีคณะวิศวกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาคณบดีคณะวิศวกรรม ศาสตร์พร้อมกับตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการควบคู่กันไป และอธิการบดีของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล จนในที่สุดก็ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมทร.ธัญบุรี ภายใต้ พ.ร.บ. ฉบับใหม่ จนถึงปัจจุบัน

สำหรับชีวิตครอบครัวจะเห็นได้ว่าการทำงาน จะมีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายอยู่เสมอผมต้องขอบคุณผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่มีส่วนสำคัญในชีวิตของผม ซึ่งก็คือภรรยาและลูกที่มีความเข้าใจ อดทน หนักแน่น เป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้ผมสามารถเดินหน้าทำงานได้อย่างไม่มีปัญหาด้วยการแยกแยะเวลากับเนื้อหาของงานที่ทำงานกับงานที่บ้านอย่างไม่ขัดแย้งกันและได้รับการสนับสนุนอย่างดี

เทคนิคการบริหารงานของผมคือ การบริหารบุคลากรให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข เพราะการทำงานมันเป็นเหมือนกระจกสะท้อนทั้ง 2 ฝ่าย สั่งงานไปแล้วได้งานกลับคืนมาสำเร็จสมบูรณ์ ก็ถือว่าผู้ที่ทำงานได้มีโอกาสแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของตน แต่ถ้างานล้มเหลวหรือไม่บรรลุตามเป้าหมายเวลา และคุณภาพงานก็อาจมองว่าบุคคลนั้นไม่มีความสามารถเพียงพอหรือผู้บริหารสั่งการผิด ผมจึง บอกกับผู้บริหารรุ่นใหม่อยู่เสมอว่า การทำงานไม่จำเป็นต้องอยู่ในออฟฟิศตลอดเวลา แต่ควรพัฒนาตนเองและเรียนรู้จากภายใน รู้จักปรับปรุงรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นและไม่ควรใช้อารมณ์ในการทำงานเพราะจะทำให้งานไม่สามารถเดินต่อไปได้และเกิดปัญหากับเพื่อนร่วมงานตามมา ทำให้งานสะดุดและเสียเวลาแก้ไขด้วย

หากกล่าวถึงความภูมิใจที่ผ่านมา เรื่องที่ถือว่า เป็นจุดพลิกผันและก่อให้เกิดการพัฒนาด้านการศึกษาอีกก้าวหนึ่งก็คือ การปรับเปลี่ยนสถานะของสถาบันเทคโนโลยี ราชมงคลมาเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง9 แห่ง ภายใต้การสนับสนุน จากรัฐบาลเรียกว่าผลกระทบเชิงบวกเป็นการทำงานที่ต้องทุ่มเท ฟันฝ่า พยายาม กว่าจะผ่านจุดนั้นมาได้ก็จำเป็นต้องมีการนำเสนอทำความเข้าใจกับทุกระดับประกอบด้วยคณะกรรมการหลายชุด ก็ต้องสร้างความเข้าใจให้เขามีความเชื่อมั่นต่อมหาวิทยาลัย ทำความเข้าใจจนคณะกรรมการเห็นด้วยว่าเราสามารถสร้างคนคุณภาพให้ประเทศได้ท้ายที่สุดก็ได้รับการสนับสนุนจนเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จนก้าวมาเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2548 ในการทำงานครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจ และเป็นความสำเร็จร่วมกันของเราชาวราชมงคลทุกคนที่ตั้งใจตอบแทนคุณแผ่นดิน

ประเด็นท้าทายต่อวงการการศึกษาประกอบด้วยการเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์ และประตูความเป็น AEC เปิดกว้างขึ้นเพื่อเสริมสร้างศักยภาพนักศึกษาไทยให้มีโอกาสสูงขึ้นจึงได้มีโครงการต่างๆ ตลอดจนการให้ความสำคัญต่อกิจกรรมและวิธีการให้เกิดขึ้นต่อการสร้างคนที่เกี่ยวกับด้านภาษานานาชาติ ในระดับที่ใช้งานได้ต่อยอดความเป็นมืออาชีพระดับสากลและภูมิภาค การสร้างขีดความสามารถต่อสภาพงานจริง การให้คณาจารย์และนักศึกษาไปฝังตัวในสถานประกอบการเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนถึงจุดที่สร้างโอกาสการมีงานดีๆได้ทำ เป็นต้น ในส่วนนักศึกษาสถิติการมีงานทำก็น่าพอใจนะครับ ร้อยละ 80 กว่าขึ้นไปส่วนหนึ่งก็ศึกษาต่อ บางส่วนก็ประกอบธุรกิจส่วนตัว หลายเรื่องผมคิดว่า มทร.ธัญบุรีก้าวเดินมาถูกทางและตอบโจทย์สังคมไทยได้หลายเรื่องครับนอกจากนี้ยังได้ส่งเสริมผลงานด้านวิจัยสู่การขยายผลงานเป็นงานเชิงนวัตกรรมนำไปใช้ได้จริง แม้แต่พลังงานทางเลือก เช่นพลังงานลม, ชีวมวล, น้ำมันจากพลาสติก เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนเสริมอย่างสำคัญต่อผลการเรียนรู้ที่ได้รับโอกาสเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบวิธีการเรียนรู้การประกอบอาชีพได้ด้วยตนเองหรือสร้างอาชีพอิสระ (Entrepreneurship)

