มทร.ธัญบุรี ทำปลาร้าก้อน แห้งสนิท เก็บได้นานเป็นปี

ปลาร้าก้อน

ปลาร้าเป็นอาหารนิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลายในท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือ ภาคอีสาน และมาจนถึงปัจจุบันนี้ก็ไม่ได้เป็นที่นิยมแต่ในหมู่ชาวอีสานเท่านั้นหากแต่ สามารถพูดได้ว่าอาหารอีสานที่มีปลาร้าเป็นส่วนประกอบยังได้รับความนิยมกันไปทั่วประเทศอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไปมีส่วนผสมของน้ำปลาร้าและตัวปลาร้าผสมอยู่ด้วยกัน ยังมีความไม่สะดวก ต่อการขนส่ง ในปัจจุบันมีการส่งออกปลาร้าจำหน่ายยังต่างประเทศซึ่งการขนส่งปลาร้าในลักษณะดังกล่าว มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งสูง การแปรรูปปลาร้าเป็นปลาร้าก้อนอบแห้ง ช่วยให้การจำหน่ายปลาร้าไปยังต่างประเทศมีค่าใช้จ่ายในการขนส่งลดน้อยลง ผู้บริโภคสามารถนำปลาร้าก้อนอบแห้งไปประกอบอาหารได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ด้วยเหตุนี้ นายพงษ์เทพ อินอิว นักศึกษาจากสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จึงได้ศึกษา และต่อยอดการทำปราร้าก้อน ของนางสาวอัญชลี เจียมเกตุ ได้ศึกษาการทำปลาร้าก้อน เอาไว้ในปี พ.ศ.2550 ขึ้น จนได้ปลาร้าก้อนที่ คุณภาพเป็นที่น่าพอใจและดียิ่งขึ้น ซึ่งภายใต้การดูแลของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สิวลี ไทยถาวร และคณะ

เจ้าของผลงานเปิดเผยว่า ในการทำปลาร้าก้อนอบแห้ง วิธีการทำคือ นำเนื้อปลาร้า ปลาช่อนปริมาณ 1 กิโลกรัม ผสมกับแป้ง 6 – 10 เปอร์เซ็นต์ คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำไปขึ้นรูปเป็นก้อนสี่เหลี่ยม หลังจากนั้นนำไปอบแห้งหรือตากแดดก็จะได้ปลาร้าก้อนตามต้องการ ส่วนปลาร้าก้อนในสูตรที่ได้ศึกษาและทำขึ้นนั้น ได้มีคุณสมบัติพิเศษที่สำคัญคือ นอกจากได้รับความสะดวกสบายทั้งการขนส่งและการ นำออกมาใช้ประกอบอาหารแล้ว ปลาร้าก้อนที่ได้จะมีความแห้งมากๆซึ่งจะมีผลดีกับการเก็บรักษาเอาไว้ได้นาน ซึ่งจากการทดลองมาพบว่าปลาร้าก้อนที่ทำขึ้นสามารถเก็บไว้ใช้ได้นานเป็นปีๆ โดยที่ยังให้กลิ่นและรสชาติที่ดีเหมือนเดิม ที่สำคัญปลาร้าก้อนนี้ยังมั่นใจในความสะอาดและปราศจากสารเคมีอีกด้วย

ต้องยอมรับว่าอาหารอีสานและปลาร้าไม่ใช่แค่อาหารท้องถิ่นเฉพาะพื้นที่เท่านั้นปัจจุบันนี้ ปลารายังแพร่หลายตามคนไทยไปทั่วโลกและปลาร้าก้อนก็คงจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งถ้าหากใครมองหา เครื่องปรุงอาหารไทยท้องถิ่นที่ครั้งหนึ่งอาจจะเป็นอาหารที่มีรูปลักษณ์และกลิ่นรุนแรงและไม่สะดวกในการขนส่งและเดินทาง ปลาร้าก้อนน่าจะเป็นทางเลือกที่วิเศษสุดสำหรับผู้ที่ขาดปลาร้าไม่ได้ไม่ว่าจะไปอยู่มุมไหนของโลกเลยทีเดียว

มณีรัตน์ ปัญญพงษ์

กองประชาสัมพันธ์ราชมงคลธัญบุรี

แสดงความคิดเห็น