ภาควิชานาฏดุริยางคศิลป์ มทร.ธัญบุรี ศิลปะไทย ความเป็นไทยที่คู่สังคมไทย

rmutt01

นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชานาฏดุริยางคศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี สืบสานความเป็นไทยดำรงไว้ให้ลูกหลาน จัดแสดงศิลปะนิพนธ์ 23 ผลงาน ดำรงไว้ซึ่งศิลปะความเป็นไทย

นายมาโนช บุญทองเล็ก หัวหน้าภาควิชานาฏดุริยางคศิลป์ เล่าว่า การศึกษาเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา คุณธรรมจริยธรรม และ มุ่งเน้นให้มนุษย์ธำรงค์ศิลปวัฒธรรมอันถือว่าเป็น “มรดก” ซึ่งวัฒนธรรมก็มีความสำคัญอย่างหนึ่งต่อการดำรงอยู่ของชาติ เป็นกระจกเงาส่องความเป็นมาของชาตินั้น ๆ ชาติที่จะเจริญโดยสมบูรณ์ย่อมเจริญด้วยวัฒนธรรมทั้งในทางวัตถุและจิตใจ ผลงานศิลปะนิพนธ์ที่นักศึกษาได้ร่วมกันดำเนินตามความมุ่งหมายเพื่อการศึกษาและร่วมธำรงค์ศิลปวัฒนธรรม จึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้วัฒนธรรมของชาติไม่สูญหายแต่กลับเป็นสิ่งที่เชิดชูเกียรติให้แก่ชาติอีกด้วย

ตัวแทนการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ชุดนางลอย “โปโต้” นายกฤษฎ์สุธี เกอะประสิทธิ์ เล่าว่า โขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดนางลอย เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยในปัจจุบันตอนเกี้ยวนางนิยมเล่นแบบตัด เพื่อความสะดวกในการแสดง ทำให้การแสดงสั้นลง เพื่ออนุรักษ์ลักษณะและรูปแบบการแสดงโขนโรงใน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดนางลอย จึงไม่ตัด แสดงเต็มเวลา โดยใช้เวลาในการแสดง 1 ชั่วโมง ใช้บทของกรมศิลปากรที่ปรับปรุงมาจากบทคอนเสิร์ตพระนิพนธ์ของสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และยังได้นำเพลงเต่าเห่มาใช้ในการจัดรูปแถวและขบวนของลิง การแสดงโขนโรงในเรื่องรามเกียรติ์ ชุดนางลอยมีเอกลักษณ์ของกระบวนท่ารำ เต้น ของพระ ยักษ์และลิง กระบวนท่าที่งดงามตามแบบนาฏศิลป์ไทยซึ่งควรอนุรักษ์ไว้ให้ ชนรุ่นหลังสืบไป

ตัวแทนการแสดง ฟ้อนม่านมุยเซียงตา ชาย-หยิง “ยุ้ย” นางสาวกิตติยา กาสังข์ เล่าว่า

การฟ้อนม่านมุยเซียงตา เป็นกรณีศึกษาสาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์พื้นเมืองล้านนา) เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพเพื่ออนุรักษ์กระบวนท่ารำที่เป็นแบบแผน การแสดงชุดนี้เกิดขึ้นในสมัยเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 9 มีความประสงค์ให้หม่อมแสดัดแปลงฟ้อนม่านมุยเซียงตาที่เป็นหญิงล้วน ของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในรัชกาลที่ 5 ให้เป็นฟ้อนม่านมุยเซียงตา ชาย – หญิง โดยลักษณะและรูปแบบการแสดง เป็นการรำคู่ชายหญิง มีลีลาท่ารำแบบพม่า เน้นความสวยงามและความพร้อมเพรียงของท่ารำ แต่ยังคงรักษากระบวนท่ารำของฟ้อนม่านมุยเซียงตาไว้ บทร้องจะพรรณนาถึงเหล่าเทพธิดา และความงามของสรวงสวรรค์ ซึ่งชวนให้หวนคะนึงคิดถึงอยู่ไม่วาย ใช้ทำนองเพลงหลักจากเพลงเวชยันตา และใช้วงดนตรีปี่พาทย์เครื่องห้า โดยมีปี่มอญและเปิงมาง 1 ใบ เข้ามาผสม จะแต่งกายตามแบบราชสำนักสมัยพระเจ้าสีป้อมินทร์

