คอลัมน์ เด็กมอขอแจม : ไม่เคยน้อยใจโชคชะตา ‘สิทธิศักดิ์ อมรศักดิ์’

C-130330020030-1

“นักกีฬาคนพิการแขนขาด 2 ข้าง ยังว่ายน้ำได้เก่งกว่าผมที่มีแขนข้างเดียว ดังนั้น เมื่อเรามีความตั้งใจที่จะทำ ความสำเร็จไม่เกิดจากว่าคุณจะมีแขนกี่ข้าง กำลังใจเริ่มที่ตัวเราเสมอ”

ผมชื่อ “กี้” สิทธิศักดิ์ อมรศักดิ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาดุริยางค์สากล คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี มือเป่าทรัมเป็ต วงดุริยางคศิลป์มหาวิทยาลัย พิการแขนทางด้านซ้าย มาตั้งแต่ 8 ขวบ

พ่อและแม่ของผมแยกทางกันตั้งแต่เด็กๆ ต้องมาอาศัยอยู่กับย่า แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้นกับชีวิต “คุณย่าได้เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุบนท้องถนน คุณย่าจูงผมข้ามถนนเพื่อไปส่งที่โรงเรียน รถยนต์มาจากไหนไม่รู้วิ่งเข้ามาชนคุณย่าของผม ในขณะที่มือของย่าได้จูงมือขวาของผม แรงชนของรถทำให้รถกระชากแขนซ้ายของผมขาด” เป็นเหตุการณ์ที่ผมไม่มีวันลืม “ย่าบุคคลที่เป็นทั้งพ่อและแม่ของผม” หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น “ผมมีแขนขวาเพียง 1 ข้าง” แต่ตอนนั้นผมไม่รู้สึกว่าขาดแขนขวาไปเลย ยังใช้ชีวิตปกติ เหมือนกับคนอื่น คิดเสมอว่า “อยากทำอะไรเหมือนคนปกติที่คนมีแขน 2 ข้างทำได้”

หลังจากที่ย่าเสียชีวิตลง น้าและป้าเป็นคนส่งเรียน เนื่องจากพ่อมีอาชีพหาเช้ากินค่ำ “พ่อผมขับแท็กซี่” ส่วนแม่ไม่เคยเห็นหน้า และไม่รู้ว่าแม่เป็นใคร หลังจากที่จบชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 ได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิทั้งมัธยมต้นและมัธยมปลาย

ส่วนตัวเป็นคนที่รักในเสียงเพลง ตอนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 4 จึงเข้าสมัครเป็นสมาชิกวงโยธวาทิตประจำโรงเรียน ตอนนั้นมีหน้าที่ตีกลอง ได้เข้าร่วมประกวดแข่งขันกับโรงเรียนหลายรายการ ความฝันในการประกอบอาชีพ “คุณครูสอนดนตรี” หลังจากจบมัธยมปลาย จึงสอบเข้าศึกษาต่อที่ สาขาดุริยางค์สากล คณะศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี

ตอนแรกเริ่มที่เข้ามาในมหาวิทยาลัย เลือกเอกกลอง คือ กลองใหญ่ (เบรคดรัม) แต่เมื่อดูความเหมาะสมของร่างกาย ครูจึงแนะนำให้ลองเล่นทรัมเป็ต ผมใช้มือซ้ายเป็นตัวประคอง ส่วนมือขวากดโน้ตเมโลดี้ กว่า 1 ปีที่เข้ามาศึกษาต้องหัดเป่าทรัมเป็ต ความยากของการเป่าทรัมเป็ต คือ การห่อปากของแต่ละโน้ต แต่อย่างที่บอกไม่มีอะไรเกินความตั้งใจ สุดท้ายทรัมเป็ตกลายเป็นเครื่องดนตรีประจำตัวผม เข้าร่วมแข่งขันกับวงดุริยางค์ของมหาวิทยาลัย ได้รับรางวัล เช่น รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ประเภท Junior Division การประกวดวงโยธวาทิต ธนาคารกรุงเทพ-ยามาฮ่าแห่งประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2555 รางวัลชมเชย รุ่นไม่เกินระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 การประกวดวงโยธวาทิต ทรูวิชั่น-ยามาฮ่าแห่งประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2554

