คอลัมน์ ลดโลกร้อน : ทุ่งกังหันลมท่าเรือแหลมฉบัง

C-130331004090

ในปี 2553 ท่าเรือแหลมฉบัง การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เป็นหน่วยงานที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าในระดับสูง โดยมีการใช้พลังงานไฟฟ้าถึง 65,183 ล้านหน่วยไฟฟ้า คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 195 ล้านบาท มีอัตราเติบโตในแต่ละปีถึงร้อยละ 9.21 และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องตามปริมาณกิจกรรมการขนส่งทางทะเล และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับท่าเรือที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2558 ที่จะก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่ประเทศไทยจะเป็นอีกประเทศหลักในภูมิภาคที่จะเป็นศูนย์กลางของการขนส่งสินค้าทางทะเล

จากปัญหาดังกล่าว ท่าเรือแหลมฉบัง จึงได้ริเริ่มโครงการกังหันลมผลิตไฟฟ้าแหลมฉบังกรีนพอร์ท โดยเชื่อมต่อกับระบบสายส่งไฟฟ้า ในลักษณะทุ่งกังหันลมผลิตไฟฟ้า ซึ่งสภาพที่ตั้ง อยู่ติดชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ซึ่งมีกระแส ทั้งลมประจำฤดู และลมประจำถิ่นดี ซึ่ง จากการศึกษาวิจัยของศูนย์วิจัยพลังงานลม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ทำให้พื้นที่บริเวณชายฝั่งแหลมฉบังมีความเร็วลม เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5 เมตรต่อวินาที แต่เมื่อได้พัฒนาประสิทธิภาพของกังหันลมทำให้ได้กำลังผลิตรวม 480 กิโลวัตต์ (9.5 เมตรต่อวินาที) โดยจัดสร้างเป็นลักษณะทุ่งกังหันลม จำนวน 84 ต้น สามารถผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ยประมาณปีละ 2 ล้านหน่วย คิดเป็นปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดได้กว่า 1.5 ล้านตันคาร์บอนต่อปี

ดังนั้นการติดตั้งกังหันลมดังกล่าวจะช่วยเสริมระบบพลังงานไฟฟ้าที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน อาทิ ไฟส่องสว่างบริเวณถนนและพื้นที่สาธารณะ ประตูตรวจสอบสินค้า คลังสินค้า และอาคารสำนักงานของ ทลฉ. ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และลดค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าโครงการนี้จะทำให้สามารถลดการใช้พลังงานได้อย่างต่อเนื่องโดยเฉลี่ยร้อยละ 20

โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายท่าเรือที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Port) ซึ่งจะเป็นพลังงานทางเลือกจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่มีศักยภาพและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ของท่าเรือแหลมฉบัง เช่น พลังงานลม หรือพลังงานแสงอาทิตย์มาช่วยเสริมระบบพลังงานไฟฟ้าที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

แสดงความคิดเห็น