ชีวิตไม่เคยสวมเครื่องแบบนักศึกษา ความในใจ “หนูเล็ก” มทร.ธัญบุรี

img_2007

“การเรียนไม่มีคำว่าสาย ไม่สายที่จะเรียน ทุกคนมีปัญหาหมดไม่ว่าจะพิการหรือไม่พิการ ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบหรือไม่สมบูรณ์แบบ แต่ต้องคิดไว้เสมอว่ามีพรุ่งนี้ต้องเดิน เช่นเดียวกันพี่ก็มีปัญหาในส่วนของร่างกายพิการ เป็นปัญหาที่มันจะไม่หายไปจากชีวิต แต่เพื่อการใช้ชีวิตที่มีความสุขในสังคม ต้องสุขในการยอมรับมัน เท่านั้นเอง ก็จะดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข” น้ำเสียงของ “หนูเล็ก” นางสาวรัตนภรณ์ รัตนวงษ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาโฆษณาและประชาสัมพันธ์ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน ภาคสมทบ เฟรชชี่วัย 31 ปี สาวเชียงใหม่ พิการขาทั้ง 2 ข้าง ใช้ชีวิตบนวิวแชร์มาตั้งแต่ 10 ขวบ ปัจจุบันทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ Call center dtac ประจำศูนย์รังสิต คลอง 5

หนูเล็ก เล่าว่า สาเหตุของความพิการทางกายระดับที่ 4 เกิดมาจากตอน 2 ขวบ โดยรถกระบะถอยหลังมาเหยียบ จนเมื่ออายุ 8 ขวบ เพื่อไม่ให้แผลเน่าและติดเชื้อจึงต้องตัดขาทั้ง 2 ข้าง 8 ปีที่ต้องใช้ชีวิตในโรงพยาบาล ต้องคอยรักษาแผล ฝึกการใช้ชีวิตด้วยตนเอง จนเมื่ออายุ 10 ขวบ ได้มีวิวแชร์เป็นของตนเอง โดยเป็นเริ่มต้นของการใช้ชีวิตบนวิวแชร์ ชีวิตไม่เคยได้เรียนอนุบาลเหมือนกับเพื่อนๆ เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เด็ก อาศัยการสอนของคุณตาคุณยาย คุณแม่ และพยาบาลที่โรงพยาบาลช่วยสอนท่อง ก.ไก่ ข.ไข่ แต่เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น “อยากอยู่ได้ด้วยตนเอง ถ้าไม่มีความรู้ จะทำอะไรเป็น ต้องทำงานหาเลี้ยงตนเองได้” จึงเข้าเรียน กศน.ศูนย์เชียงใหม่ เนื่องจากการเรียนในระดับ กศน. สะดวกสำหรับตนเอง สามารถเทียบระดับได้ ไม่ต้องเรียนในห้องเรียนหรือตามระยะเวลา เนื่องจากมีความพิการทางร่างกาย จนในที่สุดสำหรับการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6

หลังจากที่เรียนจบได้เข้าทำงานประชาสัมพันธ์ ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากนั้นย้ายไปทำงานเลขาผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม ในช่วงที่เป็นเลขา ได้สอบเข้าศึกษาสาขาบริหารคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ แต่เรียนได้ 2 ปี ต้องดรอปการศึกษา เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องของเงิน หลังจากที่ทราบข่าวว่า dtac เปิดรับสมัคร call center จึงตัดสินใจมาสอบ และได้เข้าทำงานที่นี่ 5 ปี ของการทำงาน ได้เรียนรู้ชีวิตของเพื่อนร่วมงาน น้องๆ ที่เข้าไปทำงานทั้ง part time และประจำ ทุกคนมีความรู้ เรียนในระดับปริญญาตรี ซึ่งตนเองจึงอยากที่จะเรียนขยายโอกาสในการทำงานในอนาคต อยากมีความรู้และประสบการณ์เพิ่มขึ้น

