ผอ.สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มทร.ธัญบุรี เผยยุทธศาสตร์พัฒนางานพัฒนาคน

เผยยุทธศาสตร์พัฒนางานพัฒนาคน

ผอ. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มทร.ธัญบุรี เผยยุทธศาสตร์พัฒนางานพัฒนาคน

“มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำทางวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับสากล” คือวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นโจทย์ที่ท้าทายต่อทุกภาคส่วนของสถาบัน ซึ่งรวมถึงสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างแน่นอน”

อาจารย์พงศ์พิชญ์ ต่วนภูษา ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ เปิดใจกับ eENTERPRISE ถึงความท้าทายในการนำทัพสู่ความสำเร็จบนภารกิจดังกล่าวให้ได้นั้น บอกว่าเรื่องที่ยากและท้าทายที่สุดคือ “คน” ซึ่งจะต้องพัฒนาทั้งคนในองค์กร และนักศึกษา โดยคนในองค์กรจะต้องมีทัศนคติที่ดีด้านการให้บริการและมีทักษะด้านไอทีเพื่อตอบสนองต่อการขับเคลื่อนองค์กร ส่วนความท้าทายด้านนักศึกษานั้น จะต้องให้ตอบโจทย์ของมหาวิทยาลัยจากวิสัยทัศน์ที่เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำทางวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับสากล จากโจทย์จึงต้องพัฒนานักศึกษาให้มีทักษะด้านไอทีที่แข็งแกร่งและมีทักษะด้านภาษาที่ดี เพื่อพร้อมรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558

ซึ่งเมื่อเข้ารับตำแหน่ง อาจารย์เริ่มจากนำโจทย์ต่างๆ ที่ต้องการ และงานที่ได้ดำเนินอยู่นั้นมาวิเคราะห์เพื่อวางแนวทางในการปรับปรุง จากนั้นได้กำหนดแนวทางในการดำเนินงานขึ้นมาใหม่เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด ซึ่งได้ผ่องถ่ายออกมาเป็นโรดแมพ 3 ประการคือ 1. ปรับกระบวนทัศน์บุคลากรในด้านการทำงานและด้านการให้บริการ 2. ปรับสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เอื้อต่อการพัฒนาสู่เป้าหมาย 3. ปรับระบบงานต่างๆ ให้เกิดการนำไปใช้ให้ดียิ่งขึ้น

3 ประสานสู่ความสำเร็จ

 

ซึ่งนับแต่ปี 2549 ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ทำให้สำนักวิทยบริการมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นอีกแขนงหนึ่งคือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งก็กลายเป็นสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน ซึ่งมีภารกิจ 3 ด้าน ได้แก่ ภารกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ภารกิจด้านห้องสมุด และภารกิจด้านการผลิตสื่อ eLearning ซึ่งทั้งสามด้านต่างมีงานที่เกี่ยวข้องกับการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ทั้งสิ้น

โดยภารกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน(Infrastructure), การพัฒนาแอพพลิเคชัน และการให้บริการ ส่วนภารกิจด้านห้องสมุด ซึ่งนอกจากงานด้านวิทยบริการเดิมแล้วนั้น ยังมีด้าน eBook, eResearch เพิ่มเข้ามา ขณะที่ภารกิจด้านการผลิตสื่อ eLearning เป็นอีกงานหนึ่งที่สำคัญ

เมื่อภารกิจเพิ่มขึ้นบทบาทของทั้งสามด้านเดินไปอย่างสอดคล้องกัน โดยมีเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือในการพัฒนาด้านต่างๆ ทั้งด้านห้องสมุด การมี eBook หรือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาแอพพลิเคชันหรือซอฟต์แวร์ด้านต่างๆ และอื่นๆ ซึ่งได้กล่าวไว้ในที่นี้

ห้องสมุด 24 ชั่วโมง

สำหรับภารกิจด้านห้องสมุด เมื่อได้โจทย์ว่านักศึกษาต้องการใช้ห้องสมุดมากขึ้น ซึ่งไม่เฉพาะในเวลาราชการเท่านั้น สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ทำการขยายเวลาในการให้บริการห้องสมุด ซึ่งต้องมีการปรับหลายส่วนเริ่มตั้งแต่การแก้ระเบียบ การจัดหาเจ้าหน้าที่บริการประจำห้องสมุด การจัดสรรงบประมาณในการตอบแทนต่อเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ยังพบว่าพฤติกรรมในการใช้ห้องสมุดเปลี่ยนไป คือมีความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตและเป็นศูนย์รวม หรือเป็นแหล่งพบปะเรียนรู้ของนักศึกษา

“จากในอดีตห้องสมุดจะเป็นสถานที่ที่นักศึกษามานั่งเงียบๆ เพื่ออ่านหนังสือ และเพื่อค้นคว้าข้อมูลความรู้จากตำราในห้องสมุด แต่ปัจจุบันพฤติกรรมเปลี่ยนไป บรรยากาศในห้องสมุดจึงจะเป็นการนั่งรวมกลุ่มเพื่อพบปะเรียนรู้ระหว่างกันของนักศึกษามีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้มากขึ้น ทำให้เราต้องปรับกฎระเบียบของห้องสมุดให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง เช่น มีคอมพิวเตอร์ให้บริการแก่นักศึกษา ต้องอนุญาตให้ใช้เสียงได้ตามความเหมาะสม เป็นต้น”

แม้ปัจจุบันห้องสมุดจะเปิดให้บริการถึง 24 นาฬิกาหรือเที่ยงคืน จากเดิมเปิดถึง 16.00 น. เท่านั้น แต่ยังมีเสียงเรียกร้องให้เปิด 24 ชั่วโมง ซึ่งแน่นอนว่าสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางและความเป็นไปได้