ปัจจุบันน้าและป้าเป็นคนดูแลและส่งเรียน เป็นพระมหากรุณาธิคุณได้รับทุนการศึกษากองทุนพระราชกุศลสำหรับการศึกษา สวนจิตรลดา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่รถชนจนจบปริญญาตรี โดยภาคการศึกษาละ 20,000 บาท รายเดือนตอนมัธยมเดือนละ 2,000 บาท อุดมศึกษาเดือนละ 3,000 บาท เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของน้าและป้า เนื่องจากท่านทั้งสองต้องส่งลูกของท่านเรียนเหมือนกัน จึงหางานพิเศษทำ เริ่มสมัครเป็นยามช่วงปิดเทอมตอนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 ได้ค่าตอบแทนวันละ 250 บาท เด็กแจกใบปลิวตอนเรียนอยู่ชั้นปีที่ 1 ได้วันละ 300 บาท

พอขึ้นชั้นปีที่ 2 จนถึงปัจจุบัน งานพิเศษ คือ วิทยากรพิเศษสอนวงดุริยางค์ตามโรงเรียนต่างๆ สอนทุกวันอาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น. ค่าตอบแทนวันละ 300-500 บาท ตัวเงินไม่ใช่ค่าตอบแทนที่สำคัญ บางโรงเรียนอาสาสอนฟรี เป็นการฝึกฝีมือของตัวเราเอง ในอนาคต ต้องออกไปเป็นคุณครูสอนเป่าทรัมเป็ต สอนตีกลอง การเดินแถว เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีในการใช้ชีวิต เกรดเฉลี่ยสะสมอยู่ที่ 2.95 เวลาที่ผมท้อ ผมจะสร้างกำลังใจให้ตัวเองเสมอ กำลังใจมันเริ่มที่ตัวเราเสมอ เวลาว่างนอกจากเล่นดนตรี เล่นกีฬา ฟุตบอล ตีแบด เวลาว่างจะใช้โปรแกรม “Sibelius 6″ ทำโน้ตเพลงไว้ใช้เล่น สิ่งที่แอบภูมิใจ คือ ผมได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของวงดุริยางค์ ที่ มทร.ธัญบุรี

ถามว่าอายหรือเปล่าแขนขาด 1 ข้าง? ตั้งแต่แขนขาดทุกอย่างเหมือนเดิม เพื่อนๆ ก็เหมือนเดิม มันอยู่ที่ตัวเราจะมองมากกว่า คิดอยู่เสมอ แขนขาดข้างเดียว ชีวิตไม่ได้ลำบาก ถ้าเรามีความพยายาม การเรียนดนตรีช่วยผมได้มาก ชีวิตคนเราเหมือนดนตรีทำให้มันมีจังหวะ จังหวะที่ค่อยเป็นค่อยไป ผมมีแขนปลอมแต่จะไม่ค่อยใส่ เพราะว่ามันลำบาก ใส่แล้วมันหนักครับ มันทำอะไรไม่สะดวก ผมจึงเลือกไม่ใส่ดีกว่า เวลาที่ท้อจะนึกถึงพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ต้องสนใจว่าอดีตจะเป็นอย่างไร ไม่ต้องสนใจว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เมื่อยังมาไม่ถึง ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด และสิ่งดีๆ ทุกอย่างจะตามมาเอง เป็นเรื่องจริงถ้าทำที่ท่านบอกทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องจริง

สิ่งที่ผมอยากทำมากที่สุด ผมอยากเจอแม่ อยากรู้ว่าแม่เป็นใคร หน้าตาเหมือนผมหรือเปล่า ถึงแม่จะไม่อยากเจอหรือว่าเหตุผลอะไรก็ตาม เพียงผมอยากจะเจอท่าน สิ่งที่มีหลักฐานคือใบแจ้งเกิด ถ้าผมมีโอกาสผมจะเดินทางไป จ.อุบลราชธานี ถึงจะมีเพียงใบแจ้งเกิดก็ตาม ตอนนี้อายุ 23 ปี อีก 1 ปี ข้างหน้าจะสำเร็จการศึกษา ผมจะทำงานเลี้ยงพ่อ และตอบแทนบุญคุณของน้าและป้า และสิ่งสำคัญที่สุด ผมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ท่านพระราชทานทุนการศึกษาให้แก่ผม ถ้าไม่มีท่าน ผมคงไม่ได้รับการศึกษา

ถ้าทุกคนมีความตั้งใจ สร้างกำลังใจด้วยตนเอง อย่าท้อแท้ เพราะว่าความท้อแท้จะทำให้ชีวิตมีความลำบาก ให้คิดว่าความท้อแท้เป็นเครื่องของความสำเร็จในอนาคต ตั้งใจและมั่นคง แล้วคุณจะชนะ ผมไม่เคยน้อยใจในโชคชะตา

แสดงความคิดเห็น