วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมในสังคมเรือนจำ โครงการกำลังใจ

rmutt-0008

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีรวัลย์ วรรธโนทัย คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เล่าว่า 6 ปีที่ได้เข้าร่วมโครงการกำลังใจ ภายใต้ “ลำแสงแห่งความหวัง ความกล้า ความยุติธรรม” กระทรวงยุติธรรมได้ให้ทางคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี รับผิดชอบโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมในสังคมเรือนจำ โดย 1 ปีที่ทางคณะได้รับผิดชอบ มีอาจารย์และนักศึกษาเข้าไปสร้างกระบวนการเรียนรู้กิจกรรมให้กับผู้ต้องขังหญิงราชบุรี เป็นเรือนจำต้นแบบ โดยเข้าไปช่วยในการพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ทางเรือนจำฝึกผู้ต้องขังหญิง มีการใส่แนวคิดที่สวยงาม แปลกตา เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค การออกแบบให้ผู้ต้องขังพับสอดกระดาษโอริกามิเป็นรูปภาพ เดิมที่เป็นตะกร้า ออกแบบตุ๊กตาไหมพรม เน้นรูปลักษณ์ที่แปลก สีและขนาดที่พอเหมาะ นอกจากนั้นยังได้มีการสอนโยคะให้กับผู้ต้องขัง เพื่อเป็นการฝึกสมาธิ เมื่อผู้ต้องขังมีความรู้ สามารถนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดให้เพื่อนผู้ต้องขังคนอื่นต่อไป

 

โดยทางคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เป็นเกียรติที่ได้รับให้เป็นผู้ออกแบบไดอารี่ ปี 2556 “Small Words Diary 2013” ของโครงการกำลังใจ ซึ่งได้แนวคิดการออกแบบต้องการให้ไดอารีสะท้อน “การเดินทางของโครงการกำลังใจ” สะท้อนออกมาเป็นถ้อยคำสั้นๆ อ่อนน้อมถ่อมตน แต่เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกของผู้ต้องขัง จากวันแต่ละวัน จากเดือนแต่ละเดือน ถ้อยคำของผู้ต้องขังสะท้อนการก้าวเดินที่ผิดพลาด การต้องเข้ามาอยู่ในเรือนจำ ความกลัว ความเหงา และความทุกข์ที่ต้องจากบุคคลอันเป็นที่รัก โดยภาพประกอบไดอารี่ได้ศิลปินชื่อดัง กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์ มาวาดการ์ตูนประกอบ เพื่อให้เรื่องราวถ้อยคำที่ถ่ายทอดออกมาเศร้า ดูมีความน่ารักไม่เศร้าจนเกินไป ผู้ที่เปิดอ่านถ้อยคำที่ผู้ต้องขังถ่ายทอดตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนธันวาคม คงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าตนเองได้ร่วมเดินทางไปกับโครงการกำลังใจ ผ่านชีวิตของผู้ต้องขังและคงอดไม่ได้ที่จะส่งกำลังใจไปให้กับผู้ต้องขังทุกคน

  

นายวรุตน์ วีระศิลป์ อาจารย์ประจำสาขาสถาปัตยกรรมภายใน ผู้ดูแลให้การอบรมพัฒนาการพับกระดาษโอริกามิ เล่าว่า เดิมผู้ต้องขังมีการพับกระดาษโอริกามิ แล้วนำมาต่อเป็นตะกร้าที่ใส่ของ ซึ่งรูปแบบของผลิตภัณฑ์ยังไม่ตอบโจทย์ของผู้บริโภค ซึ่งผู้ต้องขังมีฝีมือ แต่ขาดในเรื่องของการออกแบบ ทางคณะจึงได้เข้าไปช่วยในส่วนของการออกแบบ หลังจากที่ได้คิดไอเดีย ซึ่งโดยส่วนตัวมีความรู้ในเรื่องของการออกแบบ จึงนึกถึงการปักผ้าครอสติช โดยก่อนจะออกมาเป็นภาพจะมีส่วนของเรื่องหน่วยพิกเซล จึงเกิดไอเดีย ที่จะนำเอากระดาษโอริกามิที่พับโดยผู้ต้องขัง มาเรียงให้เกิดเป็นภาพ จึงเข้าไปช่วยในการออกแบบลวดลาย การวางลายต่างๆ เพื่อนให้ผู้ต้องขังเรียงตามลวดลายที่ได้วางไว้ ซึ่งลวดลายจะเน้นที่เป็นที่นิยมและเป็นที่รู้จัก ในการเข้าไปทำการอบรมในครั้งนี้ นักศึกษามีส่วนร่วมในการออกแบบลวดลาย และนำผลงานที่ผู้ต้องขังสร้างสรรค์มาให้นักศึกษาได้ดู ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ต้องขังและนักศึกษา “ในการไปอบรมในครั้งนี้ เป็นการสร้างกำลังใจและสร้างรายได้ให้กับผู้ต้องขัง ชั้นงานที่ผู้ต้องขังผลิตขึ้นฝึกสมาธิและบำบัดจิตของพวกเขาได้”

