ศิลปนิพนธ์ สีสันเส้นทาง ความหวังแห่งอนาคต

rmutt_news-35

ศิลปนิพนธ์ ในโลกของการศึกษาก่อนจะจบการศึกษา จะมีการทำงานวิจัยเพื่อหาองค์ความรู้ใหม่ให้เกิดขึ้น กับตนและสังคม ในทางวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์จะทำเป็นวิจัยเรียกวิทยานิพนธ์ แต่ในการเรียนศิลปะจะให้ผู้เรียนศิลปะไปทำเอกสารวิจัยแต่เพียงอย่างเดียวคงไม่ใช่ จึงให้ทำงานศิลปะเพื่อวิจัยหาแนวทางความรู้ให้เกิดขึ้น จึงเป็นงานศิลปนิพนธ์ที่ต่างจากวิทยานิพนธ์อันเป็นเอกสารเพียงอย่างเดียว

สังคมไทยก้าวหน้า ในระดับอุดมศึกษามีสถาบันการเรียนการสอนศิลปะเพิ่มมากขึ้นทั้งในกรุงเทพและภูมิภาค ในการแสดงงานศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยมปีพ.ศ.2556 มีผลงานจากสถาบันการศึกษาศิลปะระดับอุดมศึกษา ถึง 31 แห่ง ต่างคัดผลงานมาร่วมแสดง ในระดับ ปริญญาโทแห่งละ 2 คน ระดับปริญญาตรี แห่งละ3 คน จึงมีผลงานถึง 110 ชิ้นให้ชื่นชมอย่างหลากหลาย จุใจ เต็มอิ่ม

งานศิลปนิพนธ์ เป็นงานแห่งความสำเร็จ เป็นงานแห่งความหวังของสังคม งานแห่งความสำเร็จ คือ สำเร็จการศึกษาถ้างานไม่ผ่านย่อมไม่สำเร็จการศึกษา นับเป็นก้าวแรกของความสำเร็จที่จะต้องก้าวเดินต่อไปบนหนทางสายศิลปะ และอีกหลายเส้นทางที่ใจรักจะมุ่งมั่นก้าวเดิน

งานศิลปนิพนธ์ เป็นงานแห่งความมุ่งมั่น แสวงหาแนวทาง ที่จะค้นหาให้พบความเป็น ตัวของตัวเอง ไม่ว่าจะในปัจจุบันหรือในอนาคตกาล เป็นงานที่เปี่ยมทั้งด้านทักษะ แนวความคิดความเชื่อ และหนทางใหม่ๆ ที่เลือกสรรมานำเสนอ โดยผ่านการเห็นชอบและตรวจสอบอย่างดีจากอาจารย์ที่ปรึกษา ชีวิตมีหลายมิติ ณัฐฤกษ์ อินทรประสาท แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้สร้างงานศิลปะตามความคิดความเชื่อของตนที่ว่า อารมณ์มนุษย์เกิดจากอณูของจิต ที่ต่อสู้กันก่อนจะปรากฏเป็นอารมณ์ให้ประจักษ์ จึงใช้สีสันแบบการสู้รบ ดังประหนึ่งสงครามสีสันร้อนแรง และ ไม่ธรรมดา ถ้าจะดูภาพเขียนของเขาต้องใช้แว่นสามมิติดู เมื่อสวมแว่นสามมิติก็จะพบเรื่องราวที่มีมิติ การเขียนสีจิตรกรรมจะเป็นอย่างไร ได้ค้นพบว่าสีร้อนแรงจะอยู่หน้าสุด สีเหลืองเขียวจะอยู่ในระดับกลางๆ และระยะหลังสุดจะเป็นสีฟ้า ถามว่าทำอย่างไร ศิลปินบอกว่าแรกๆ ก็ใส่แว่นสามมิติแล้วเขียน ต่อมาก็จับทางได้โดยไม่ต้องใช้แว่นช่วยต่อไป เป็นงานที่น่าจับตามองด้วยโดดเด่นในเรื่องสีสันและรูปแบบชิ้นหนึ่งทีเดียว

