สั่งเข้ม’GAT-PAT’ ทปอ.ให้สทศ.จัดสอบ

C-130219038144-1

ที่ประชุม’ทปอ.’ยังมั่นใจให้สทศ.จัดสอบ กำชับตรวจเข้มข้อสอบ’GAT-PAT’ กันป่วนอีก

จากกรณีที่นักเรียนชั้น ม.6 ในหลายโรงเรียนสนับสนุนมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ที่มีมติยกเลิกการให้คะแนนฟรี 24 คะแนน กับนักเรียนชั้น ม.6 ประมาณ 4 แสนคน ที่เข้าสอบวิชาวิทยาศาสตร์ในการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ปีการศึกษา 2555 และให้ตรวจเฉพาะข้อสอบ 67 ข้อที่ไม่มีปัญหา แล้วปรับเป็นคะแนนเต็ม 100 คะแนน และจะเปิดช่องให้ผู้ที่ต้องการสอบวิชาวิทยาศาสตร์ใหม่ ยื่นสมัครสอบได้ โดยจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป ขณะที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เสนอให้ยกเลิกระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิสชั่นส์ และกลับไปใช้ระบบเอ็นทรานซ์ หรือเปลี่ยนระบบใหม่แทนนั้น

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ นายสัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า กรณี สทศ.จะเปิดโอกาสให้นักเรียนชั้น ม.6 สอบวิชาวิทยาศาสตร์ ชุด 200 ที่มีความผิดพลาดของข้อสอบ สมัครสอบใหม่นั้น ขณะนี้ สทศ.ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังศูนย์สอบที่มีปัญหาทั้ง 7 แห่ง ที่ข้อสอบผิดพลาด ให้ส่งข้อสอบและกระดาษคำตอบที่มีปัญหามาที่สทศ.เพื่อตรวจสอบข้อผิดพลาด หากพบว่าความผิดพลาดเกิดจากกรรมการคุมสอบ ส่งผลให้นักเรียนไม่สามารถทำข้อสอบได้ สทศ.จะพิจารณาจัดสอบให้กับนักเรียนเป็นรายๆ ไป ขณะนี้นักเรียนยังไม่ต้องติดต่อมายัง สทศ.เพราะ สทศ.จะต้องพิจารณาจากหลักฐานที่ศูนย์สอบส่งมาทั้งหมดก่อน ก่อนจะแจ้งให้นักเรียนทราบอีกครั้ง ส่วนนักเรียนที่ขาดสอบโดยเหตุสุดวิสัยในวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขอให้ยื่นสมัครสอบตามเวลาที่กำหนด พร้อมยื่นหลักฐานได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์

นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวทาง สทศ.ยกเลิกให้คะแนนโอเน็ตฟรี 24 คะแนน ถือเป็นทางออกที่มีผลกระทบน้อยที่สุด เพราะหากให้ทุกคนสอบใหม่ทั้งหมดก็ต้องวุ่นวาย และเกิดผลกระทบมากกว่านี้ ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาการแก้ปัญหาเรื่องนี้ส่วนใหญ่จะฟังจากเสียงผู้ใหญ่ และผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเท่านั้น ยังไม่เคยเปิดโอกาสให้นักเรียนที่ได้รับผลกระทบแสดงความเห็น หรือสะท้อนมุมมองบ้าง จึงอยากเสนอให้ สทศ.เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นนักเรียนในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ว่าคิดอย่างไรเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว อาจจะมีข้อเสนอใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ และเป็นมุมมองที่แตกต่างจากผู้ใหญ่กำลังคิดอยู่ในขณะนี้

