ค่ายสร้างคน คนสร้างค่ายสร้างอาคารเรียนหลังที่ 40

000134

ผศ.พูลเกียรติ์ นาคะวิวัฒน์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เล่าว่า สำหรับการสร้างอาคารเรียนโรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยาคาร) เป็นค่ายที่ไม่ลำบากทุรกันดารเหมือนค่ายที่ผ่านมา แต่เนื่องจากทางโรงเรียนมีนักเรียนเพิ่มจำนวนขึ้นทุกปี อาคารเรียนไม่พอใช้ บวกกับไม่มีงบประมาณ “ทางค่ายราชมงคลอาสาพัฒนาฯ คำนึงถึงอนาคตเยาวชนของชาติ ที่มีคุณภาพทางด้านการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่ของโรงเรียนนี้มีผลการเรียนดี และทางโรงเรียนได้รับการไว้วางใจจากผู้ปกครอง ในขณะอำเภอใกล้เคียงกันยังได้ส่งลูกหลานมาเรียนที่โรงเรียนนี้” อุดมการณ์มุมมองของคนสร้างค่าย ทุกวันนี้ลดน้อยลง เนื่องจากไม่ค่อยมีใครปลูกฝังกิจกรรมการเรียนการสอน ถ้าหากประยุกต์กิจกรรมของค่ายอาสาเข้าไปในการเรียนการสอน จิตอาสาพลังวัยรุ่นจะเกิดขึ้นอีกมากมาย

นายสมบูรณ์ ดวงศรีสกุล รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยาคาร) เล่าว่า โรงเรียนบ้านท่าชุม เป็นโรงเรียนขนาดกลาง เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล-ชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 นักเรียนทั้งหมด 396 คน โดยทางโรงเรียนขาดอาคารเรียน เนื่องจากเป็นโรงเรียนขนาดกลาง ขาดแคลนงบประมาณ โดยงบประมาณส่วนใหญ่จะไปที่โรงเรียนขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ซึ่งในปีการศึกษา 2554 มีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้น ทำให้ขาดแคลนห้องเรียน บวกกับทางเทศบาลทุ่งเสลี่ยมได้มีการขอสถานที่ใช้ในการเรียนการสอนระดับอนุบาล ทางโรงเรียนจึงทำเรื่องขอรับงบประมาณจากมูลนิธิแห่งหนึ่ง ในการสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ และได้รับการตอบรับ โดยได้มีการสร้างฐานรากอาคารไว้บางส่วน แต่เนื่องจากทางบริษัทรับเหมายังไม่ได้รับค่าจ้างงวดแรก จึงหยุดการก่อสร้าง

“อำ” นายอำนาจ ยังดี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ประธานค่ายอาสาพัฒนาฯ 2555 มทร.ธัญบุรี เล่าว่า หลักเกณฑ์ในการสร้างค่ายให้กับโรงเรียน “ทางค่ายพิจารณาถึงประโยชน์ของการใช้งานเป็นสำคัญ” โดยทางโรงเรียนต่างๆ จะแจ้งความจำนงมา ทางมหาวิทยาลัยฯ และมอบหมายให้ชมรมพิจารณาในความเหมาะสม เสนอมหาวิทยาลัยอนุมัติการดำเนินโครงการ ส่วนในเรื่องของสมาชิกค่ายอาสาพัฒนาฯ ในแต่ละปีนั้น จะมีนักศึกษาสมัครเข้าชมรมเป็นจำนวนมาก ซึ่งในปีที่ผ่านมา ชมรมอาสาพัฒนาฯ ได้มีสมาชิกมาสมัครประมาณ 700 คน แต่สมาชิกอาสาที่จะออกค่ายอาสาพัฒนาฯ ในแต่ละครั้งมีจำนวนไม่มากนัก เช่นเดียวกับการออกค่ายในครั้งนี้ มีสมาชิกประมาณ 150 คน “อาคารเรียนโรงเรียนบ้านท่าชุม” อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย เป็นอาคารหลังที่ 40 ลักษณะของอาคารเป็นอาคารเรียน 5 ห้องเรียน 1 ห้องสมุด “20 วัน ในการสร้างอาคารราชมงคลเฉลิมพระเกียรติ 40 นอกจากเราชาวค่ายอาสาช่วยกันแล้ว ยังมีชาวบ้านชุมชนบ้านท่าชุม และพี่ๆ ทีมงานจาก บริษัท เอ็น.ซี.เฮาส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) ที่ทางบริษัทได้สนับสนุนทุนในการสร้างค่าย และยังได้ส่งพนักงานมาช่วยลงพื้นที่ในวันเสาร์-อาทิตย์” นอกจากการสร้างค่ายแล้วทางค่ายอาสาพัฒนาฯ ยังมีการบริการวิชาการแก่ชุมชน โดยในครั้งนี้ นักศึกษาได้อบรมคุณครูในการสร้างสื่อจาก e-book

