บริหารธุรกิจปันน้ำใจ สู่เด็กในชุมชนบ้านละคร

C-130326018061-1

การที่จะทำให้เด็กในชุมชนได้รับการดูแลมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีการพัฒนาด้านจิตใจและร่างกาย โดยให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมและสร้างจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม เป็นสิ่งที่หลายๆ สถาบันการศึกษาต้องการเห็น ซึ่งก็เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่ได้จัดโครงการเพื่อปันน้ำใจให้กับเด็กๆ ที่อาศัยอยู่รายรอบมหาวิทยาลัย

“โต้ง”นายศิริพงษ์ นามแป้น นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาเศรษฐศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี ประธานโครงการบริหารปันน้ำใจสู่น้อง กล่าวว่า ฝ่ายพัฒนาสังคมและบำเพ็ญประโยชน์ สโมสรนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มีนักศึกษาที่ได้รับความรู้ทางวิชาการตามสาขาที่ตนเองเรียนมา แต่นักศึกษาส่วนใหญ่ ยังขาดประสบการณ์ ความรับผิดชอบต่อสังคม เมื่อสำเร็จการศึกษาออกไปประกอบอาชีพ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการดูแลสังคม จากความสำคัญดังกล่าว สโมสรนักศึกษา คณะบริหารธุรกิจ จึงลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือชุมชมใกล้เคียงโดยเลือกชุมชนบ้านละคร ซึ่งเด็กขาดโอกาสในหลายๆ ด้าน เนื่องจากผู้ปกครองมีฐานะยากจน สโมสรคณะบริหารธุรกิจจึงได้รับอาสาสมัครทุกชั้นปีทุกสาขาวิชา ประมาณ 70 คน เข้าร่วมกิจกรรม สอนหนังสือ สันทนาการ พัฒนาชุมชน โดยจะลงพื้นที่ อาทิตย์ละ 1 วัน ประมาณ 2 เดือน นอกจากประสบการณ์ดูแลรับผิดชอบต่อสังคมที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยฯ ซึ่งขณะนี้ชุมชนบ้านละคร ต.คลองหก อ.ธัญบุรี ก็ได้รับการพัฒนาด้านสุขภาพอนามัย ด้านการศึกษานอกห้องเรียน และด้านต่างๆ ดีขึ้น

“พี่มล” น.ส.ณภัทร ฉลาดเลิศกุล ประธานชมรมเรารักษ์ถิ่นบัวหลวงปทุมธานี ผู้ดูแลเด็กชุมชนบ้านละคร เล่าว่า จากสภาพปัญหาไม่ว่าในเรื่องของฐานะทางครอบครัว ชุมชนแออัด เดิมในชุมชนเล่นละคร ซึ่งปัจจุบันยังมีบางครอบครัวที่ยึดอาชีพละครชาตรี โดยส่วนใหญ่จะยึดอาชีพรับจ้าง หาเช้ากินค่ำ บางครอบครัวมีลูก 10 คน ซึ่งบางคนไม่ได้รับการศึกษา บางครอบครัวไม่มีเวลาให้ลูก เด็กส่วนใหญ่ในชุมชนจึงประสบปัญหาสภาวะเครียด มีผลกระทบต่อสภาพจิตใจ เมื่อสโมสรนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจลงมาทำกิจกรรมให้เด็ก ให้โอกาสกับเด็ก “มือน้อยๆ มือหนึ่งที่สามารถเข้ามาดูแลกันได้” โอกาสที่เด็กในชุมชนบ้านละครได้ทำให้พวกเด็กรับรู้ว่า โอกาสจากสังคมมีเสมอ เพียงทุกคนเป็นคนดี

“เพียว” น.ส.ดวงกมล มีศิลป์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาการจัดการ เล่าว่า เข้าร่วมโครงการกับสโมสรนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจหลายโครงการ ไม่ว่าจะออกสร้างฝาย จ.อุทัยธานี สร้างสนามฟุตซอลและกำแพงโรงเรียน จ.เลย สำหรับโครงการที่ชุมชนบ้านละคร เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดี ได้เติมเต็มในสิ่งที่น้องๆ ขาด ซึ่งส่วนที่เติมเต็มเป็นสิ่งที่ได้รับมา จากอาจารย์จากพ่อแม่ นำไปแบ่งปันให้น้องๆ

หนุ่มน้อยตัวแทนจากชุมชนบ้านละคร “เฉาก๊วย” เด็กชายอนุชา สายทอง อายุ 11 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 5 โรงเรียนวัดนาบุญ เล่าว่า

“ทุกครั้งที่พวกพี่มา ผมจะมาร่วมงานทุกครั้ง พวกพี่ชวนทำกิจกรรมสนุก สอนหนังสือภาษาอังกฤษ ชวนแตะฟุตบอล พี่ทุกคนใจดี “ผมไม่ชอบไปโรงเรียน ผมอยากได้รองเท้านักเรียนคู่ใหม่” อยากให้พี่ๆ มาเล่นฟุตบอลด้วยทุกวัน ขอบคุณพวกพี่ที่มาสอนพวกเรา ไม่อยากให้พวกพี่ๆ กลับ อยากให้มาทุกวัน”

นอกจากประสบการณ์ที่นักศึกษาสโมสรนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจได้รับจากโครงการดังกล่าวแล้ว สิ่งที่พวกเขาทุกคนจะไม่มีวันลืมคือ “การให้โอกาส” ซึ่งถือว่าเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ได้มอบโอกาสให้กับน้องๆ ซึ่งพวกเขามีโอกาสมากกว่าน้องๆ กลุ่มนี้

แสดงความคิดเห็น