ยังมีงานภาพพิมพ์แกะไม้ ภาพพิมพ์แกะไม้ ชวนให้คิดถึงศิลปินอาวุโสอย่าง พงษ์ดำ ประพันธ์ ศรีสุตา หรือ ริหาร โอภาสซึ่งทำเป็นชีวิตจิตใจ ช่วงหลังไม่ค่อยได้เห็นเทคนิคนี้ แต่ในคราวนี้มีงานของจิระพงษ์ จากราชมงคลธัญบุรี เลือกที่จะทำภาพพิมพ์แกะไม้ เป็นรูปหมาที่น่ากลัวให้ความรู้สึกดุร้ายโหดให้เห็น ทำไมถึงทำเรื่องหมาๆ เช่นนี้ อนันตาชัยเล่าว่า สมัยเด็กถูกหมากัดแล้วฝังใจ ปั่นจักรยานก็ถูกหมาไล่ ไปไหนจึงจะถือไม้กันหมาเสมอ เห็นหมาแล้วแหยงกลัวมาจนโต จึงแปรความกลัวมาเป็นความคิดสร้างสรรค์ เพียงระบายสีก็ธรรมดาไป แต่เมื่อใช้ลีลาเส้นจากการแกะไม้ ให้ความพลิ้ว เห็นรายละเอียดของเส้นขนหมา ได้อารมณ์ดีกว่างานเขียนระบายสี จึงเลือกทำงานแกะไม้มาใช้เป็นสื่อในการแสดงออก งานภาพพิมพ์แกะไม้ในวันนี้ ยังอุ่นใจพอมีคนรุ่นใหม่สืบสายธาร

จุดประกายจากแม่ ชีวิตครอบครัวที่มีแม่ขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำตกย่านบางปะกอกมาตั้งแต่ยังเด็กๆ เป็นวิถีชีวิตที่จุดประกายให้เกิด แรงบันดาลใจให้ สิริพร จงรักชาติ จากเพาะช่าง นำวิถีชีวิตแห่งความผูกพันแม่ลูกและรถเข็นขายก๋วยเตี๋ยวมานำเสนอ เป็นงานที่ไม่ใช่งานจิตรกรรมธรรมดา เป็นสื่อผสมทั้งไม้ ทั้งระบายสี และมีศิลปะของการจัดวาง สีสันให้อารมณ์ ความรู้สึก เสน่ห์ของงานอยู่ที่มีมิติ ไม่ราบเรียบเช่น จิตรกรรมธรรมดาแต่มีชีวิตชีวา กว่าจะเป็นเช่นนี้ได้ เธอต้องหาหนทางอยู่นาน แรกๆ ก็อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม ต่อมาก็ปรับเป็นโครงสร้างที่เหมือนจริงและออกนอกกรอบ ที่ไม่ถูกตรึงอารมณ์ความคิดอยู่ในกรอบ ทำแล้วลื่นไหลมีลีลา ให้เวลาพินิจสักนิดจะพบอารมณ์ความรู้สึกความผูกพันที่มีต่อต่อกัน แม่ยังไม่เห็นฝีมือลูกสาว อยากรู้เหมือนกันว่า เมื่อแม่เห็นแล้วจะรู้สึกต่อแรงบันดาลใจที่มานั้นอย่างไร

นพวงษ์ เบ้าทอง จากมหาวิทยาลัยศิลปากร เลือกที่จะเล่าเรื่องมารผจญ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากภาพมารผจญในสมุดไทย ในอดีต ที่พระพุทธองค์ ทรงเอาชนะมาร นับแต่พระพุทธองค์ แม่พระธรณีบีบมวยผม เหล่ามารล้วนมาในมิติใหม่ร่วมสมัยทั้งรูปแบบและ สีสัน