ทางด้าน “หนุ่ม” นายประโชติ จ้อยสูงเนิน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ประธานค่ายในการสร้างโรงเรียนบ้านท่าชุม เล่าว่า ค่ายอาสาพัฒนาฯ ในครั้งนี้ มีปัญหาในเรื่องของสมาชิกอาสา เนื่องจากช่วงแรกๆ ที่รับสมัครสมาชิกร่วมกิจกรรมออกค่าย มีสมาชิกมีสมัครน้อยมาก “ตอนนั้นรู้สึกท้อมาก ค่ายอาสาของ มทร.ธัญบุรี จะจบลงที่ค่ายนี้หรือเปล่า แต่เมื่อทางอาจารย์และรุ่นพี่ได้ช่วยกันกระตุ้นจึงมีสมาชิกเพิ่มขึ้น” ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวค่ายเริ่มการทำงานตั้งแต่ 08.00-23.00 น. แบ่งงานตามความชำนาญของแต่ ละบุคคล เป็นการแบ่งหน้าที่เพื่อการงานสำหรับการ เตรียมงาน อาทิ โครงสร้างเหล็ก “น๊อคดาว” ได้เตรียมมา จากมหาวิทยาลัยฯ “ค่ายอาสาพัฒนาฯ มทร.ธัญบุรี จะอยู่กันแบบพี่น้อง หากมีปัญหางานและความเป็นอยู่ จะเน้นการพูดคุย สรุปงานกันในแต่ละวัน ซึ่งการใช้ชีวิตในค่ายยอมรับว่าต้องมีปัญหา งานประเภทนี้ต้องมีใจรักเป็นเดิมพัน ทำงานด้วยใจจริงๆ”

อาสาสมัครซักผ้าในค่ายอาสาพัฒนาฯ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาครุสาสตร์อุตสาหการ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม “ใหม่” น.ส.จันทกานต์ ฤทธิ์มนตรี เล่าว่า ครั้งแรกที่ได้มาค่ายอาสาพัฒนาฯ วันแรกๆ ได้ลงไซต์งานกับเพื่อนๆ เช่น งานปูน แต่เนื่องจากแพ้ปูน ตนเองจึงไม่สามารถลงไซต์งาน ซึ่งเมื่อมาค่ายแล้วไม่ได้สร้างค่าย รู้สึกว่าไม่ใช่ จึงอาสาเป็นมือซักผ้าให้เพื่อนๆ พี่ๆ ชาวค่าย เนื่องจากเสื้อผ้าเป็นสิ่งที่สำคัญในการใส่ลงไซต์งาน จากการสังเกตบางคนใส่เสื้อผ้าซ้ำๆ ติดๆ กัน มีแต่คราบปูน งานก่อสร้างเป็นงานที่เหนื่อย “บางคนทำงานเหนื่อยแล้วต้องมานั่งซักผ้า” จึงอาสาเป็นมือซักประจำค่าย “ค่ายอาสาพัฒนาฯ ในครั้งนี้ ได้เพื่อนต่างสาขา ได้มิตรภาพใหม่ ทำให้เห็นนิสัยของเพื่อนแต่ละคน การมาสร้างอาคารของค่ายอาสา ไม่เพียงแต่ได้สร้างอาคารเรียนหลังใหม่ แต่สิ่งที่ได้กลับไปคือคุณค่าของความเป็นชาวค่ายที่มีศรัทธา”

“เรน” น.ส.นฤมล สง่าเพ็ชร นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาครุศาสตร์คอมพิวเตอร์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม เล่าว่า มีสมาชิกอาสาอบรมคุณครูประมาณ 8 คน มีคุณครูสนใจ 30 ท่าน ซึ่งทุกคนมีพื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์ไม่เท่ากัน บางท่านยังมีพื้นฐานน้อย สำหรับในการอบรมครั้งนี้ คือ อบรมการสร้าง e-book เนื่องจาก e-book สามารถนำไปสร้างสื่อการเรียนการสอนต่างๆ ได้ และเป็นโปรแกรมที่สะดวก “ดีใจที่ได้นำความรู้ที่เรียนมาแนะนำคุณครู ให้สามารถนำไปสร้างสื่อการเรียนให้กับน้องๆ ได้ เห็นครูตั้งใจและให้ความสนใจที่จะอบรม มีความสุข แต่ด้วยเวลาในการอบรมน้อยเพียง 3 วัน จึงพยายามถ่ายทอดความรู้ในการสร้าง e-Book ให้ได้มากที่สุด” ดีใจที่ได้ร่วมค่ายอาสาพัฒนาฯ ในครั้งนี้ เป็นการฝึกปฏิบัติการสอน ก่อนที่จะได้ออกไปสอนจริงๆ 50% ของครูที่ได้เข้าอบรมสามารถสร้างสื่อ E-book ได้อย่างชำนาญ “อาคารเรียนหลังใหม่ที่น้องๆ จะได้ใช้ในการเรียน น้องๆ ยังจะได้เรียนกับสื่อการสอนที่คุณครูสร้างขึ้น”

ในเวลา 20 วัน อาคารเฉลิมพระเกียรติหลังที่ 40 ก็สำเร็จเรียบร้อยจากจิตอาสาพลังวัยรุ่น จิตวิญญาณของคนค่ายอาสาทำด้วยใจ หากเรามองไปที่อนาคตข้างหน้า ถ้าวันหนึ่งพลังของจิตอาสาหมดไป สังคมไทยจะเป็นอย่างไรนั้นไม่อาจคาดเดาได้

แสดงความคิดเห็น