‘แพทย์-ศิลปิน’เนรมิตงานศิลป์ช่วยทารกคลอดก่อนกำหนด

000168

ปัญหาทารกคลอดก่อนกำหนดนับเป็นปัญหาสำคัญที่ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ แต่ยังส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กแรกเกิด โดยเฉพาะ 3 โรคสำคัญที่มักพบได้บ่อย และนำมาซึ่งการเสียชีวิตของทารก เช่น สายตาพิการ โรคปอดเรื้อรัง และร่างกายไม่แข็งแรงสมบูรณ์ ดังนั้นเพื่อป้องกันและลดการสูญเสีย ตลอดจนดูแลรักษาทารกเกิดก่อนกำหนดหลังพักรักษาตัวในโรงพยาบาล อีกทั้งจัดหาเครื่องมือแพทย์กองทุนทีปังกรนภัทรบุตร จึงได้จัดทำ “โครงการช่วยเหลือทารกเกิดก่อนกำหนด เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ” ขึ้น เพื่อระดมทุนจัดหางบประมาณช่วยเหลือทารกคลอดก่อนกำเนิด ผ่านนิทรรศการแสดงผลงานศิลปกรรม ระหว่างวันที่ 17 พฤศจิกายน-2 ธันวาคม 2555 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และกิจกรรมประมูลผลงานศิลปกรรมที่ได้รับบริจาคโดยศิลปินแห่งชาติ ศิลปินอาวุโสและศิลปินรุ่นใหม่ ในวันที่ 27 เมษายน 2556 ณ ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี

ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เผยให้ทราบถึงสถานการณ์ทารกคลอดก่อนกำหนดว่า “มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆซึ่งสร้างความเสียหายต่อทั้งตัวเด็กและผู้ปกครอง เพราะการคลอดก่อนกำหนดนั้นไม่เพียงเสี่ยงต่อการเสียชีวิต แต่อาจส่งผลให้ร่างกายพิการได้ โดยเฉพาะความพิการทางด้านสายตา ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่มักเกิดกับทารกคลอดก่อนกำหนด สืบเนื่องจากการที่มารดาไม่มีความพร้อมในการดูแลตนเองระหว่างการตั้งครรภ์ ประกอบโรงพยาบาลทั่วประเทศนั้นยังขาดแคลนทั้งอุปกรณ์ เช่น ห้องไอซียู ตลอดจนพยาบาลที่คอยดูแล และส่วนหนึ่งไม่สามารถรองบประมาณจากภาครัฐได้ ดังนั้นจึงเล็งเห็นว่าโครงการดังกล่าว นอกจากจะช่วยกระตุ้นการป้องกันปัญหาทารกคลอดก่อนกำเนิดไปสู่มารดาแล้ว ยังเป็นการระดมทุนในการจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ด้านจักษุแพทย์ เพื่อส่งต่อไปยังโรงพยาบาลในเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อดูแลผู้ป่วยเด็กเหล่านี้อีกด้วย”

ด้าน รศ.นพ.ธราธิป โคละทัต ประธานคณะกรรมการดำเนินงานและฝ่ายพิธีการ กล่าวถึงอันตรายจากการที่ทารกคลอดก่อนกำหนดว่า “นอกจากอาการสายตาพิการที่อาจทำให้ผู้ป่วยเด็กไม่สามารถใช้ชีวิตปกติได้แล้ว อาการโรคปอดเรื้อรังหรือปอดไม่สมบูรณ์นั้น ก็สามารถพบได้ในทารกคลอดก่อนกำเนิด ซึ่งอาการดังกล่าวจะทำให้เด็กคลอดใหม่หายใจลำบาก ซึ่งผู้ป่วยนั้นจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจนอกจากนี้การคลอดก่อนกำหนดจะทำให้ต้องสูญเสียความร้อนในร่างกายไป ตู้อบทารกที่ให้อุณหภูมิและความอบอุ่นก็เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือทารกแรกเกิดเหล่านี้ให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไป และมีโอกาสเข้ารับการรักษาที่ได้มาตรฐาน การร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสมทบทุนไม่เพียงต่อชีวิต แต่ยังสร้างการทำงานเป็นเครือข่ายของโรงพยาบาลทั่วประเทศร่วมกัน”

สำหรับศิลปินแห่งชาติที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง โดยการสร้างสรรค์ประติมากรรมภายใต้ผลงาน “พ่อของแผ่นดิน” อย่างศาสตรเมธีนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน กล่าวว่า “รู้สึกขอบคุณโครงการดังกล่าวที่มอบหมายภารกิจที่มีความหมายและคุณค่าให้ เพราะโครงการนี้ถือเป็นการทำบุญสร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่ เพราะเป็นโครงการที่ต่อชีวิตให้กับทารกที่คลอดก่อนกำหนด สำหรับผลงานที่สร้างสรรค์เพื่อร่วมโครงการนี้เป็นรูปปั้นที่มีขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว ซึ่งเป็นลักษณะของคนนั่งสมาธิและมีลูกอยู่ตรงกลาง ซึ่งประติมากรรมองค์ใหญ่นั้นหมายถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และประติมากรรมเด็กนั่งตักนั้นหมายถึงประชาชน ซึ่งความหมายโดยรวมก็คือ “พระองค์ท่านทรงดูแลปวงประชาชนด้วยความรัก ความเมตตา และความเอื้ออาทร เพื่อให้พสกนิกรมีความสุขโดยทั่วกัน” ซึ่งประติมากรรมดังกล่าวจัดทำขึ้นเพียง 999 ผลงาน ในราคา 12,999 บาท โดยสามารถสั่งจองได้ที่ ศิริราชมูลนิธิ และร้าน ณ ศิริราช ซึ่งรายได้จะนำไปสมทบกองทุนทีปังกรนภัทรบุตรต่อไป

ส่วนศิลปินจิตอาสาอย่าง อ.นรากร สิทธิเทศ อาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี ที่นำภาพจิตรกรรมสีน้ำมันมาร่วมแสดง และจำหน่ายเพื่อช่วยเหลือโครงการกล่าวว่า “รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้นำผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการไปเยี่ยมชมงานศิลปะที่เมืองเวนิสครั้งแรก ที่ถ่ายทอดลงบนภาพวาดสีน้ำมันมาร่วมโครงการนี้ และถึงแม้ภาพที่วาดนั้นอาจจะไม่หรูหราหรือมีความพิเศษมากมาย แต่ถ้าเทียบกับความตั้งใจในการช่วยเหลือเด็กอ่อนที่คลอดก่อนกำหนดนั้น ก็ถือเป็นการสร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่และเต็มใจเป็นอย่างยิ่งครับ”.

แสดงความคิดเห็น