งานศิลปะนิพนธ์ที่นำเสนอ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องแนวคิดความเชื่ออารมณ์และความรู้สึกของตัวศิลปินเอง แต่มีในหลายแห่งได้ศึกษาในเรื่องของท้องถิ่นให้ปรากฏ ดังเช่นงานจากปักษ์ใต้ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา สะท้อนการศึกษารูปแบบของผ้าท้องถิ่น ผ้ามลายู รูปแบบมัสยิดที่นับถือของชาวภาคใต้ หรือสีสันลวดลายของเรือกอและ จากทางสุราษฎร์ธานีมีเรื่องวิถีชีวิตชาวสวนยาง งานจากทางอีสานมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์มีเรื่องความคิดความเชื่อท้องถิ่น กวยโจวโปล เครื่องจักสาน เป็นต้น ที่สะท้อนสภาพทางสังคมให้ปรากฏดังเช่น จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ศัจกร แก้วกุลา สะท้อนภาพชีวิตริมฟุตบาท แสดงอารมณ์ความคิดชีวิตริมทางเท้าอย่างให้อารมณ์ งานที่ออกจะเป็นเซอร์เรียลลิสของ สงกรานต์ เตปินใจ ที่สะท้อนภาพชีวิตชาวนา ในงาน “ชาวนาหมายเลข 1″ ให้ความรู้สึกชาวนางานหนักที่ถูกตรึงอยู่กับท้องนาอันเขียวขจี และงานรักษ์โลกแม้ออกจะเป็นงานโปสเตอร์แต่ เอกพันธ์ วิเชียรศรี ก็เลือกเรื่องและลีลาที่เป็นตัวของตัวเองออกมาให้ปรากฏ นับเป็นแนวคิดเพื่อสังคมที่ศิลปินกลุ่มนี้ต่างสะท้อนภาพออกมารับใช้สังคมด้วยสีสันงานจิตรกรรม หรืองานของ พิมไสว หุ้มกระโทก แห่งราชมงคลอีสาน เป็นเรื่องความประทับใจในชีวิตชนบท เป็นการใช้เทคนิคกับฝีมือและเลือกวัสดุที่ใช้ ช่วยให้เกิดความแปลกใหม่เมื่อเขียนเรื่องชนบทบนผ้าคอตตอนลายดอกและยกระดับขึ้นบนผืนผ้าใบ ดูมีเสน่ห์มีชีวิตชีวาให้ความรู้สึกร่มเย็นและเคลื่อนไหวตามวิถีชนบท

งานศิลปะนิพนธ์นับเป็นงานแสดงถึงอนาคตความหวังของสังคม จัดแสดงครั้งใด ก็เปี่ยมไปด้วยสีสันเรื่องราวอันวิจิตรทุกครั้ง ได้เห็นแนวความคิดของคนรุ่นใหม่ที่ได้แสดงออก นับเป็นพลัง เป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต จากงานที่ศิลปินนักศึกษาเหล่านี้รังสรรค์ขึ้นเพื่อชีวิต ให้สำเร็จในการศึกษาและสำเร็จในการนำเสนอ สิ่งที่เป็นพลังอยู่ภายในให้ปรากฏ และได้สื่อสารกับสังคมให้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า…

“คลื่นลูกใหม่เป็นความหวังเป็นพลัง อันงดงามของสังคมเสมอในทุกกรณีไม่เว้นแม้ศิลปะ”

นิทรรศการ “ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม ปี 2556″ จัดแสดงที่หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถึงวันที่ 28 มิถุนายน 2556 ดูเพิ่มเติมที่ www.queengallery.org

งานศิลปนิพนธ์ เป็นงานแห่งความสาเร็จ เป็นงานแห่งความหวังของสังคม งานศิลปนิพนธ์ เป็นงานแห่งความมุ่งมั่น แสวงหาแนวทาง ที่จะค้นหาให้พบความเป็นตัวของตัวเอง

 

แสดงความคิดเห็น