สาเหตุที่ไม่เรียนในมหาวิทยาลัยเปิด เนื่องจาก อยากจะเรียนกับเพื่อนๆ ในห้องเรียน อย่างน้อยได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเรียน หรือคิดอีกทาง อยากเป็นกำลังใจให้กับหลายๆ คน ที่ไม่มีกำลังใจในการเรียน ได้เห็นว่า ขนาดพิการยังมีความพยายามที่จะมาเรียน “สาขาโฆษณาและประชาสัมพันธ์” เป็นสาขาที่ชอบ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับงานที่ทำในปัจจุบัน ตอนแรกที่รู้ว่าสอบติดที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ดีใจมาก ไม่คิดว่าจะสอบติดที่นี่ เพราะว่า ตอนสอบข้อสอบยากมาก เนื่องจากเรียนสาย กศน. มา ตอนสอบคณิตศาสตร์คิดไว้ในใจคงสอบไม่ติด แต่ต้องขอบคุณน้องๆ เพื่อนๆ ร่วมงานที่หาหนังสือและติวก่อนสอบให้

ภูมิใจที่สอบติดที่นี่ “ครั้งหนึ่งในการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” และเป็นครั้งแรกที่ได้สวมชุดเครื่องแบบนักศึกษา ซึ่งตลอดชีวิตที่ผ่านมา ไม่เคยได้สวมเครื่องแบบไปเรียนเหมือนกับคนอื่น การเรียนในครั้งนี้ นอกจากความรู้วิชาการและการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยฯ สิ่งที่ได้ คือ การรู้จักรับผิดชอบต่อตนเอง ต้องพยายามเป็นสองเท่า เนื่องจากร่างกายที่ไม่สมบูรณ์แบบ คิดเสมอว่า “ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี ตนเองจะต้องหาโอกาสทางการศึกษาให้ได้ การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ วิชาการความรู้ที่จะติดตัวเราไปจนตาย”

ปัจจุบันคนพิการได้รับโอกาสจากทางสังคมมากขึ้น ไม่ว่าจะในเรื่องของการทำงาน หรือแม้กระทั่งโอกาสทางการศึกษา มีทุนการศึกษาสำหรับคนพิการ เมื่อเทียบกับในอดีตสมัยตอนที่ตนเองเป็นเด็ก ซึ่งน้อยมากที่คนพิการจะได้รับโอกาสทางสังคม 31 ปี ที่ใช้ชีวิต ต้องใช้วิวแชร์ ซึ่งไม่เคยเดินเหมือนกับคนอื่น มีบ้างที่ท้อแท้ “มันเป็นอารมณ์แว๊บที่เข้ามาในความคิด” อยากแต่งตัวสวยๆ อยากเดินได้ ถ้าเราเดินได้ แต่งตัวสวยๆ เหมือนคนอื่นจะเป็นอย่างไร แต่ความคิดพวกนั้น ไม่กี่นาทีไม่กี่ชั่วโมงก็หายไป เพราะว่า ตนเองใช้ชีวิตเหมือนกับคนปกติ “มีความคิดเหมือนกัน เพียงแต่ร่างกายไม่เหมือนกัน”

ปัจจุบันอาศัยอยู่ในหมู่บ้านพรพิมาน คลอง 5 กับน้องหมาอีก1 ตัว ชื่อดูดี ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ ขับมอไซต์สามล้อออกมาทำงาน ทำงานตั้งแต่ 08.00 – 19.00 น. เวลาว่างๆจะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ร่วมงาน และจะมีพี่จ๋า นางสาวอรนุช เกิดพุ่ม ว่างจากการทำงานมาช่วยดูแล เวลาที่จะไปธุระ เช่น ไปสอบ โดยคุณตาคุณยายและคุณแม่เดินทางมาจากเชียงใหม่มาเยี่ยมที่บ้าน ตนเองโชคดีที่มีครอบครัว เพื่อนร่วมงานให้โอกาสที่ดีในการดำเนินชีวิตในสังคม

“ล้มแล้วลุก ปัดฝุ่นแล้วเดินต่อ” ถึงแม้ว่าคนว่าล้ม แต่ก็ต้องลุก อาจจะมีฝุ่นเกาะระหว่างที่ล้ม แต่ยังไงก็ต้องเดินหน้าต่อไป หนูเล็กกล่าวทิ้งท้าย

ชลธิชา ศรีอุบล

กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี

0-2549-4994

แสดงความคิดเห็น