“เบียร์” นางสาวอทิตยา พลายสุวรรณ ตัวแทนการแสดง “นาฏยาลีลายั่วทับ” เล่าว่า เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ ในรูปแบบนาฏศิลป์สร้างสรรค์ กำหนดทำนองเพลง ออกแบบเครื่องแต่งกาย และประดิษฐ์ท่ารำ จากการศึกษาลักษณะและรูปแบบการแสดงโนรายั่วทับ ของคณะโนรา 3 คณะ ได้แก่คณะโนราเอน้อยดาวรุ่ง จังหวัดนครศรีธรรมราช คณะโนรานกน้อยเสียงเสน่ห์ จังหวัดสงขลา และคณะโนราสวัสดิ์ละอองศิลป์ จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นหลัก เพื่อสื่อให้เห็นถึงศิลปวัฒนธรรม การแสดงพื้นเมืองภาคใต้ และเพื่อเป็นการเผยแพร่ การรำโนรายั่วทับ ซึ่งเป็นการรำเฉพาะอย่างในการรำโนรา มีกระบวนท่ารำที่กระชับ สนุกสนาน ผู้รำโนรายั่วทับต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญ และมีประสบการณ์ในการรำโนรา เป็นอย่างดี โดยการนำเสนอในรูปแบบของการแสดงเชิงสร้างสรรค์ชุดนาฏยาลีลายั่วทับ ลักษณะและรูปแบบของการแสดงแบ่งออกเป็น 4 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 กระบวนตีทับ ช่วงที่ 2 รำอวดลีลา ช่วงที่ 3 เกี้ยวพาราสี ช่วงที่ 4 วิถีโนรา เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง คือ วงดนตรีภาคใต้ตอนบน ออกแบบเครื่องแต่งกายโดยยึดการแต่งกายในการแสดงโนรามาเป็นพื้นฐานในการสร้างสรรค์ชุดการแสดง

“อ้อม” นางสาวจิตตรา วิถีไพร ตัวแทนการแสดง “ออนซอนมัดหมี่” เล่าว่า การแสดงชุด วาดฟ้อนออนซอนมัดหมี่ เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพในรูปแบบนาฏศิลป์สร้างสรรค์ กำหนดเนื้อร้องทำนองเพลง ออกแบบเครื่องแต่งกาย และประดิษฐ์ท่ารำจากเอกลักษณ์ลายผ้าไหมมัดหมี่ 3 ลาย ได้แก่ ลายดอกแก้ว ลายเชิงเทียน ลายตะขอ ของอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยใช้กระบวนท่ารำ รวมถึงเครื่องแต่งกายที่สื่อให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์และลักษณะของลายผ้าไหมมัดหมี่ทั้ง 3 ลาย เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงใช้วงโปงลาง โดยตั้งชื่อทำนองเพลงขึ้นใหม่ว่า วาดฟ้อนออนซอนมัดหมี่ ลักษณะและรูปแบบการแสดงแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 เฉิดฉายอาภรณ์ ช่วงที่ 2 ตีบวรลวดลาย ช่วงที่ 3 หลากหลายกระบวนท่า ลีลาท่ารำเรียบเรียงจากแม่บทอีสานและประดิษฐ์ขึ้นใหม่ เพื่อบูชาพญานาคบ่งบอกถึงหลักธรรมที่ว่าด้วยการดำรงตนตามหลักพระพุทธศาสนา ส่วนลักษณะการแต่งกายแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ ชุดผ้าไหมมัดหมี่ลายดอกแก้ว ชุดผ้าไหมมัดหมี่ลายเชิงเทียน ชุดผ้าไหมมัดหมี่ลายตะขอ โดยออกแบบเพื่อสื่อเอกลักษณ์และลักษณะของลายผ้าไหมมัดหมี่ทั้ง 3 ลาย ได้แก่ ลายดอกแก้ว ลายเชิงเทียน ลายตะขอ

กว่า 23 การแสดง ที่จัดแสดงโดยนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชานาฏดุริยางคศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ศิลปะความเป็นไทยที่คู่ควรสังคมไทย อนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานสืบไป
ชลธิชา ศรีอุบล

กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี 0-2549-4994

แสดงความคิดเห็น