คอลัมน์ อินไซด์แคมปัส : ‘ราชมงคลอาสาฯ’ สนองงาน

C-130422004134-1

“งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข” วลีฮิตติดปากหนุ่มสาวชาวออฟฟิศทุกยุคทุกสมัย แต่ถ้าถามชาวชมรมราชมงคลอาสาพัฒนาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ธัญบุรี คำตอบที่ได้จะกลับกลายเป็นว่า “งานที่ไม่ได้เงิน ก็เปี่ยมด้วยความสุขเช่นกัน”

ผศ.ณัฐ แก้วสกุล อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมฯ บอกว่า งานที่ว่าคืองานก่อสร้างอาคารพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งจัดสร้างที่ โรงเรียนวัดหนองปลาดุก อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี โดยสถานที่เดิมได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 มทร.ธัญบุรี จึงได้รับโอกาสนำคณะนักศึกษาชมรมฯ กว่า 30 ชีวิต ร่วมสนองงานจัดสร้างอาคารอเนกประสงค์เพื่อใช้เป็นที่เรียนของนักเรียนและใช้เป็นที่พักพิงให้แก่ราษฎร ภายใต้งบฯ ก่อสร้าง 2.7 ล้านบาท มีระยะเวลาการทำงานรวม 20 วัน ซึ่งภารกิจได้เสร็จสิ้นตามกำหนดไปเมื่อต้นเดือนเมษายน 2556 โดยงานที่ชาวค่ายทำนั้นไม่ต่างอะไรจากแรงงานก่อสร้าง แต่สิ่งที่แตกต่างคือไม่มีค่าแรง และที่สำคัญคือประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ใกล้ชิดและสนองงานสมเด็จพระเทพฯ

“ในความเป็นจริง กิจกรรมออกค่ายอาสาอื่น ๆ มีจัดขึ้นเต็มไปหมด บางค่ายพากันไปทาสี ปลูกต้นไม้ ทำฝาย จัดเป็นทริป 2-3 วันแล้วจบ ก็ถือว่าสนุกได้พักผ่อนและทำงานเป็นประโยชน์ แต่สำหรับการออกค่ายของชมรมราชมงคลอาสาพัฒนาเฉลิมพระเกียรติ จะเป็นการทำงานแบบจริงจัง เริ่มงานแต่เช้า พักช่วงกลางวันและบ่ายเพราะแดดร้อน จากนั้นจะไปเริ่มงานอีกทีช่วงเย็นถึงค่ำมืด ตีหนึ่งตีสอง ดังนั้นต้องยอมรับว่าเป็นการออกค่ายที่หนักเอาการสำหรับนักศึกษา ทว่าความภูมิใจที่ได้รับจากการสนองงานและการได้สร้างประโยชน์กลับคืนสู่แผ่นดิน รวมถึงการทำงานเพื่อชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยคือสิ่งที่ยังดึงดูดนักศึกษาชาวค่ายได้เสมอมา”

นายนครินทร์ เสร็จกิจ หรือ “พีท” ประธานค่ายและประธานชมรมฯ เล่าว่า ได้รับโอกาสทำหน้าที่ประธานครั้งแรกสำหรับค่ายนี้ ถือเป็นการชิมลางงานในตำแหน่งผู้นำ ซึ่งงานแรกที่สำคัญคือการจัดสรรหน้าที่ให้แก่ชาวค่ายอย่างเหมาะสมเพื่อให้ทันต่อการทำงานในระยะเวลาจำกัด โดยอาคารหลังนี้มีขนาดกว้าง 12×36 เมตร ความสูง 2 ชั้น ดังนั้นตนจะแบ่งให้นักศึกษาชายที่มีความรู้เฉพาะทางทำการขึ้นก่อสร้างส่วนบนหรือบริเวณจั่วอาคาร ขณะที่นักศึกษาหญิงก็ทำหน้าที่ขุดดินและปรับพื้นที่ รวมถึงช่วยกันเชื่อมโครงสร้างจั่วก่อนนำขึ้นไปติดตั้งด้านบนอาคาร ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย

ในการทำงาน ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าการทำงานของชมรมฯ เหนื่อยทุกงาน ทำให้นักศึกษาบางคนอาจมีอาการท้อบ้าง จึงจำเป็นต้องเพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการเพื่อให้ชาวค่ายเหนื่อยน้อยลงและงานสำเร็จด้วยดี

“ปัต” น.ส.วิมลวรรณ สุวรรณรักษ์ สมาชิกชมรมฯ กล่าวว่า การออกค่ายช่วยให้ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำหรือไม่อยากทำมาก่อน แม้กระทั่งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างงานบ้าน ทำกับข้าว ซักผ้า ถ้าอยู่ที่บ้านอาจไม่ต้องทำแต่มาค่ายต้องช่วยกันทำ รวมถึงขุดดินเชื่อมเหล็ก ถ้ามาอยู่ค่ายนี้ต้องทำได้หมด ทำให้รู้สึกภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้อื่น

นายรุ่งศักดิ์ โพธิ์ช่วย ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองปลาดุก กล่าวว่า ได้เห็นถึงความจริงจังในการทำงานของชาวค่าย ซึ่งนักศึกษาแม้จะเป็นผู้หญิงก็สามารถทำงานได้ไม่แพ้ผู้ชาย รู้สึกชื่นชมอย่างมาก สำหรับอาคารพระราชทานหลังนี้จะประกอบไปด้วยห้องเรียนขนาดมาตรฐาน 3 ห้อง ห้องสมุด 1 ห้อง เมื่อรวมกับจำนวนห้องเรียนที่มีอยู่เดิม 7 ห้อง จะทำให้โรงเรียนวัดหนองปลาดุก มีห้องเรียนเพียงพอตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)พอดี.

ครบเครื่องเรื่องแคมปัส

คลิก อินไซด์แคมปัส dailynews online

แสดงความคิดเห็น