“ในส่วนห้องสมุดนั้น เราต้องปรับกระบวนทัศน์ของเจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการ โดยมีการเปิดเวทีให้พูดคุยแลกเปลี่ยนความเข้าใจต่างๆ ระหว่างกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงเงื่อนไข ข้อจำกัด ความจำเป็นตลอดจนความต้องการ และเหตุผลของทั้งสองฝ่าย”

สำหรับงานด้าน eBook หรือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ภารกิจของห้องสมุดนั้น ปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 90,000 เล่ม ประกอบหนังสือด้านบริหารธุรกิจ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เป็นต้น และจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยความต้องการที่สูงขึ้นมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบัน eBook มีทั้งส่วนที่เหมือนกับหนังสือในห้องสมุดและส่วนที่แตกต่างจากห้องสมุด

ระบบรองรับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทุกรูปแบบ

 

เป็นที่ยอมรับว่าปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายในการใช้งานเกิดขึ้น ทั้งด้านอุปกรณ์หรือฮาร์ดแวร์ไปจนถึงซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชันการใช้งาน ซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทำให้เกิดเป็นภารกิจใหม่ของผู้ดูแลระบบโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ ซึ่งมีหน้าที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตต่อสมาชิกในองค์กรและยิ่งองค์กรขนาดใหญ่หรือมีจำนวนผู้ใช้มากเท่าใดก็ยิ่งท้าทายความสามารถของผู้ดูแลระบบมากขึ้นเท่านั้น

 

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีปัจจุบันมีนักศึกษากว่า 25,000 คน มีการนำอุปกรณ์ที่หลากหลายมาใช้บริการบนโครงข่าย ทั้งโน้ตบุ๊ก เน็ตบุ๊ก แท็บเล็ต และสมาร์ตโฟน ซึ่งในแต่ละประเภทของอุปกรณ์ยังมีแพลตฟอร์มที่ต่างกัน อีกทั้งยังมีแอพพลิเคชันการใช้งานต่างๆ ที่มากมายซึ่งรวมไปถึงแอพพลิเคชันด้านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทำให้การให้บริการโครงข่ายไม่ใช่เรื่องง่าย และจะต้องพร้อมรองรับกับเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาใช้งานเสมอ

“จากโจทย์ที่ท้าทายนี้ เราจึงพัฒนาบุคลากรด้านไอทีให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างมีพลวัตร และมีการศึกษาหาความรู้ตลอดเวลาเพื่อให้เกิดความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่ผ่านมาเราปรับตามการเปลี่ยนแปลง เช่น เมื่อนักศึกษาใช้โน้ตบุ๊ก เน็ตบุ๊ก แท็บเล็ต ก็มีความต้องการไฟเพื่อชาร์ตแบตเตอรี่ เราก็มีไฟฟ้าให้บริการในจุดต่างๆ ให้เพียงพอกับความต้องการ เราใช้โซเชียลมีเดียในการติดต่อสื่อสารกับนักศึกษา ฯลฯ”

ที่ผ่านมาสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มีภารกิจในการพัฒนาซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชันการใช้งานภายในต่างๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการซึ่งมีความเฉพาะ รวมถึงยังมีภารกิจในการดูแลระบบ (Support) ในทุกงานด้วย

โครงการแห่งความภูมิใจ

 

รับสมัคร-ประกาศผล 9 มทร. ออนไลน์

ยิ่งกว่าความท้าทายที่กล่าวมาแล้ว อีกความภูมิใจหนึ่งคือ การที่สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พัฒนาระบบสารสนเทศในการเปิดรับสมัครและประกาศผลของการรับนักศึกษาเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) 9 แห่ง ซึ่งภายใต้โครงการนี้จะต้องทำการพัฒนาแอพพลิเคชันต่างๆ เช่น ระบบการรับสมัคร การชำระค่าสมัครในช่องทางต่างๆ รวมทั้งเคาน์เตอร์เซอร์วิส ตลอดจนการประกาศผลผ่านออนไลน์

“เราทำทั้งการพัฒนาระบบ พัฒนาเว็บไซต์การบริหารจัดการระบบ และการดูแลระบบการใช้งานทั้งหมด โดยในโครงการนี้สิ่งที่ท้าทายคือระบบจะต้องมีความสามารถในการรองรับการใช้งานจากผู้ใช้จำนวนมาก ซึ่งเราพิสูจน์มาแล้วถึงความสำเร็จด้วยการมีผู้ใช้กว่า 4 แสนคลิก”

เผยยุทธศาสตร์การพัฒนา “คน”

อาจารย์พงศ์พิชญ์ แม้จะเติบโตมาจากวิชาชีพสายเทคโนโลยีสารสนเทศ และก้าวสู่ผู้นำระดับสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น ได้เปิดใจถึงแนวทางการบริหารงานว่า นักไอทียุคใหม่จำเป็นต้องมีทักษะเรื่องการบริหารบุคลากร และทักษะในการทำงานร่วมกับทีม โดยหลักของอาจารย์ท่านนี้ ท่านใช้หลักการปรับทัศนคติ ซึ่งต้องใช้เวลาต้องมีวิธีการที่ดี ต้องสร้างศรัทธา และต้องเรียนรู้ตลอดเวลา เพื่อให้บุคลากรปฏิบัติหน้าที่บรรลุตามประสงค์หรือตามเป้าหมายที่วางไว้

แสดงความคิดเห็น