อย่างไรก็ตาม ตลอดชีวิตการทำงานโดยทั่วไปย่อมมีปัญหาและอุปสรรคมากมายให้แก้ไขตลอดเวลาในฐานะผู้บริหารและผู้ปฏิบัติก็ว่าได้ แต่ภายใต้สิ่งนี้ก็คือการที่ได้โอกาสพัฒนาสร้างศักยภาพที่ท้าทายมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งผมไม่คิดว่าตัวเองจะเก่งกว่าผู้อื่น แต่นั่นมันคือโอกาสที่เราควรใช้ให้ถูกต้อง เพื่อสร้างงานต่อไปการคิดในเชิงบวกต่อคน ต่องาน ต่อโอกาส สิ่งท้าทายต่างๆ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้งานสำเร็จลุล่วงผ่านไปได้ แต่แน่นอนครับ การได้รับความร่วมมือจากผู้ร่วมงานหลายฝ่าย หลายระดับ ทั้งภายในภายนอกที่เข้าใจในเจตนาร่วมกัน ก็นับเป็นความสำคัญที่จะขาดเสียมิได้ จึงต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ทำงานร่วมกันมาครับ

 

 

 

Assoc. Prof. Dr. Numyoot Songthanapitak:
A Rewarding Journey on the Road of Education

 

Assoc. Prof. Dr. Numyoot Songthanapitak:

A Rewarding Journey on the Road of Education

Rajamangala University of Technology Thanyaburi has reached many milestones in the last decade, thanks to its strong and dedicated leader, Assoc. Prof. Dr. Numyoot Songthanapitak, whose management term is coming to an end this upcoming August.

Under his leadership, the university has transformed its status from a technological institute to a university of technology, along with eight other universities under the Rajamangala umbrella. With much hard work, determination, and support from various sectors, including the government and several management committees of all levels, the nine Rajamangala universities were granted the university status, as stated in the Rajamagala University of Technology Act, signed by HM the King on 18 January 2005.

Dr. Numyoot also played a crucial role in preparing the university for the realization of the ASEAN Community in 2015. From his management vision, the university has moved toward an international integration of its academic and research programs, as well as creating platforms that allow its students to acquire practical skills and knowledge from actual work sites through partnerships with outside organizations. Currently, up to 80 per cent of the university’s newly graduates find employment in the jobs market, with the rest either continuing their education or starting their own businesses.

“I believe that the university has progressed in the right direction, particularly in meeting the needs of society,” Dr. Numyoot said. “Our research has produced practical solutions that can be applied in real life, such as the wind turbine project, biogas, and fuel from plastic waste. The skills and knowledge our students gain from research allow them to become entrepreneurs and start their own busineses later on.”

Dr. Numyoot’s formula for success is his management style that gives respect to people and organizations of all levels. “I believe that apart from performing your own duty, work is also about having compassion for and respecting your subordinates because these will enhance job satisfaction, motivation, and solidarity to the organization,” he said.

Providing an environment where employees feel happy to be is crucial to the success of an organization. “Job quality is like a mirror that reflects both the manager and the employee’s performances. If the job is completed on time and with quality, it implies that the employee has skillfully used his or her potentials. But if the job is not completed or fails, it not only reflects a lack of potential on the part of the employee, but also the manager’s failure to convey the key message,” Dr. Numyoot said.

Prior to taking up the post as the President of Ramangala University of Technology Thanyaburi, Dr. Numyoot had assumed several managerial roles at various academic settings. From assistance in the engineering department at the then Rajamangala Institute of Technology, Tewes campus, he assumed the roles of assistant dean and later dean of several other campuses and departments before reaching the peak of his career when he took up the current presidential post. A Chiang Rai native, trained as an engineer, Dr. Numyoot’s keen visions and managerial style has put him at the top of the corporate ladder today.

“I have to thank my wife and children for giving me the strength and support that I needed throughout. Their patience and understanding have enabled me to maintain a good balance between work and personal life,” he said. “I don’t think that I am better than everyone else, but I approach life challenges with a positive perspective. Every challenge and obstacle is an opportunity to develop my own potentials. I would like to also express my appreciation to all departments and sectors for their contribution and collaboration throughout the years; their good intentions and cooperation

 

แสดงความคิดเห็น