“ส่วนที่เสนอว่าควรนำระบบเอ็นทรานซ์กลับมาคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย เพราะระบบที่ใช้อยู่ปัจจุบันซับซ้อนเกินไปนั้น ยอมรับว่าระบบเอ็นทรานซ์ถือเป็นระบบที่ดี ไม่มีปัญหาเรื่องวิ่งรอกสอบ แต่เป็นไปได้ยากที่จะกลับไปใช้ระบบเอ็นทรานซ์ เพราะที่ผ่านมา ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) บอกแล้วว่าระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยต้องเดินหน้าต่อไป แต่คิดว่าถ้าไม่กลับไปใช้ระบบเอ็นทรานซ์ ก็ต้องพูดว่าจะทำอย่างให้ระบบการคัดเลือกดีกว่านี้” นายสมพงษ์กล่าว

นายฤาเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับการยกเลิกแจกคะแนนโอเน็ตฟรี 24 คะแนน ต้องยอมรับว่าหลายปีที่ผ่านมา การสอบโอเน็ต และการจัดสอบต่างๆ ของ สทศ.นั้น ข้อสอบผิดพลาดในลักษณะต่างๆ มาตลอด มองว่าเป็นความผิดซ้ำซาก ต้องมีผู้รับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น น่าจะถึงเวลาสังคายนาระบบการสอบทั้งหมด ระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพราะขณะนี้วุ่นวายมาก ที่สำคัญการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ส่วนที่เสนอให้นำระบบเอ็นทรานซ์กลับมาใชัคัดเลือกนักศึกษานั้น ในอดีตถือเป็นระบบที่ใช้ได้ดี สามารถคัดเลือกเด็กได้ตรงตามต้องการ และไม่ต้องวิ่งสอบ เรื่องนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องกลับมา ทบทวนกันอย่างจริงจัง

นายนำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า ความผิดพลาดของข้อสอบโอเน็ตครั้งนี้ทำลายความเชื่อมั่นระบบการสอบ ดังนั้น สทศ.ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ความมั่นใจว่าการสอบโอเน็ตว่ายังวัดผลได้ดีอยู่ ส่วนที่เสนอให้กลับไปใช้ระบบเอ็นทรานซ์ เรื่องนี้ยังต้องหารือให้ละเอียดก่อนที่จะตัดสินใจอะไร

แหล่งข่าวจาก สทศ. กล่าวว่า กรณีที่ สทศ.จะเปิดโอกาสให้นักเรียนที่ต้องการสอบวิชาวิทยาศาสตร์โอเน็ตใหม่ โดยจะพิจารณาเป็นรายๆ นั้น คาดว่าจะพิจารณาจากกรณีที่นักเรียนเสียประโยชน์จากการสอบครั้งที่ผ่านมา เช่น กรณีที่บางศูนย์สอบพบว่าข้อสอบโอเน็ตผิดพลาด ได้สั่งให้นักเรียนหยุดทำข้อสอบชุดดังกล่าว ถ้าเป็นนักเรียนกลุ่มนี้ก็สมควรได้รับสิทธิในการเข้าสอบใหม่ เป็นต้น

วันเดียวกัน ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และประธาน ทปอ.เปิดเผยภายหลังการประชุม ทปอ.ว่า ที่ประชุมได้เชิญผู้อำนวยการ สทศ.ชี้แจงปัญหาการจัดสอบโอเน็ตที่เกิดขึ้น ทราบว่าปัญหาเกิดจากตัวบุคคล ไม่ใช่องค์กร ดังนั้น ทปอ.ยังเชื่อมั่นใน สทศ.100% รวมทั้งจะเดินหน้าใช้ข้อสอบโอเน็ตต่อไป ขณะเดียวกันได้กำชับให้ สทศ.เร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ นายสัมพันธ์ยังให้ข้อมูลการจัดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ (PAT) ปีการศึกษา 2556 ที่สอบในวันที่ 2-5 มีนาคม ว่า สทศ.ได้กำชับศูนย์สอบ โดยย้ำกรรมการคุมสอบให้ปฏิบัติตามระเบียบการสอบอย่างเคร่งครัด และห้ามทำนอกเหนือระเบียบการสอบที่กำหนดไว้เด็ดขาด