 

นายจิระ ใจตุ่น อาจารย์ประจำสาขาสาขาสถาปัตยกรรมภายใน เล่าว่า เข้าไปอบรมการตัดโมเดล 3 มิติ และการถักไหมพรม แต่โมเดล 3 มิติ ต้องการอาศัยเทคนิคในการตัดกระดาษ จึงไม่เป็นที่นิยมของผู้ต้องขัง สำหรับการถักไหมพรม ผู้ต้องขังได้มีกลุ่มในการถักไหมพรมอยู่แล้ว แต่ไหมพรมที่ถัก ยังไม่โดดเด่น จึงอาสาเข้าไปสอนการถักไหมพรม ออกแบบแบบของตุ๊กตาไหมพรมให้ สอนในเรื่องของการเลือกใช้สี และตอนนี้ได้นำเรื่องของการฟิตติ้งขนแกะ เข้าไปสอนด้วย ลักษณะของการฟิตติ้งคือการปักขนแกะลงไปในรูปภาพ ลักษณะจะทำเป็นที่ห้อยโทรศัพท์ และพวงกุญแจ ซึ่งจะนำพวงกุญแจที่ฟิตติ้งด้วยมือ มาเป็นพวงกุญแจของกระเป๋า วางขาย โดยชิ้นงานจะเน้นในเรื่องของงานแฮนด์เมคมากที่สุด

“ฟิลม์” นายชณัชชัย ใบยา นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาสถาปัตยกรรมภายใน เล่าว่า รู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมโครงการกับทางคณะ โดยช่วยอาจารย์ดีไซน์แพทเทิร์น การทำรูปภาพจากกระดาษโอริกามิ ซึ่งในระหว่างที่ช่วยอาจารย์ออกแบบ ในห้องได้ลองดีไซน์และลงมือปฏิบัติเหมือนกับผู้ต้องขัง ซึ่งเมื่อเปรียบกันแล้ว ฝีมือของผู้ตังขังมีความละเอียดกว่ามาก แต่ในเรื่องของการดีไซน์ยังไม่น่าสนใจ อาจารย์จึงให้นักศึกษาเข้าไปมีส่วนร่วมในการออกแบบ การวางลวดลาย การเลือกใช้สี เพราะว่าผู้ตังขังที่เข้ามารับการฝึกอบรมการทำกระดาษโอริกามิค่อนข้างมีอายุ “ผลงานภาพแต่ภาพที่สร้างสรรค์ด้วยผู้ต้องขังเป็นภาพที่เกิดจากความตั้งใจ” รายได้ที่ได้จากการขายภาพสามารถสร้างกำลังใจให้กับผู้ต้องขัง ภูมิใจที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ ได้สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ต้องขัง

สำหรับไดอารี่กำลังใจจะวางจำหน่ายที่ร้านหนังสือทั่วไปในราคาเล่มละ 259 บาท รายได้ทั้งหมดจะสมทบทุนในกองทุนโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ต้องขัง และผู้ที่สนใจจะอุดหนุนชิ้นงานที่สร้างโดยผู้ต้องขัง สามารถเข้าไปชมผลงานและสั่งซื้อได้ http://www.handmade-thaiprison.com

อัลบั้่มภาพแบบ Slide http://www.photo.rmutt.ac.th/archives/9100

 

 

แสดงความคิดเห็น