“ส่วนที่อธิการบดี มก.เสนอให้ยกเลิกระบบ แอดมิสชั่นส์ และกลับไปใช้เอ็นทรานซ์ หรือระบบใหม่นั้น ไม่เห็นด้วย เพราะที่ผ่านมาการปฏิรูประบบการเข้ามหาวิทยาลัยเดินมาถูกทางแล้ว และจะปรับเปลี่ยนอะไรต้องประกาศล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ปี เพราะจะทำให้นักเรียนสับสน” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิดกล่าวว่า ที่ประชุมยังหารือเรื่องการขอแยกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ออกจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่เห็นด้วยให้แยกตัวออกมา เพราะพบว่าตั้งแต่รวมอุดมศึกษาไว้ที่ ศธ.ไม่มีอะไรดีขึ้น ความอิสระในการบริหารจัดการน้อยลง ขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆ ล่าช้า ขณะที่ฝ่ายการเมืองไม่ได้ส่งคนที่ดี หรือดีที่สุดมาดูแลอุดมศึกษา ดังนั้น จึงควรแยกระดับอุดมศึกษาออกจาก ศธ.เพราะจะทำให้มหาวิทยาลัยมีอิสระในการบริหารจัดการมากขึ้น และทำให้แข่งขันกับมหาวิทยาลัยต่างชาติได้

“มหาวิทยาลัยไม่ได้เรียกร้องให้แยกกระทรวงเพื่อตัวเอง แต่เพื่อให้มหาวิทยาลัยเดินไปข้างหน้า และทำเพื่ออนาคตของประเทศ ให้แข่งขันกับต่างชาติได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และยาก แต่ถ้ารัฐบาลเห็นว่าดีก็ควรทำ อย่างไรก็ตาม ทปอ.ได้มอบหมายให้นายภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ ศธ. นายวันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) และนายมณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา (มพ.) ไปรวบรวมข้อดี และข้อเสียของการแยกกระทรวง และมาเสนอในการประชุม ทปอ.ครั้งต่อไปวันที่ 28 เมษายน ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิดกล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบตามที่มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) เสนอโครงการสร้างค่านิยม “บัณฑิตไทยโตไปไม่โกง” และเครือข่ายความร่วมมือเสริมสร้างค่านิยม “ความรับผิดชอบต่อสังคม” ไม่ยอมรับพฤติกรรมการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ อาทิ การ บูรณาการเนื้อหาความมีคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคมเข้ากับรายวิชาในหลักสูตรศึกษาทั่วไป ส่งเสริมการวิจัยที่เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ตลอดจนสร้างสรรค์กิจกรรมเสริมสร้างค่านิยม ความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อพัฒนานักศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยขอให้มหาวิทยาลัยสังกัด ทปอ.ทั้งหมด รวมทั้งจะเชิญกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) เข้าร่วมในการจัดกิจกรรมรณรงค์ดังกล่าวในหมู่นักศึกษา และบุคลากรในมหาวิทยาลัยทั้งหมด โดยในงานสัมมนาวิชาการครั้งใหญ่ของ ทปอ.วันที่ 20 ธันวาคม จะพูดคุยในประเด็นดังกล่าวด้วย

“สาเหตุที่ต้องพูดคุยกันถึงเรื่องบัณฑิตไทยไม่โกง เพราะมีการนำเสนอข้อมูลว่าขณะนี้เด็กไทยเห็นว่าการทุจริตเพียงเล็กน้อย แต่ได้เงินเป็นเรื่องปกติ ขณะเดียวกันแนวโน้มการทุจริตของประเทศไทยในรูปแบบต่างๆ ยังมีมากขึ้น เช่น ในมหาวิทยาลัยนักศึกษายังทุจริตข้อสอบ ลอกผลงานทางวิชาการ และไม่ตรงต่อเวลา หรือทุจริตเวลาราชการ ทปอ.ได้ขอความร่วมมือให้มหาวิทยาลัยต่างๆ กลับไปดูบุคลากร และนักศึกษาของตนเอง และรณรงค์ไม่ให้มีทุจริตเกิดขึ้น โดยเฉพาะนักศึกษาที่จบออกไปเป็นบัณฑิต

แสดงความคิดเห็น